
ปรับ เครื่องปั้นดินเผา-ศิลาดล สูตรเนื้อดินเบา-ต้นทุนลดลง
แม้กิจการเครื่องปั้นดินเผา "พงษ์ศรีนคร ศิลาดล" ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมครอบครัวกึ่งอุตสาหกรรมขนาดเล็กของ พงษ์ลักษณ์ สุวรรณมาลี ที่หมู่ 4 ต.สัมปทวน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จะได้รับผลกระทบจากผลพวงของภาวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังอยู่ในช่วงชะลอตัวถึงขนาดยอดส่งออกตกฮวบกว่า
พงษ์ลักษณ์ บอกว่า ตลอดระยะเวลาในการดำเนินกิจการผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาพงษ์ศรีนคร ศิลาดล มีตั้งแต่ของใช้ในครัวเรือนที่มีราคาชินละ 15 จนถึง 2 แสนบาทที่โอ่ง 4 หู ลายศิลปะภาคกลางยุคกรุงศรีอยุธยา มากว่า 17 ปีแล้ว ได้รับการตอบสนองจากลูกค้าโดยดีเสมอมา แม้ปัจจุบันภาวะเศรฐกิจโลกชะลอตัว ส่งผลให้ภาคธุรกิจของไทยได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวาง ถึงขนาดผู้ประกอบการต้องหยุดกิจการไปจำนวนมากก็ตาม แต่ผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาพงษ์ศรีนคร ศิลาดล ของเขาจะกระทบเฉพาะในส่วนของลูกค้าในต่างประเทศที่ลดลงราว 50% ขณะที่ลูกค้าภายในประเทศยังมีเกือบ 100% ตลาดหลักที่กรุงเทพฯ เชืองใหม่ และมีลูกค้าที่เป็นพ่อค้าคนกลางเพื่อขายต่ออีกส่วนหนึ่ง ในแต่ละเดือนยังมีเงินหมุนเวียนในกิจการนี้ราวเดือนละ 5 แสนบาท แต่เพื่อสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัยและต้องหาวิธีในการลดต้นทุนด้วย
"ตลอดระยะเวลา 17 ปี เราพบว่าปัญหาส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาของเรามีน้ำหนักมากการขนส่งทำได้ค่อนข้างลำบาก โดยเฉพาะการส่งสินค้าไปต่างประเทศ ที่เรามีลูกค้าทั้งในเอเชีย อาทิ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ยุโรป และอเมริกา จะมีค่าใช้จ่ายสูง จึงตั้งโจทย์ถามตัวเองว่าจะทำอย่างไรให้เครื่องปั้นดินเผามีน้ำหนักลดลง ในที่สุดผมตัดสินใจขอการสนับสนุนจากโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (ไอทีเอพี) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (ทีเอ็มซี) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อสนับสนุนทั้งด้านวิชาการงบประมาณบางส่วน ปรากฏว่าได้รับการสนับสนุนเป็นอบ่างดี สวทช.ส่งผู้เชี่ยวชาญมาจากภาควิชาวิทยาการและวิศวกรรมวัสดุ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร มาเป็นที่ปรึกษา เริ่มโครงการแรกเมื่อเดือนกันยายน 2550 และสิ้นสุดลงเดือนกรกฎาคม 2551" นายพงษ์ลักษณ์ กล่าว
ส่วนการปรับสูตรเนื้อดินในครั้งนี้ ได้นำวัตถุดิบเหลือใช้จากภาคเกษตรกรรมที่มีอยู่ในประเทศมาประยุกต์ใช้ อาทิ แกลบ ขี้เลื่อย กากอ้อย ซึ่งการปรับสูตรเนื้อดินใหม่ยังแต่ต้องคำนึงถึงในแง่การใช้งานจริงด้วย เช่น คุณสมบัติทางความร้อนเชิงกล ทางกายภาพ การขยายตัวของดินเนื่องจากความร้อน การหดตัว ความเหนียว ความชื้น ความพรุนตัว และความทนทานต่อเตาไมโครเวฟ และเครื่องล้างจานเป็นต้น
ปัจจุบันการพัฒนาปรับสูตรเนื้อดินของผลิตภัณฑ์พงษ์ศรีนคร ศิลาดล ประสบความสำเร็จไปแล้ว 70-80% ตรงตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ คือสามารถนำมาใช้งานได้จริง ผลิตภัณฑ์มีน้ำหนักเบาลง 10-40% แต่ยังคงความสวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลาดลในเรื่องของสีไข่กา แตกลายงา สามารถนำไปใช้งานได้สะดวกขึ้น เนื่องจากมีน้ำหนักเบา แข็งแรงทนทาน ต่ออุปกรณ์ทำความสะอาดแบบอัตโนมัติ (เครื่องล้างจาน) และสามารถใช้กับไมโครเวฟได้อย่างปลอดภัย ที่สำคัญสูตรเนื้อดินใหม่ที่ว่านี้สามารถลดต้นทุนการผลิตได้ถึง 20% จากการขนส่งที่ยังคงน้ำหนักเท่าเดิม แต่สามารถเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ในการขนส่งได้มากขึ้น รวมถึงจากวัตถุดิบบางส่วนที่นำมาใช้ทดแทนเพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีน้ำหนักเบาลงด้วย
อย่างไรก็ตาม จากการทดลองในโครงการที่ 1 พบว่าเนื้อดินที่มีการผสมแล้วเมื่อนำมาขึ้นรูป ยังมีความความหนาแน่นน้อย ตรงนี้ต้องพัฒนาให้เศษวัสดุต่างๆ ละเอียดเป็นแป้งได้จะทำให้รอยพรุนที่ผิวของผลิตภัณฑ์เล็กลงและหนาแน่นขึ้น ก่อนจะผลิตส่งออกจำหน่ายจริง ฉะนั้นคงต้องปรับสูตรในโครงระยะ 2 และระยะที่ 3 ต่อไป คาดว่าในปี 2553 ผลิตภัณฑ์จากการปรับสูตรคงออกสู่ตลาดอย่างเป็นรูปธรรม
ด้าน วรรณภพ กล่อมเกลี้ยง ผู้อำนวยการศูนย์บูรณาการเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย และผู้จัดการเครือข่ายโครงการไอทีเอพี จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี บอกว่า ผลจากการทดลองปรับปรุงสูตรดินของเครื่องปั้นดินเผาพงษ์ศรีนคร ศิลาดล ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากทั้งด้านการพัฒนาคุณภาพของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังเป็นความสำเร็จในภาคการศึกษาด้านวัสดุศาสตร์ เพราะนอกจากจะสามารถพัฒนาคุณภาพเนื้อดินได้จริงแล้ว ในส่วนของผู้เชี่ยวชาญก็มีองค์ความรู้เพิ่มขึ้นด้วย ผู้ประกอบการยังมีวัตถุประสงค์ที่จะดำเนินโครงการต่ออีกสำหรับพัฒนาเครื่องมือในการผสมดินต้นแบบ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการผลิตเครื่องปั้นดินเผาต่อไป
ป้าผลิตเรื่องผสมดินอเนกประสงค์
มาลิน แรพพ์ ในฐานะหัวหน้าโครงการ บอกว่า ผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาพงษ์ศรีนคร ศิลาดล เป็นอุตสาหกรรมครอบครัวกึ่งอุตสาหกรรมขนาดเล็ก พงษ์ลักษณ์ สุวรรณมาลี ผู้ประกอบการ เสนอขอให้พัฒนากระบวนการเตรียมเนื้อดินสำหรับผลิตเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการที่ 1 มีระยะเวลาศึกษา 8 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551-พฤษภาคม 2552 เพื่อศึกษาตัวแปรที่เหมาะสมกับการผลิตและสามารถควบคุมคุณสมบัติของดินที่จะนำไปผลิตเครื่องปั้นดินเผาต่อไป
เป้าหมายในการทดลองโครงการที่ 2 เน้นการผลิตดินให้ได้ชั่วโมงละ 30 กก.ได้ผลเป็นที่น่าพอใจสามารถผลิตดินได้วันละ 200 กก. ผลการทดลองพบอีกว่าดินที่มีการปรับสูตรแล้วทำให้ผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาเบาลงได้จริงถึง 40% มากกว่าป้าหมายเดิมที่ผู้ประกอบการกำหนดไว้เพียง 10% การทดลองเลือกใช้วัตถุดิบภาคเกษตรกรรม เครื่องมือในการบีบอัด และหลังสิ้นสุดโครงการที่ 2 ผู้ประกอบการยังขอรับการสนับสนุนต่อในโครงการที่ 3 เป็นการจัดหาเครื่องผสมดินแต่เดิมต้องนำเข้าจากต่างประเทศซึ่งมีราคาแพง จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาเครื่องมือดังกล่าวขึ้นใหม่ เป็นเครื่องผสมดินอเนกประสงค์ที่สามารถดูดอากาศ ปั่น และนวดดินให้แล้วเสร็จภายในเครื่องเครื่องเดียว



