
'ณัฐวุฒิ'ซัดองค์กรอิสระทำปท.วุ่น
'ณัฐวุฒิ' ซัด 'องค์กรอิสระ' ทำบ้านเมืองวุ่น เชื่อแก้รธน.เสร็จนำไปสู่ความปรองดอง ด้าน 'นักวิชาการ' ชี้ทางออกเสนอเพิ่มคำต่อท้าย ม.309
6 ม.ค. 56 ที่โรงแรม เดอะกรีนเนอรี่ รีสอร์ท เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย จัดเสวนาหัวข้อ "รัฐธรรมนูญปี 50 : ปัญหาของประเทศ ภาระของคนไทย" โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า รัฐธรรมนูญนี้ เป็นรัฐธรรมนูญ 18 มงกุฎ เข้าไปยึดอำนาจจากประชาชน ซึ่งประหลาดตั้งแต่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ยึดอำนาจไปเพียงเพื่อจะได้มาเป็น ส.ส.อีกทั้งในบ้านเมืองนี้มีคนกลุ่มหนึ่งใช้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญจัดการกลุ่มคนมีหน้ามีตาในสังคมไปพูดกันที่สปอร์ตคลับ ตั้งแต่ยังไม่มีพรรคพลังประชาชนว่า หากเข้ามาก็จะยุบอีก แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ บ้านเมืองมี 3 เสา นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ แต่ที่ทำให้วุ่นวายทุกวันนี้ คือ เสาที่ 4 คือ องค์กรอิสระทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ทั้ง ปปช. , กกต. โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ นึกจะจัดการใครก็จัดการ ทั้งยุคนายสมัคร สุนทรเวช , นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แต่หากจะจัดการกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องข้ามศพ นายณัฐวุฒิ ไปก่อน ที่พูดเช่นนี้เพราะบางช่วงต้องทำคะแนนบ้าง
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า สมาชิกพรรคเพื่อไทย ขอให้ไปสื่อสารกับประชาชนว่าสิ่งที่ทำอยู่ ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของพรรค แต่เป็นปัญหาของประเทศ และไม่ได้ช่วยเหลือคนๆ เดียว แม้เสาที่ 4 องค์กรอิสระต่างๆ มีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ แต่มาตรา 309 เป็นอำนาจที่เหนือกว่าใคร ไม่มีใครไปจัดการอะไรกับ คมช.ได้เลย ตอนนี้จะโหวตวาระ 3 ก็ไม่ได้ จะลงประชามติก็กลัวประชาชนจะไม่มาใช้สิทธิ์ เราจึงต้องมาคุยกันเพื่อหาทางออก ถ้ายังไม่พบทางออก ก็ขอเสนอให้ไปออกตรงทางเข้า คือ ไปทบทวนกันใหม่ แม้คนที่ไม่เห็นด้วย อย่าไปคิดว่าเป็นความเห็นคนทั้งประเทศ ยังมีคนจำนวนไม่น้อยว่าทำไมถึงต้องแก้ ตรงไหนเป็นปัญหา ไม่คิดว่าแก้รัฐธรรมนูญเสร็จจะปรองดอง แบบแฮปปี้เอนดิ้ง แต่เมื่อแก้เสร็จจะนำไปสู่การปรองดอง เพราะจะมีกติกานำไปสู่ประชาธิปไตย และให้คนทุกฝ่ายเท่าเทียมกัน
ทั้งนี้ นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงกรณี นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา เตรียมจะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 7 ม.ค.นี้ เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติ โดยอ้างว่า กรณีผู้ที่เป็นรัฐมนตรี และ ส.ส.จะรับเงินเดือนซ้ำซ้อนกันไม่ได้ พร้อมกับอ้างถึงข้อมูลที่ยื่นต่อ ปปช.ทำให้เข้าใจว่ายังรับเงินเดือน 2 ทาง ว่า คนที่ทำหน้าที่ ส.ส.หรือ รัฐมนตรี ไม่มีความกังวลว่าจะต้องไปรับ หรือไม่รับเงินเดือนตรงไหน ถ้าบอกว่ารับได้ 2 ทาง หรือให้รับทางใดทางหนึ่งก็ไม่ขัดข้อง แต่เนื่องจากเรื่องนี้ถือเป็นประเด็นใหม่ที่มีการหยิบยกมา ยังไม่มีข้อสรุปทางกฎหมาย และนายเรืองไกร ก็ขยันที่จะไปยื่นเรื่อง หรือไปร้องเรื่องต่างๆ อยู่แล้ว ซึ่งอยากให้ไปถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยว่า สามารถทำได้หรือไม่ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเรื่องนี้จะเป็นปัญหาอะไร
'นักวิชาการ' เสนอทางออก รธน.เพิ่มคำต่อท้ายมาตรา 309
นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน , นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ , นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. , นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ต่างเห็นตรงกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีประเด็นควรต้องแก้ไข เพียงแต่ยังตกลงไม่ได้ว่าควรทำอย่างไร รัฐธรรมนูญนี้มีคนไม่เห็นด้วยมากกว่า 11 ล้านเสียง จากการลงประชามติ เมื่อปี 2550 แสดงให้เห็นว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยไม่ยอมรับ สังคมไทยถูกสร้างขึ้นมาด้วยมายาคติว่ามีเพียง 2 แบบ คือ นักการเมืองโกง ทำให้ขาดคุณธรรม กับเผด็จการรัฐประหาร ทำให้ขาดความเป็นประชาธิปไตย นำมาซึ่งการยอมรับ และไม่ยอมรับของแต่ละฝ่าย ทั้งที่เราไม่ควรยอมรับทั้งคู่ หากจะแก้ไขต้องครอบคลุมทั้งการให้สิทธิเสรีภาพประชาชน หรือการเข้าไปตรวจสอบนักการเมืองได้ มาตรา 309 ที่ห่วงว่าจะนำไปสู่การช่วยเหลือคนๆ เดียวนั้น คือ ควรเติมต่อท้ายจากเดิม ความว่า
"เว้นแต่รัฐสภา จะมีมติให้การใดโดยเฉพาะนั้นเสียเปล่า หรือมีผลเป็นประการอื่นเพื่อให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม"



