
แฟชั่นวันอาทิตย์ : พลิ้วไหวในสายลม
แฟชั่นวันอาทิตย์ : พลิ้วไหวในสายลม
ช่วงนี้ดูเหมือนจะเป็นฤดูกาลแห่งแฟชั่น ที่หลายแบรนด์ดังต่างรังสรรค์ไอเดียเด็ดๆ สาดใส่อาภรณ์เอาใจบรรดาแฟชั่นนิสต้าให้ได้หยิบจับมาแต่งสวยรวยเสน่ห์กันอย่างสนุกสนาน และแบรนด์ดังจากเมืองผู้ดีอย่าง แด๊กซ์ (DAKS) ก็ไม่พลาดที่จะนำคอลเลกชั่นล่าสุดอย่าง สปริง / ซัมเมอร์ 2013 ขึ้นรันเวย์โชว์ความเด่นเรียกคะแนนความนิยมจากสาวๆ ด้วยเช่นกัน
แถมปีที่ผ่านมายังเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบ 60 ปีของสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แด๊กซ์ในประเทศไทย นำทีมโดย "เก๋" กิตยาภรณ์ ชัยถาวรเสถียร ผู้อำนวยการฝ่าย D บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และสุชาติ ลายลักษณ์ศิริ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายด้านการตลาด ไม่รอช้าจัดทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เทียบเชิญสื่อมวลชนไทยให้เข้าชม "แด๊กซ์ ลอนดอน แฟชั่น วีค สปริง / ซัมเมอร์ 2013" ถึงถิ่นกำเนิดของแบรนด์แบบติดขอบเวที ที่ เต็นท์ ซัมเมอร์เซ็ท เฮ้าส์
ครั้งนี้ดีไซเนอร์ร่างสูง ชิล่า แมคเคน เวด หยิบเอาแรงบันดาลใจมาจากรูปแบบงานฝีมือของจิตรกรแนวแอ็บสแตร็กท์ เอ็กซ์เพรสชั่นนิสต์ (Abstract Expressionist) อย่าง โรเบิร์ต มาเทอร์เวล (Robert Motherwell) แจ๊สเปอร์ จอห์นส์ (Jasper Johns) และ Clyfford Still มาตีความใหม่ด้วยเทคนิคการตัดเย็บอย่างประณีต การทับซ้อนกันของผ้า และเลเยอร์ของลายเส้นพู่กันที่มีจุดเด่น นำมาผสานเข้ากับศิลปะแนวเอ็กซ์เพรสชั่นนิสต์ จนเป็นแนวทางในการเลือกสรรผ้าและการวางโครงสร้างของผลงานครั้งนี้
สำหรับเฉดสีของเสื้อผ้ายังคงเลือกใช้สีที่สื่อถึงความบางเบา ไร้น้ำหนัก และพลิ้วไหว ในการสร้างจินตนาการ และพลังที่บ่งบอกถึงแรงขับเคลื่อนทางศิลปะ เฉดสีชอล์กเจือด้วยสีโทนกลางวันรวมกับเฉดสีพื้นฐานของแม่สี ถูกนำมาใช้เพื่อดึงความน่าสนใจของการเล่นกับแสงเงาและความโปร่งใส ซิลลูเอทของเสื้อผ้าในฤดูกาลนี้ แสดงถึงสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งมาจากผ้าที่ดูหรูหรา สง่างาม และฝีมือการตัดเย็บอย่างประณีตสไตล์ผู้ดีอังกฤษ
ฤดูกาลนี้เราจะได้เห็นแบบเสื้อโค้ทตัวนอก ที่บ่งบอกความเป็นอังกฤษได้อย่างดี อย่างเสื้อโค้ทผ้าบาง หรือ เทรนช์ โค้ท และเสื้อคลุมตัวโคร่ง หรือ ปราก้า (Parka) ในรูปแบบการใช้ผ้าที่กึ่งทึบแสงที่แตกต่างไปจากแบบเดิมๆ อย่างเช่น ผ้าไหมกาซ่า และผ้าไนลอนแบบโปร่งแสง เพื่อสร้างลูกเล่นความมีน้ำหนักบวกเข้ากับความนุ่มนวลของเสื้อผ้าเดย์แวร์ ก่อให้เกิดความแตกต่างที่ลงตัวกับงานชุดนี้
ครั้งนี้ลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์อย่าง เฮ้าส์ เช็ค (House check) ถูกนำมาซ้อนทับกับลวดลายแปรงพู่กัน เป็นการใช้ลายกราฟฟิกตามธรรมชาติของลายเช็ค ผสมกับความลื่นไหลของการระบายสีซ้ำๆ กันเพื่อสร้างความแตกต่างและแนวทางใหม่ๆ ให้แก่ลายสัญลักณ์ของแบรนด์ รวมทั้งยังจับมือกับนักออกแบบจาก มิกซ์ มีเดีย เท็กซ์ไทล์ สร้างลายปักด้วยมือบนงานผ้าโดยเฉพาะ และยังได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับนักออกแบบผ้าพิมพ์ เพื่อออกแบบลายพิมพ์ที่โดดเด่นไปพร้อมๆ กัน
ไม่เพียงแต่อาศัยลูกเล่นจากผ้าเท่านั้น วัสดุจากธรรมชาติ เช่น หนัง ฟาง ยังถูกนำมาจับคู่กับวัสดุกึ่งโปร่งแสง เพิ่มสัมผัสของความบางเบาให้แก่แอ็กเซสเซอรี่ในฤดูกาลนี้ กับกระเป๋าในรูปทรงกล่องขนาดเล็ก ที่นำมาหุ้มเป็นชั้นๆ ด้วยวัสดุหลายพื้นผิว และการใช้เฉดสีที่ต่างกันล้วนเพิ่มองค์ประกอบและความน่าสนใจให้แก่คอลเลกชั่นนี้เป็นอย่างมาก แถมด้วยการเปิดตัวหนัง ริง ลิซาร์ด (Ring Lizard) ในรูปแบบของพื้นผิวที่ซับซ้อนและหรูหรา เพื่อนำมาใช้ในคอลเลกชั่นนี้ด้วย
เมื่อบรรดานางแบบกลับเข้าไปด้านหลังเวที แสงไฟก็สาดส่องพร้อมเสียงปรบมืออันดังก้อง ปลุกให้ตื่นจากภวังค์แห่งความงดงาม บ่งบอกให้รู้ว่าโชว์แสนสวยได้สิ้นสุดลงแล้ว และครั้งนี้เรามีโอกาสได้จับเข่าคุยกับดีไซเนอร์คนเก่ง ชิล่า แมคเคน เวด ภายในร้านแด๊กซ์ ย่านโอลด์ บอนด์ สตรีท ของกรุงลอนดอน เธอมีสีหน้าเปื้อนยิ้มทันทีเมื่อได้รับคำชมจากผู้ชม พร้อมกับเล่าถึงการทำงานในคอลเลกชั่นล่าสุดของเธอว่า
"ทุกครั้งที่เริ่มต้นทำคอลเลกชั่นใหม่ๆ จะคิดเสมอว่า เรากำลังจะสื่ออะไรออกไป อะไรคือสิ่งใหม่ๆ สำหรับแบรนด์ และเราจะขับเคลื่อนแบรนด์นี้ไปได้อย่างไร ก่อนทำคอลเลกชั่นนี้ได้ติดต่อเพื่อน 2-3 คน ที่เป็นศิลปิน แล้วก็แจกลายผ้า เฮ้าส์ เช็ค ให้ไปคนละผืน แล้วให้แต่ละคนไปคิดมาว่าจะทำอะไรกับลายนี้บ้าง มันเป็นอะไรที่น่าสนใจตรงที่เราไม่เคยทำอะไรอย่างนี้มาก่อนเลย และคนที่ได้รับไปก็ไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับแด๊กซ์เลยด้วยซ้ำ แต่ผลที่ได้คือ งานศิลปะในหลายๆ แบบด้วยกัน หนึ่งในนั้นได้ทดลองนำเอาลายเฮ้าส์ เช็ค มาระบายในรูปแบบสีน้ำที่ดูฉวัดเฉวียนแปลกใหม่ เลยรู้สึกว่ามันแปลกใหม่เช่นเดียวกัน การนำเอาลายเฮ้าส์ เช็ค มาวาดในรูปแบบสีน้ำ ทำให้รู้สึกถึงความเป็นฤดูร้อน และลายเส้นทำให้ดูมีพลัง มีชีวิตชีวาขึ้นมา
ถ้าพูดถึงฤดูร้อนคงเป็นเรื่องแปลกถ้าจะพูดถึงเสื้อกันฝน แต่สภาพดินฟ้าอากาศที่อังกฤษแปรปรวนตลอด เสื้อโค้ทกันฝนเลยใส่ความแปลกใหม่ลงไป ด้วยการใช้ผ้าหลากชนิด ที่มีความโปร่งทึบต่างกันมาประกอบเป็นชุดเสื้อโค้ท เพิ่มลูกเล่นที่ความโปร่งใสทำให้เห็นลายเฮ้าส์ เช็ค ในเสื้อโค้ท หรือการเพิ่มลูกเล่นจากการใช้เทปแต่งผ้าสีเมทัลลิกทองแดงมาแต่งเติมในผลงานช่วงตะเข็บ เพียงเท่านี้ก็ส่งให้แบรนด์ดูมีสีสันบนแคทวอล์กมากขึ้นแล้ว" ชิล่า อธิบายถึงลูกเล่นใหม่ๆ ในคอลเลกชั่นรับลมร้อน
ใช่เพียงจะมีแต่อาภรณ์อันแปลกตาเท่านั้น แต่ยังมีแอ็กเซสเซอรี่ที่ทำจากเครื่องหนัง ซึ่งน่าจับตามองไม่แพ้กัน โดยเฉพาะกระเป๋าและรองเท้า ชิล่า เล่าว่า ร้อนนี้เธอออกแบบกระเป๋ารูปทรงกล่อง บางชิ้นมีลักษณะคล้ายกับกระเป๋านักเรียนของอังกฤษ แต่ถูกแต่งเติมให้ดูมีสไตล์ โดยเฉพาะกระเป๋าหนังริง ลิซาร์ด ซึ่งให้สัมผัสที่หรูหราและแตกต่างจากหนังทั่วไป ขณะที่รองเท้าจะเน้นตั้งแต่การตัดจนถึงการขึ้นรูป และเพิ่มส่วนเว้าส่วนโค้งเข้าไปให้ดูเซ็กซี่เล็กๆ
"ผู้หญิงในอุดมคติของแด๊กซ์สามารถเป็นได้หลายอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเธอจะแสดงออกมาคือ เป็นผู้หญิงที่สวยแบบไร้กาลเวลา หรูหรา คลาสสิก ในทุกซีซั่นจะต้องมีความคลาสสิกใส่ลงไป ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเชิ้ตหรือเป็นเสื้อโค้ทเนื้อบาง ที่นำเสนอในรูปแบบใหม่ ผู้หญิงของแด๊กซ์จะต้องเป็นสาวมั่น แต่งตัวเป็น และรู้ว่าสิ่งไหนดีและเหมาะกับตัวเอง จะไม่เดินตามทุกเทรนด์ที่ออกมาแต่จะรู้จักเลือกเทรนด์ที่เหมาะกับตัวเองที่สุด" ดีไซเนอร์คนเก่ง แจกแจง
จากนั้นเรายังได้นั่งไทม์แมนชีน เพื่อซึมซับเรื่องราวความเป็นมาของแบรนด์ภายใน แด๊กซ์ อาร์ไคฟ์ มิวเซียม (DAKS Archive Museum) บริเวณชั้น 2 ผ่านการเล่าของ เจนิช ฮีรอน ด้านในแห่งนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของการก่อตั้งแบรนด์ ที่เริ่มเมื่อปี ค.ศ.1894 โดย ซีเมี่ยม ซิมป์สัน จากธุรกิจร้านรับตัดเสื้อสุภาพบุรุษคุณภาพสูง สำหรับร้านที่มีชื่อเสียงต่างๆ ในลอนดอน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะตัดเสื้อที่ใส่แล้วดูงามสง่า และมีโครงร่างที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่นานนักเขาก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นช่างตัดเสื้อที่มีคุณภาพ พร้อมกับขยายกิจการระหว่างปี ค.ศ.1900-1920 กระทั่งลูกชายของเขา อเล็กซ์ ซิมป์สัน มาสานต่อธุรกิจในปี ค.ศ.1934 พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ให้วงการช่างตัดเสื้อ ด้วยการนำเสนอกางเกง แด๊กซ์ ท็อป ที่สามารถสวมใส่ได้โดยไม่ต้องใช้เข็มขัด และชื่อ แด๊กซ์ จึงกลายเป็นชื่อแบรนด์ ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างคำว่า DAD และ SLACKS นั่นเอง
พร้อมด้วยตัวอย่างสินค้าที่ผลิตด้วยการนำ แด๊กซ์ เครสท์ (DAKS CREST) มาใช้เป็นตราสัญลักษณ์ประจำแบรนด์, การได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากราชวงศ์อังกฤษ และได้รับพระราชานุญาตในการใช้สัญลักษณ์ประจำพระองค์ จากเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินเบอระ ในปี ค.ศ.1956 จากสมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 2 ในปี ค.ศ.1962 และจากเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ในปี ค.ศ.1982, ตัวอย่างป้ายโฆษณาของแบรนด์ในอดีต, โปรโมชั่นที่เคยทำร่วมกับการแข่งขันกีฬาชนิดต่างๆ รวมทั้งหนังสือและภาพถ่ายการจัดงานแด๊กซ์ครบรอบ 115 ปี เมื่อปี 2009 ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยอีก 1 ปีถัดจากนี้แบรนด์จะจัดฉลองอีกครั้งเมื่อมีอายุครบ 120 ปีด้วย



