
เทพไทป้องสุเทพ-ชุมพล-ประพนธ์
เทพไท ป้อง สุเทพ-ชุมพล-ประพนธ์ คดี ธานีไม่เกี่ยวกฎเหล็ก 9 ข้อ ที่ให้ รมต.ใช้เป็นหลักบริหารราชการแผ่นดิน ยันทั้ง 3 คนทำตามประเพณีปฏิบัติ ข้องใจทำไม ศาลอุธรณ์ ภาค 8 เปลี่ยนตัวองค์คณะยกชุด ทั้งที่ไม่เคยออกนั่งพิจารณาคดี ทีมกม.พรรคลั่นชงเรื่องร้องกต.
(29พ.ค.) นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกมาเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ดำเนินการต่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ในกรณีที่ถูกศาลอุธรณ์ภาค 8 จ.สุราษฎร์ธานี พิพากษา ให้นายธานี เทือกสุบรรณ นายกฯ อบจ.สุราษฎร์ให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ พร้อมทั้งแจ้งให้กกต.จังหวัดดำเนินคดีอาญากับนายสุเทพ นายชุมพล กาญจนนะ ประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และนายประพนธ์ นิลวัชรมณี ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์
โดยอ้างถึงกฎเหล็ก 9 ที่นายกฯเคยให้ไว้ในการประชุม ครม.นัดแรกของรัฐบาลนี้ว่า ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบในรายละเอียดของกฎเหล็ก 9 ข้อแล้ว ไม่พบว่ามีส่วนใดเกี่ยวข้องแต่อย่างใด เพราะกฎเหล็ก 9 ข้อนี้ควบคุมการบริหารงานราชการแผ่นดินของรัฐมนตรี แต่กรณีของนายสุเทพและคณะเป็นการถูกกล่าวหาว่าทำผิดทางอาญา ซึ่งบต้องมีการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามขั้นตอน ตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการจนถึงศาลยุติธรรมชั้นต้น อุธรณ์และฎีกา ซึ่งยังมีกระบวนการที่ยาวไกล
โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าผลการพิพากษาที่จะออกมาเป็นอย่างไร เพราะคดีอาญาต้องพิจารณาในเรื่องเจตนาเป็นสำคัญ และพฤติกรรมของส.ส.ทั้ง 3 เป็นการปฏิบัติหน้าที่ของส.ส.ตามประเพณีสงกรานต์ที่มีการปฏิบัตืต่อเนื่องมาทุกปี โดยไม่มีเจตนาที่จะไปช่วยการเลือกตั้ง นายกฯ อบจ.สุราษฎร์แต่อย่างใด จึงขอเรียกร้องให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยตรวจสอบประเด็นเงื่อนไขที่ออกมาเรียกร้องครั้งว่าอยู่ในกฏเหล็ก 9 หรือไม่ ไม่ใช่เคลื่อนไหวเพียงเพื่อที่จะขอเป็นประเด็นข่าว และทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลรายวันเท่านั้น
“ขอตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับขั้นตอนและกระบวนการพิพากษาคดีนี้ว่ามีความถูกต้อง ตามพระธรรมนูญยุติธรมและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไร เพราะทราบมาว่าองค์คณะผู้พิพากษาในคดีดังกล่าวที่ลงนามในคำพิพากษานั้น ไม่ได้เป็นองค์คณะที่ออกนั่งบัลลังค์พิจารณาคดีในคดีนี้มาตั้งแต่ต้น และก็ไม่มีเหตุสุดวิสัยอันใดที่จะต้องมีการเปลี่ยนตัวองค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 3 คน ในช่วงท้ายของการพิจารณาเพื่อที่จะเป็นผู้อ่านคำพิพากษาและลงนามในคำพิพากษาฉบับนี้ ซึ่งไม่เคยมีปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของกระบวนการยุติธรรมไทย ดังนั้นคณะทนายความและทีมกฏหมายของพรรคประชาธิปัตย์จะทำคำร้องเพื่อคัดค้านขั้นตอนและกระบวนการพิจารณาคดีนี้ต่อคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ( กต.) ต่อไป ภายใน 7 วันนับจากนี้ และจำดำเนินการเพื่อขอความเป็นธรรมจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป” นายเทพไท กล่าว
โต้ พท.บี้ กกต.เช็คบิล ปชป.ไร้ผล
นายเทพไท กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยเร่งรัดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต.) พิจารณาสอบสวนเพื่อยุบพรรคประชาธิปัตย์จากกรณีการรับเงินบริจาคเข้าพรรค จำนวน 258 ล้านบาทที่ถูกอภิปรายในสภาฯ ว่า เรื่องนี้กำลังเข้าสู่การพิจารณาของ กกต.ตามวาระอยู่แล้ว ส.ส.พรรคเพื่อไทยไม่ควรออกมาเร่งรัดกดดัน ทำให้กระบวนการพิจารณาเสียหาย หากพรรคเพื่อไทย มีหลักฐานเพิ่มเติมก็ขอให้มายื่นเพิ่มเติมให้เสร็จสิ้นกระบวนความในคราวเดียว
โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะจัดพิมพ์สมุดปกขาวเพื่อเผยแพร่ในเรื่องดังกล่าวว่า ขอให้รีบจัดพิมพ์โดยเร็ว หรือที่รออยู่นั้นเพราะกำลังรอค่าจัดพิมพ์สมุดปกขาวจากดูไบอยู่ จึงไม่สามารถพิมพ์ได้ แต่ถ้าหากว่าเป็นข้อมูลเก่าที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย เคยใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งที่ผ่านมา เกรงว่าจะเป็นการสิ้นเปลืองของนายใหญ่โดยเปล่าประโยชน์ ก็ไม่น่าจะมีผลต่อการพิจารณาของ กกต.เนื่องจากเป็นข้อมูลเก่า ที่ผ่านการตรวจสอบและมีกรแสดงความเห็นผ่านมติของที่ประชุมสภาฯไปแล้ว อีกทั้งสังคมไทยก็ได้วินิจฉัยผ่านการสำรวจโพลล์ไปแล้วว่า เป็นข้อมูลที่ไร้น้ำหนัก ไม่มีความเกี่ยวข้องโยงถึงพรรคประชาธิปัตย์แต่อย่างใด เว้นแต่จะมีการทำข้อมูลใหม่ขึ้นมาเพื่อหวังผลใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์ โดยตรง
“ขอเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยเลิกสนใจและเลิกกดดัน กกต. โดยควรยอมรับกระบวนการและขั้นตอนการทำหน้าที่ของ กกต. พรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะชี้แจงข้อมูลและยืนยันความบริสุทธิ์ต่อ กกต. โดยอยากให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยไปสนใจในพรรคของตัวเองมากกว่าที่มีการแบ่งก๊ก เหล่า แตกแยกจนไม่สามารถหาหัวหน้าพรรคตัวจริงได้สำเร็จ ควรใช้เวลาไปเกลี้ยกล่อมพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ให้ใจอ่อนยอมรับเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยจะดีกว่า” โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว



