
ผวา!สั่งปิดร.ร.หวั่นเป้าสังหารหมู่
โรงเรียนทุกแห่งในเขตกิลส์ รัฐเวอร์จิเนียของสหรัฐ ปิดการเรียนการสอน หลังพบข้อความเตือนเรื่องเป้าหมายต่อไปของการสังหารหมู่ในเว็บไซต์
3 ม.ค. 56 เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ CBS 6 / WDBJ7. com รายงานว่า โรงเรียนทุกแห่งในเขตกิลส์ เมืองแนร์โรว์ รัฐเวอร์จิเนีย ของสหรัฐ ต้องปิดการเรียนการสอนไปเมื่อวันพุธ หลังจากปรากฏข้อความทางออนไลน์ว่า โรงเรียนไหนจะตกเป็นเป้าของการสังหารหมู่เป็นรายต่อไป
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เป็นวันที่นักเรียนส่วนใหญ่จะต้องไปโรงเรียน ยกเว้นเด็กในเขตกิลส์ เพราะทางโรงเรียนได้ยกเลิกการเรียนการสอนด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย หลังจากมีข้อความว่า "โรงเรียนไหนจะตกเป็นเป้าของการสังหารหมู่เป็นรายต่อไป ?" ปรากฏในเว็บไซต์ ที่ปกติแล้วจะนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับทฤษฎีสมคบคิด และวัตถุบินลึกลับ หรือ ยูเอฟโอ
นายอำเภอ มอร์แกน มิลลิรอนส์ ของเขตกิลส์ บอกว่า จำเป็นต้องจริงจังกับเรื่องนี้ เพราะพบว่าผู้เขียนมีการโยงความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สังหารหมู่ที่โรงภาพยนตร์ในโคโลราโด ที่คนร้ายอ้างว่าตัวเองเป็นโจ๊กเกอร์ ตัวร้ายในภาพยนตร์เรื่องแบทแมน การสังหารหมู่ที่โรงเรียนประถมแซนดี้ ฮุค ในรัฐคอนเน็คติกัต เมื่อเดือนที่แล้ว และต่อมาก็พบว่า มีการโยงไปถึงเมืองแนร์โรว์ รัฐเวอร์จิเนีย
ผู้เขียนในเว็บไซต์ ได้ใช้ฉากในภาพยนตร์เรื่องแบทแมนภาคล่าสุด "เดอะ ดาร์ค ไนท์ ไรส์" หรือ อัศวินรัตติกาลผงาด ที่เผยให้เห็นแผนที่การโจมตีหลายแห่ง หนึ่งในจำนวนนี้ เรียกว่า แซนดี้ ฮุค และอีกที่หนึ่งเรียกว่า แนร์โรว์ ผู้เขียนได้สรุปความน่าจะเป็นว่า โรงเรียนในเมืองแนร์โรว์ รัฐเวอร์จิเนีย อาจจะตกอยู่ในอันตราย ซึ่งนายอำเภอมิลลิรอนส์ บอกว่า ทางการต้องการแสดงให้เห็นว่า จะไม่มีอันตรายเกิดขึ้นต่อระบบของโรงเรียนในเขตกิลส์ อย่างแน่นอน
โรงเรียนในเขตกิลส์ มีกำหนดเปิดการเรียนการสอนอีกครั้งในวันนี้ จากเดิมที่ต้องเปิดวันพุธหลังปิดไปในช่วงฤดูหนาว ครูและตำรวจได้มีการพบปะกัน ซึ่งเมื่อวันพุธได้มีการวางกำลังตำรวจรักษาความปลอดภัยที่โรงเรียน แม้จะไม่มีเด็ก ซึ่งตำรวจได้จัดการลาดตระเวนเพื่อความสบายใจของครู และผู้ปกครอง
ผู้ปกครองหลายคน บอกว่า ข่าวนี้ทำให้พวกเขาหวาดวิตก บางคนบอกว่า ลูกยังเป็นเด็กอนุบาลและไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร แต่ก็อาจจะให้หยุดเรียนในสัปดาห์นี้ไปเลย เพราะเกรงว่า จะมีคนไปอ่านเจอข้อความในเว็บไซต์ และลงมือก็เป็นได้
----------------------
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว : AP)



