
ยาแรง
ยาแรง : เลียบค่าย โดยชัยกร ใบเงิน
ตัวเลขผู้เสียชีวิตในเทศกาลปีใหม่ปีนี้ตายเพิ่มขึ้นกว่าปี 2555
ปีที่แล้ว 336 ราย แต่มาปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 365 ราย ตายเกินเป้า อาจมาจากหลายปัจจัย แต่ที่หลักๆ คงมาจากเหตุ เมาแล้วขับ
มีผลวิเคราะห์ที่น่าสนใจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งมีผู้เสียชีวิตในช่วงปีใหม่ปีนี้ 13 ราย
สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากรถยนต์ชนคนเดินเท้า พฤติกรรมคนขับรถเมาสุราและขับขี่รถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดจากถนนโล่ง ประกอบกับพฤติกรรมคนเดินถนนไม่ข้ามบริเวณทางข้ามหรือสะพานลอย
ส่วนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตส่วนใหญ่ มาจากเหตุขับขี่ขณะเมาสุราและไม่สวมหมวกกันน็อก
ดูจากการวิเคราะห์ของ บช.น.ก็คงเป็นพฤติกรรมเดิมๆ คล้ายกันทุกปี ความจริงไม่ใช่หน้าเทศกาลเพียงอย่างเดียว ช่วงปกติอุบัติเหตุส่วนใหญ่ก็มาจาเหตุเหล่านี้เช่นกัน
จะต่างกันก็ตรงที่ไม่ได้อยู่ในช่วงเทศกาลนับศพ แต่พฤติกรรมเหมือนเดิมคือ เมาแล้วขับ ยังมีองค์ประกอบอุบัติเหตุอีกหลายอย่างเช่น คนที่ไม่ได้เดินทางเท้าอาจเป็นเพราะการตั้งวางของกีดขวางของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่เห็นแก่ตัวบางคน จนชาวบ้านต้องลงมาเดินบนผิวถนน
การตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ก็สำคัญ นอกเหนือจากเทศกาลก็ต้องกวดขันเช่นกัน ความจริงด่านบ้านเราแปลก ถ้าเป็นด่านสายตรวจมักไม่สนใจเรื่องเมาแล้วขับ เอาแต่เน้นอาชญากรรมอย่างเดียว ทั้งๆ ที่น่าจะใช้เป็นด่านเดียวกันได้
บช.น.กำลังกวดขันและวางมาตรการและกำหนดแนวทางแก้ไข โดยให้ทุก สน.จัดทำโครงการและรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยและบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มข้น
ต้องให้ประชาชนตระหนักถึงความปลอดภัยและเคารพกฎจราจรมากกว่าปัจจุบัน
การคุมเข้มทั้ง 17 ข้อหาหลัก คือ 1.ข้อหาแข่งรถในที่สาธารณะ 2.ขับรถเร็ว 3.แซงรถในที่คับขัน 4.เมาแล้วขับ 5.ขับรถย้อนศร 6.ไม่สวมหมวกนิรภัย 7.จอดรถซ้อนคัน 8.ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 9.ควันดำ 10.จอดรถในที่ห้ามจอด 11.จอดรถบนทางเท้า 12.ขับขี่รถบนทางเท้า 13.ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรสีแดง 14.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 15.ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ 16.ความผิดเกี่ยวกับอุปกรณ์และส่วนควบของรถ 17.ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่
ถ้าไม่ใช้ยาแรงๆ ก็คงไม่ต้องตั้งเป้าตายให้เสียเวลาหรอก เพราะทั้ง 17 ข้อหาทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ทั้งหมด



