ข่าว

'พระบัญชาของพระเจ้าที่ทำให้เราพบกัน'

'พระบัญชาของพระเจ้าที่ทำให้เราพบกัน'

03 ม.ค. 2556

'พระบัญชาของพระเจ้าที่ทำให้เราพบกัน' : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // สุชาติ สูงเรือง

                วันที่ 14 ธันวาคม 2555 เป็นวันแห่งความยินดีของคนในครอบครัว เมื่อนางบุญญาวัลย์ เจริญรัตน์ หรือครูแวว ในวัย 50 ปี เลือกที่จะเริ่มชีวิตครอบครัวครั้งใหม่กับ นายแพทย์มิกเชล ชิสทอพ โอ คอนเน่อร์ หรือ หมอไมซ์ อดีตแพทย์กองทัพบก ชาวออสเตรเลีย วัย 65 ปี

               งานแต่งจัดอยู่บ้านเลขที่ 279 ม.18 ต.บุ่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ บ้านเกิดของฝ่ายหญิง ที่นับจากนี้ไป คงเหลือเพียงความทรงจำดีๆ ให้คิดถึง เพราะหลังแต่งงาน ทั้งคู่จะไปใช้ชีวิตที่ประเทศออสเตรเลียแล้ว

               ก่อนจะมาถึงวันนี้ ชีวิตของครูแววผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย ทุกข์ยากกับการเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงดูน้องฟ้าใส ลูกสาวเพียงลำพังคนเดียว เมื่อเธอเป็นสะใภ้นอกคอกที่ครอบครัวฝ่ายชายไม่ยอมรับ เมื่อครั้งลูกอยู่ชั้นอนุบาล เมื่อแม่ไปอบรมต่างจังหวัดก็ต้องพาลูกไปฝากเพื่อนที่ทำงานเลี้ยง รับ-ส่งไปโรงเรียน เงินเดือนข้าราชการชั้นผู้น้อยที่มีอยู่เพียงน้อยนิด ต้องนำมาใช้จ่ายในครอบครัวทั้งเลี้ยงดูแม่ที่แก่ชรามากแล้ว และส่งเสียลูกสาววัยกำลังเรียน แถมยังมีหนี้สินจากผ่อนรถ ใช้หนี้ธนาคารจากกู้สร้างบ้าน อื่นๆอีกจิปาถะ แทบเอาตัวไม่รอด

               แต่แล้วในปี 2554 หมอไมซ์ที่ทำงานด้านวิจัยศึกษาโรคที่เกิดในเขตเมืองร้อน ต้องเดินทางไปมาระหว่างประเทศในเอเซีย ทั้งไทย พม่า ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ได้เดินทางมาประชุมที่ กทม. โดบครูแววเข้าประชุมด้วยในฐานะข้าราชการในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษา ทำให้ได้รู้จักกัน พูดคุยทักทายกัน ด้วยบุคคลิกครูที่มาดมั่นสดใสขี้เล่น ทำให้ไมซ์ให้ความสนใจเป็นพิเศษ จนได้นัดพบติดต่อกันเรื่อยมา

               "ผมป่วยมีก้อนเนื้อในร่างกาย สงสัยจะเป็นมะเร็ง แต่เมื่อมาพบกับครูแววและน้องฟ้าใส และได้ประกาศว่าจะเป็นคนดูแลแม่ลูกคู่นี้เอง เป็นเรื่องประหลาดใจมากเมื่อผลการตรวจก้อนเนื้อหายไป ร่างกายแข็งแรงกลับมาดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อ ทำให้ผมเชื่ออย่างสนิทใจว่า นี่คือพระบัญชาของพระเจ้าที่ท่านสั่งให้ผมต้องมีชีวิตอยู่ดูแลแม่ลูกคู่นี้"

               ครูแวว บอกว่า ตอนรับปากบอกรักกันกับไมซ์ที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่ทางการไทยจัดเป็นห้องประชุมสัมมนา เขาขอเดินทางกลับไปด้วยที่จังหวัดอำนาจเจริญหลังเลิกงาน ต่อถึงที่บ้านคึมใหญ่ขอคุยกับพ่อแม่ ตอนนั้นยังเหนียมอายอยู่ด้วยความเป็นคนไทยวัฒนธรรมไทยและยังไม่ได้ลาออกจากราชการ กลัวคนจะนินทาที่มีฝรั่งตามมาถึงบ้าน

               " เมื่อมาคิดถึงชีวิตที่ต้องทนเลี้ยงดูลูก ที่หลายคนประณามว่าไม่มีพ่อ มันเจ็บปวด อีกทั้งภาระหนี้สินที่นับวันจะงอกเงยขึ้นมา จากทั้งการกู้เพื่อสร้างบ้านซื้อรถยนต์นั่งตามสมัยนิยมแถมลุกสาวที่กำลังกินกำลังใช้อีกต่างหาก ดังนั้นจึงกราบแม่ขอกับญาติๆทุกคนว่า หนูขอมีชีวิตใหม่ได้ไหม..ซึ่งแม่และพี่สาวสองคนในบ้านซึ่งครอบครัวเราไม่มีผู้ชายเลยพ่อตายตอนลูกสาวสามคนอายุ ไม่ถึง 10 ขวบ ทุกคนบอกว่าตามใจ เมื่อชีวิตคู่กับคนไทยด้วยกันไม่สมบูรณ์และมีคนรักก็เริ่มต้นชีวิตใหม่เถอะ จึงตัดสินใจตกลงรับรัก"

               สำหรับการตัดสนิใจไปใช้ชีวิตที่เมืองนอก ครูแววบอกว่า สามีตอนนี้ป่วยมีโรคปรจำตัว จึงอยากอยู่ประจำที่ประเทศบ้านเกิด ต้องอยู่ใกล้หมอประจำที่ช่วยรักษา ที่สำคัญก็ต้องการจะให้ลูกสาวน้องฟ้าใสไปเรียนต่อปริญญาตรีที่เมืองชิดนีย์ อยู่พักกับคุณพ่อชาวออสเตรเลีย ซึ่งน้องฟ้าใสบอกว่าอบอุ่นมากเมื่อครอบครัวมีพ่อมีแม่ครบในบ้าน

               "สามีแม้จะเกษียณอายุราชการแล้วก็ตามเขายังทำหน้าที่ดูแลเมื่อมีการเดินทางแต่ละครั้ง เราในฐานะภรรยาก้ต้องติดตามไปด้วยเสมอเพื่อดูแลสามี ดูแลเรื่องอาหารหยูกยากินให้ตรงตามที่หมอสั่ง
ถ้าจะบอกว่าหลังแต่งงานแล้วได้บินเที่ยวไปมาในหลายๆประเทศก็เป็นเรื่องความสุขของชีวิตคู่ ถ้าสามีเดินทางเข้ามาประชุมด้านสาธารณสุขในเมืองไทยก็จะถือโอกาสนี้ไปหาแม่และพบลูกสาวที่กำลังเรียนหนังสือ เฉลี่ยอยู่พักในเมืองไทย ไม่น้อยกว่าปีละ 3 เดือน "

               ด้านหมอไมซ์ก็รู้สึกว่าตอนนี้มีความสุขมากที่ได้เมียคนไทยและเป็นอดีตข้าราชการครูอีกด้วย จึงอยากให้อยู่ใกล้ๆคอยดูแลกัน ไม่อยากห่างแม้จะมีเงินทองพออยู่กินได้สบายแต่ก็ไม่อยากให้ภรรยาเหงา จึงมอบตำแหน่งให้เป็นผู้ช่วยคอยรับเงินเก็บรักษาเงินในอีกหน้าที่หนึ่ง เมื่อได้เป็นสามีแล้วก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด โดยน้องฟ้าใสยังอยู่กับยายในเมืองไทยและพักประจำเรียนหนังสือให้จบ ม.6 ก่อน ต่อจากนั้นก็จะไปเรียนต่อระดับปริญญาตรีในต่างประเทศ

               " ผมจะทำหน้าที่สามีให้ดี หาเงินให้มีมากๆให้เป็นของขวัญสำหรับภรรยาสาวไทยคนนี้ตอบแทนที่เขาได้กล้าตัดสินใจลาออกจากราชการมาอยู่กับสามีชาวต่างชาติซึ่งอยู่คนละมุมโลกได้อย่างไม่หวาดหวั่น จะชดเชยชีวิตของเขาช่วงที่เลี้ยงลูกด้วยตัวเองเพียงลำพัง เงินเดือนน้อยไม่พอจ่าย จะเป็นกำลังใจให้น้องฟ้าใสที่ขาดพ่อตั้งแต่เด็กๆ ผมจะดูแลพวกเขาเอง"

               

               ..........................................

('พระบัญชาของพระเจ้าที่ทำให้เราพบกัน' : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // สุชาติ สูงเรือง )