
'ปู'ยันรบ.ต่อสู้เรื่องเขาพระวิหารเต็มที่
นายกฯ ยันรบ.ต่อสู้เรื่องเขาพระวิหารเต็มที่ วอนอย่าเห็นเป็นประเด็นการเมือง แย้มหากจำเป็นอาจนำเข้าสภา
วันที่ 7 ม.ค.56 เมื่อเวลา 09.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง การเตรียมเคลื่อนไหวชุมนุมคัดค้านรัฐบาลเรื่องของข้อพิพาทระหว่างไทย - กัมพูชา ว่า ต้องขอร้องว่าการชุมนุมให้กระทำด้วยความสงบ ส่วนประเด็นปราสาทพระวิหารนั้นต้องขอความกรุณาว่า เราอย่าพูดเป็นประเด็นการเมืองเลย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญของประเทศ และรัฐบาลก็ยืนยันในเรื่องของการต่อสู้เพื่อปกป้องอธิปไตยอย่างเต็มที่
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯได้ใช้ความสนิทสนมส่วนตัวคุยกับสมเด็จฮุนเซน นายกฯกัมพูชา บ้างหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องเรียนว่างานบางอย่าง เราเองในความรู้จักกันส่วนตัว เราก็คุยได้ในลักษณะของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ส่วนความสัมพันธ์ส่วนตัวไม่มีอะไรที่จะมาลบล้างความสำคัญของผลประโยชน์ของประเทศชาติอันเป็นที่ตั้ง และที่สำคัญเรื่องต่างๆ ของเขาพระวิหาร ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของคดีความ ก็คงต้องว่าไปตามขั้นตอนของกฎหมายด้วย แต่เราเองก็ได้ให้นายพงษ์เทพ เทพกาญจณา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีความรู้ความเข้าใจในด้านกฎหมายรับผิดชอบ ในเรื่องของการดูกรณีข้อพิพาทนี้ ร่วมกันกับนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศด้วย
เมื่อถามว่า นายสรุพงษ์ ระบุว่านายกฯได้คุยกับสมเด็จฮุนเซนแล้ว แต่ทางกัมพูชายืนยันจะดำเนินการฟ้องร้องในชั้นศาลต่อไป นายกฯ กล่าวว่า ทุกประเทศต้องปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ ดังนั้นทุกอย่างคงต้องว่าไปตามขั้นตอน เราก็ต้องทำในขั้นตอนของประเทศไทยให้ดีที่สุด แต่ว่าเราเองก็อาศัยความสัมพันธ์ทางการทูตนั้นให้การพิจารณาต่างๆ เป็นไปอย่างสงบ เราก็ไม่อยากให้บรรยากาศที่แนวชายแดนตึงเครียด ดังนั้นสิ่งที่ได้ขอร้องคือ เราไม่อยากเห็นปัญหาที่เราถกเถียงกันนี้เป็นปัญหาการเมือง เพราะสิ่งที่เราต้องการคือ จะทำอย่างไรในการร่วมกันรับฟังข้อคิดเห็นและสรรพกำลังที่จะต่อสู้และแก้ไขในเรื่องของการปกป้องอธิปไตยให้ดีที่สุด
เมื่อถามว่าทีมโฆษกที่รัฐบาลจะให้มีการตั้งขึ้นมา เพื่อชี้แจงในเรื่องของข้อพิพาทเขาพระวิหารให้กับประชาชน ควรจะรีบตั้งหรือไม่ และจะมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมครม.ในวันที่ 8 ม.ค.นี้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศ ก็สามารถที่จะตั้งผู้ที่จะเป็นโฆษกที่จะอธิบายได้ เพราะกระทรวงการต่างประเทศและนายพงษ์เทพ ก็ได้หารือกันอย่างต่อเนื่องกับทีมที่ปรึกษาต่างประเทศอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อมีวาระสำคัญที่จำเป็นจะต้องตัดสินใจ ก็คงจะต้องนำเข้าสู่รัฐสภา เพื่อให้สมาชิกได้รับทราบ และชี้แจงข้อคิดเห็นต่างๆ เพราะถือเป็นวาระที่ทุกคนจะต้องร่วมกันคิด
นายกฯ ไม่ฝากอะไร "เฉลิม" ก่อนบินถกไฟใต้กับ "มาเลเซีย"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 15 จังหวัดภาคใต้และคณะ เข้าเยี่ยมคารวะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเพื่ออวยพรปีใหม่เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2556 โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ กล่าวถึงการแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า เรื่องนี้ถือเป็นวาระแห่งชาติที่เราต้องร่วมกันแก้ไขปัญหา ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความใส่ใจในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ และได้มีการมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปในพื้นที่ ปัญหาตอนนี้คือจะทำอย่างไรให้การทำงานในส่วนกลางและส่วนของพื้นที่นั้นเป็นเอกภาพให้เร็วที่สุด ซึ่งจะมีการนัดหารือติดตามในการลงไปในพื้นที่อีก
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯได้ฝากอะไรถึงร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางไปประเทศมาเลเซียในวันที่ 8-10 ม.ค. เพื่อหารือกับผู้เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า คงไม่ได้ฝากอะไร เพราะร.ต.อ.เฉลิม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ (ศปก.กปต.) ก็จะทราบอยู่แล้วว่าภารกิจของรัฐบาล จุดมุ่งหมายต่างๆ และยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหานั้นมีอะไรบ้าง ร.ต.อ.เฉลิม ก็คงไปหารือในเนื้อหา แต่ที่สำคัญเราเน้นในเรื่องของการร่วมมือให้เกิดความสงบ ซึ่งเป็นเจตนารมณ์อยู่แล้ว



