
'เฉลิม'ชี้การเมืองปี56วิเคราะห์ยาก
'เฉลิม' ชี้การเมืองปี 56 วิเคราะห์ยาก ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ตั้งคำถาม ทำไมต้องเร่งต่อสัญญา 'BTS' ทั้งที่เหลือตั้ง 13 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 56 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงภาพรวมของสถานการณ์ทางการเมืองในปี 2556 ว่า การเมืองในระบอบประชาธิปไตยนั้นย่อมเห็นแตกต่างกัน ตนคิดว่าไม่มีใครสามารถวิเคราะห์ ว่าการเมืองจะเรียบร้อยหรือรุนแรง ทั้งนี้ในฐานะที่ตนอยู่วงการการเมืองมา 30 ปี ตนคิดว่ามันอยู่ที่สถานการณ์ อย่างคดีความที่เกิดขึ้นนั้น อีกฝ่ายก็มองว่าเป็นเรื่องของการเมือง แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้บอกว่าเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เรื่องนี้มีความเห็นที่ไม่ตรงกัน เพราะฝ่ายที่ถูกกล่าวหานั้นก็ไม่ใช่ว่าจะผิด ต้องมีการต่อสู้คดีกันไป เพราะเป็นกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนรับคำสั่งทางการเมือง และไปก่อให้เกิดคดีอาญา เพราะมันเป็นไปไม่ได้ อย่างคดี 98 ศพนั้น ศาลได้ตัดสินไปแล้วว่า 3 ศพที่ตายนั้นเพราะอะไร คำสั่งของใคร ซึ่งตรงนี้ไม่สามารถมีใครไปเนรมิตได้
"อีกคดีหนึ่ง คือ คดีรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งตนได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ แต่งดออกเสียง ทั้งนี้ข้อเท็จจริงมันมีอยู่นิดเดียว คือ คำสั่งคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 กล่าวไว้ว่า การทำธุรกิจแบบนี้จะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และที่ผ่านมาที่ทำรถไฟฟ้าได้ ก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอนุมัติ อย่างไรก็ตาม ตนอยากถามกลับว่า เหลือเวลาอีก 13 ปี ไปต่อสัญญาทำไม นี้คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ตนไม่ได้ว่าใครผิดใครถูก หากคิดว่า ดีเอสไอ (DSI) ผิด ก็ไปฟ้องดีเอสไอ เพราะฉะนั้นวิเคราะห์ยากว่าการเมืองปี 56 จะเป็นอย่างไร"
ปิดปากแก้รธน.
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ ส.ส.ภาคอีสาน ออกเรียกร้องให้ชะลอไว้ก่อน แต่พรรคเพื่อไทยยังเดินหน้าต่อไป ว่า ตนไม่พูดและไม่แสดงความเห็น เพราะวันที่ 6 - 7 มกราคมนี้ ทางพรรคจะให้ตนร่วมอภิปรายด้วย ซึ่งตนจะรอพูดตรงนั้น
เมื่อถามว่าจะเสนออะไรหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ตนเคยเสนอมาตลอดและได้บอกไปหลายร้อยครั้งแล้ว ต้องแก้เป็นรายมาตรายืนยันจะเสนอ 9 ประเด็นล้านเปอร์เซ็นต์ ถึงแม้ปีใหม่จะเปลี่ยนไป แต่หัวใจตนไม่เปลี่ยน ส่วนท่าทีของพรรคจะเปลี่ยนหรือไม่นั้น เรื่องนี้จะต้องค่อยเป็นค่อยไปอย่าใจร้อนเวลายังมี ทั้งนี้จะทำอะไรต้องฟังนายกรัฐมนตรีเป็นหลัก
"พรรคเพื่อไทยเป็นประชาธิปไตย สามารถแสดงความเห็นอย่างไรก็ได้ ตนเชื่อว่าทุกอย่างจะมีข้อสรุป เพราะเป้าหมายของพรรคเพื่อไทย คือ ต้องแก้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญปี 50 ส่วนจะแก้วิธีการใดนั้นค่อยว่ากัน"
มั่นใจผู้นำมาเลย์ให้เข้าพบ
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงการแก้ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า วันที่ 8 - 10 มกราคมนี้ ตนจะเดินทางไปประเทศมาเลเซีย และเมื่อคืนนี้ตนก็ได้ข่าวมาว่าผู้ใหญ่ทางประเทศมาเลเซียอนุญาตให้ตนเข้าพบ แต่ต้องรอยืนยันอีกครั้ง เพราะทาง พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นผู้ประสาน ทั้งนี้ตนยืนยันว่าแก้ปัญหาในประเทศไม่มีทางสำเร็จต่อให้บินไปอีก 7 พันครั้งก็ไม่จบ
เมื่อถามว่าการที่จะไปคุยกับต่างประเทศ ได้มีการหารือกับนายกรัฐมนตรี และนายกฯได้ฝากความห่วงใยอะไรหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่บอก แต่เรื่องนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้อนุญาตให้ไป ทั้งนี้เมื่อคืนตนได้คุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เรียนไปว่า ตนจะไปท่านก็บอกว่าดี อย่างไรก็ตามตนมีวิธีของตน ทั้งนี้มีบางคนบอกว่าตนไม่ลงใต้ ตนอยากถามว่าพวกที่กล่าวหาตนทำอะไรให้ภาคใต้บ้าง หากตนบินไปจะต้องมีการเตรียมการเยอะ ตั้งแต่ขึ้นเครื่องเอาเครื่องลง กล่าวเปิดพิธี 30 นาที จบไม่ได้อะไรขึ้นมา แต่วันนี้ตนมีผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดมอบให้รองผู้ว่าฯรับผิดชอบพื้นที่ รองผู้ว่ามอบให้ปลัดอำเภอ มีชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ซึ่งมีอยู่ประมาณจังหวัดละ 10,000 กว่าคน มีการตีตารางให้รับผิดชอบ ซึ่งขณะนี้ได้ทำงานกันอย่างเต็มที่และตนก็โทรศัพน์คุยตลอด
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า สำหรับคณะที่จะไปกับตนนั้นมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) คณะสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) อาจจะไป แต่ทางทหารนั้นยังไม่ได้เชิญ เพราะปกติทหารจะต้องใช้ลงพื้นที่ ส่วนแนวทางที่จะหารือ หรือไปหารือกับใครนั้น ตนยังบอกไม่ได้เพราะเป็นความลับ



