ข่าว

เรื่องที่ไม่เล่าก็ไม่รู้

เรื่องที่ไม่เล่าก็ไม่รู้

06 ม.ค. 2556

เรื่องที่ไม่เล่าก็ไม่รู้ : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]

               สัปดาห์แรกของปี 2556 ผ่านไปอย่างรวดเร็ว อาจจะเร็วจนขนาดที่หลายคนไม่ทันได้ตั้งตัวว่า เราเข้าสู่ปีใหม่ (อีกปี) แล้วหรือนี่ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกคน โดยเฉพาะเรื่องการจัดการเกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ

                คิดอยู่นานว่า เริ่มต้นปีแบบนี้จะหาอะไรมาฝากใน “วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน” ก็บังเอิญว่า เมื่อปลายปีที่แล้ว ได้ลงมือทำงานชิ้นใหญ่ที่เป็นผลงานของตัวเองสำเร็จเสร็จสิ้น นั่นคือ หนังสือพ็อกเก็ตบุ๊ก ที่ชื่อว่า “ไม่เล่าก็ไม่รู้ ความทรงจำบนทางที่ไม่ได้เลือก” จริงๆ แล้ว การทำหนังสือหนึ่งเล่มอาจไม่ใช่เรื่องยากเย็นสำหรับบางคน และก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ของใครอีกหลายคน

                ความตั้งใจเดิมที่จะเขียนหนังสือเล่มนี้ ก็เพื่อบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับการทำงานตลอด 20 ปีที่ผ่านมา แต่เนื่องเพราะทุกอย่างมีที่มาที่ไป และกว่าจะมี “วันนี้” เราทุกคนล้วนต้องมี “วันนั้น” ทำให้จากบันทึกความทรงจำเรื่องการงาน กลายเป็นบันทึกความทรงเกี่ยวกับบางส่วนของชีวิตไปด้วย

                นับตั้งแต่การจัดการทางการเงินของครอบครัว ที่ไม่อาจเรียกได้ว่า ผิดพลาด แต่เพราะมีอุบัติเหตุหรือความจำเป็นบางประการ ทำให้ชีวิตต้องพลิกผันจากคนเคยมี กลายเป็นคนที่ไม่มี ไม่ใช่แค่ทรัพย์สินเงินทอง แต่ยังหมายถึงการไม่ได้รับโอกาสให้เลือกทางเดินของชีวิตได้มากนัก

                ส่วนที่ทำให้หนังสือมีความพิเศษมากขึ้น ก็คงเป็นเพราะได้รับความกรุณาจาก คุณวีระ ธีรภัทร ที่นอกจากจะตั้งชื่อหนังสือให้แล้ว ยังอนุญาตให้เขียนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตที่ทำงานร่วมกันหลายครั้งในช่วงตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ทั้งหลักคิด แนวทางการทำงาน คำดุด่าว่ากล่าว รวมถึงเรื่องอื่นๆ ซึ่งเมื่อส่งต้นฉบับให้คุณวีระพิจารณาตรวจทานแล้ว ก็ไม่ได้มีการปรับแก้ตรงไหนเพิ่มเติม ทำให้เข้าใจไปเองว่า เรื่องราวใน “ไม่เล่าก็ไม่รู้” สามารถ “เล่า” ได้ทั้งหมด

                ที่มากกว่านั้น คุณวีระ ยังเป็นธุระเขียนคำนิยมในหนังสือให้

                นอกจากหนังสือจะเล่าถึงจุดพลิกผันในชีวิต ที่เป็นเรื่องปกติของทุกคนที่ในแต่ละช่วงชีวิตต้องเจอจุดเปลี่ยน จุดสลบ รวมถึงจุดตาย รวมถึงเรื่องราวของการผ่านวิกฤติ ในตอนท้ายเล่ม ยังแทรกแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ส่วนบุคคลที่ขออนุญาตนำมาแบ่งปันในวันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน

                หลักคิดเกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่ว่า คัดลอกมาจากคอลัมน์ Leisure Fund ในวารสารที่ส่งให้ลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด ที่ส่งทีมงานมาขอสัมภาษณ์ไปเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งคงไม่สามารถนำมาเผยแพร่ได้หมด จึงขออนุญาตตัดคำถามคำตอบที่เห็นว่า เหมาะสมสอดคล้องและเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านที่ต้องการวางแผนบริหารเงิน
 เมื่อทีมงาน Leisure Fund ถามว่า เมื่อพูดถึงการเอาเงินไปลงทุน ผู้หญิงส่วนใหญ่จะกลัว ควรจะเริ่มต้นอย่างไร

                คำตอบสำหรับคำถามนี้ คือ ถ้าพูดถึงเรื่องการออม ผู้หญิงมีวินัยในการออมมากกว่าผู้ชายมาก แต่ผู้หญิงขาดสติในเรื่องของการใช้จ่าย และเมื่อพูดเรื่องการลงทุน ผู้หญิงส่วนใหญ่เป็นเหมือนกัน คือ มีข้อจำกัดเรื่องความกลัว ความกลัวตรงนี้ขจัดได้ แนะนำทุกคนว่า ถึงจะมีความรู้หรือไม่มีความรู้ เพิ่งเริ่มต้นหรือลงทุนมานานแล้วให้มองไปที่การซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวม

                เพราะข้อดีข้อแรก เหมือนมีคนทำงานให้เรา คือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนต่างๆ เหล่านี้เขาจะเป็นผู้บริหารเงินให้ เราเลือกได้ว่า จะชอบลงทุนแบบเสี่ยงน้อย เสี่ยงมาก ข้อสองคือ ใช้เงินลงทุนไม่มาก เดือนละสองพัน สามพัน มีน้อย มีมาก ก็ค่อยเพิ่มเติมเข้าไปได้ทุกเดือน แต่ต้องมีวินัย ซึ่งสำหรับผู้หญิงนั้นง่ายมาก เพราะว่าส่วนใหญ่มีวินัยอยู่แล้ว เพียงแค่เปลี่ยนวิธีคิดจากที่เคยฝากเงินประจำทุกเดือนมาเป็นการซื้อหน่วยลงทุนแทน

                อีกทางหนึ่งคือ เข้าไปหาข้อมูลเบื้องต้นทางอินเทอร์เน็ต ในเว็บไซต์ของแต่ละบริษัท ซึ่งก็จะมีแบบสอบถามให้เข้าไปทำดูว่า เราจะรับความเสี่ยงได้แค่ไหน และควรจะเริ่มต้นอย่างไร ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเกินไป

                จากนั้นให้ลองคุยกับเจ้าหน้าที่ของ บลจ. ซึ่งเราเข้าไปคุย ไปขอคำแนะนำได้ทุกที่ เมื่อคุยแล้วรู้สึกกลัว เราก็เลือกกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำๆ เช่น กองทุนตราสารหนี้ กองทุนพันธบัตร ถ้าอยากได้ผลตอบแทนมากขึ้น ก็พุ่งไปที่กองทุนรวมที่มีส่วนผสมของการลงทุนในตราสารทุน คือ หุ้น ในสัดส่วนที่เราคิดว่ารับได้ ซึ่งมีข้อดีกว่าการไปซื้อหุ้นโดยตรง หุ้นหนึ่งตัวราคาอาจจะ 200 บาท ถ้ามีเงินน้อยก็ซื้อได้ไม่กี่ตัว ถ้าเป็นกองทุนรวมเขาจะนำเงินของหลายๆ คนไปรวมกันซื้อ เท่ากับเงินเล็กๆ ของเราสามารถลงทุนได้กว้างใหญ่ไพศาลมาก โดยที่เราไม่ต้องมานั่งเครียด ปวดหัว แล้วเรากระจายความเสี่ยงได้ดีกว่า

                ส่วนคำถามที่ว่า ผู้หญิงวัยไหนต้องรีบคิดเรื่องการลงทุน คำตอบคือ จริงๆ ต้องคิดทุกวัย แต่ผู้หญิงในวัย 30-40 ที่กำลังทำงานก้าวหน้า มีรายได้เป็นของตัวเอง ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ต้องบริหารจัดการการลงทุนของตัวเองให้ดี มองไปข้างหน้าแล้วเลือกมีชีวิตที่ตัวเองอยากมี แม้ว่าจะไม่ได้ฝันอยากไปเที่ยวต่างประเทศ แต่อย่าลืมเรื่องสุขภาพ ต้องคิดเผื่อว่า ถ้าเราต้องมีชีวิตหลังเกษียณไปจนถึงอายุ 75 ปี หรืออีก 15 ปีหลังจากที่เราไม่มีรายได้แล้ว เราจะอยู่อย่างไม่เป็นภาระคนอื่นได้อย่างไร เราจะมีชีวิตที่มีคุณภาพและมีความสุขได้ ก็ต้องเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้

                เสียดายที่หยิบภาคผนวกที่เป็นบันทึกท้ายเล่มของหนังสือ “ไม่เล่าก็ไม่รู้” มาฝากได้เพียงเท่านี้ แต่ก็คิดว่า คงจะเป็นประโยชน์และเป็นหลักคิดในการใช้ชีวิตสำหรับการเริ่มต้นปีใหม่ ปี 2556 สำหรับใครหลายคนได้

                และเพื่อตอบแทนการติดตาม “วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน” สำหรับผู้อ่านหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ทุกท่าน จึงต้องรบกวน “เล่าสู่กันฟัง” ว่า ในปี 2556 นี้ แต่ละท่านมีแนวคิดในการบริหารจัดการเงินของตัวเองอย่างไร โดย 3 ท่านที่ส่งความเห็นเข้ามาที่อีเมล [email protected] และเป็นความเห็นที่ได้รับการคัดเลือก จะได้รับหนังสือ “ไม่เล่าก็ไม่รู้ ความทรงจำบนทางเลือกที่ไม่ได้เลือก” ส่งให้ถึงบ้าน

                เช่นเดียวกับห้องสมุดชุมชนและห้องสมุดโรงเรียนที่ต้องการรับหนังสือ ซึ่งมีบางส่วนที่สำรองไว้เพื่อการส่งต่อให้ห้องสมุด สามารถส่งอีเมลเข้ามาได้ แต่คงต้องขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณา ส่วนใครที่ไม่อยากรอ ไม่อยากลุ้น ก็สามารถลองหาอ่านได้ที่ร้านหนังสือซีเอ็ดทุกสาขา

                ถือเป็น “ของขวัญปีใหม่” เล็กๆ น้อยๆ ที่ส่งผ่านระหว่างกัน

 

............................................

(เรื่องที่ไม่เล่าก็ไม่รู้ : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])