
ส่งความอร่อยสู่ทุกครัวทั่วโลก
ส่งความอร่อยสู่ทุกครัวทั่วโลก
ความอร่อยของอาหารไทยติดอันดับโลก จึงเป็นที่รู้ว่าไม่ยากนักกับการหาอาหารไทยรับประทานบนโลกกลมๆ ใบนี้ แต่จะให้รสชาติอร่อยเด็ดเหมือนไทยๆ เราคงไม่ได้ นั่นละจึงเป็นเหตุให้ "หรีด" รพีพรรณ เหลืออร่ามรัตน์ ต่อยอดและพัฒนาจนได้น้ำซอสเทสตี้ สยาม ในการทำอาหารไทยให้มีรสชาติมาตรฐานไทยแท้ ภายใต้โครงการ "ครัวไทยสู่ครัวโลก" พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อเร็วๆ นี้
"หรีด" รพีพรรณ กล่าวถึงที่มาที่ไปว่า จากผลการวิจัยพบว่าอาหารไทยเป็นอาหารยอดนิยมติดอันดับ 1 ใน 4 ของโลก อีกทั้งยังพบว่าความต้องการของร้านอาหารไทย รวมถึงโรงแรมระดับ 4 และ 5 ดาวในต่างประเทศ ต่างประสบปัญหาในการปรุงอาหารไทย ทำให้เกิดความต้องการน้ำปรุงในการทำอาหารไทยให้มีรสชาติมาตรฐานไทยแท้ และปัญหาด้านการขาดแคลนพ่อครัวแม่ครัวไทย อีกทั้งเจ้าของร้านที่ไม่มีความรู้เรื่องอาหารไทยแท้อย่างแท้จริง จึงทำให้รสชาติของอาหารไทยได้รับความเข้าใจผิดเพี้ยนมาตลอด
"นั่นเองจึงเป็นที่มาให้หรีดคิดแก้ไจเพื่อจะทำให้อาหารไทยเติบโตได้อย่างรวดเร็ว จึงใช้แนวคิดอาหารไทยไม่ว่าครัวไหนก็ต้องมีรสชาติไทยเดียวกัน จึงผลิตน้ำซอสหรือน้ำปรุงเอนกประสงค์ 10 ชนิด อย่างน้ำจิ้มแจ่วบาร์บีคิว น้ำราดส้มตำ น้ำปลาหวาน ซอนเปรี้ยวหวาน น้ำยำรสเข้มข้น ซอสผัดไทย ซอสผัดผัก ซอสกระเพรา น้ำจิ๋มบ๋วย สับปะรด และไพน์แอปเปิ้ล วินิเกรด เดรสซิ่ง ซึ่งจุดเด่นของน้ำซอสเอนกประสงค์นั้นอยู่ที่ เป็นรสชาติเอกลักษณ์ไทยอย่างแท้จริง น้ำปรุงแต่ละชนิดสามารถปรุงได้หลากหลายเมนู ใช้สมุนไพรเป็นส่วนผสมซึ่งดีต่อสุขภาพ และไม่มีสารกันบูด" แม่ครัวไฮโซ กล่าว
พร้อมกันนี้ในงานเปิดตัวยังได้เชิญคนดังในแวดวงสังคมมาใส่ผ้ากันเปื้อนเข้าครัวปรุงอาหารด้วยซอสปรุงรส อย่าง "หนู" อนุทิน ชาญวีรกุล "โต้ง" จรรยา สว่างจิตร ประวิทย์ - "หลี" อรัญญา มาลีนนท์ และพ่อครัวจากโรงแรมดัง ซึ่งต่างปรุงเมนูที่ใช้น้ำซอสเทสตี้ สยาม โดยแต่ละซอสสามารถรับประทานได้กับหลากหลายเมนู อาทิ ซอสส้มตำ รับประทานได้กับผักร็อกเก็ต, ผักสลัด, ผลไม้, ลูกชิ้นปิ้ง, กุ้งทอด, กุ้งแม่น้ำพล่า, ส้มตำไข่เค็ม, ส้มตำข้าวโพด ซอสเปรี้ยวหวาน สามารถปรุงอาหารและรับประทานได้กับ ปลาทอด, เป็ดทอด, ซี่โครงหมูทอด, ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ซอสสับปะรด สามารถรับประทานได้กับ ห้อยจ้อ, ไก่จ้อ, แฮกิ้น, ไก่มานาว, หมูมะนาว, ไก่ชุปแป้งทอด เป็นต้น
"ซอสที่พัฒนาขึ้นมานี้จะประกาศเอกลักษณ์ของความเป็นไทยได้อย่างภาคภูมิ" รพีพรรณ กล่าวปิดท้าย



