ข่าว

กกต.ตอบรับ'วราเทพ'ถกประชามติ

กกต.ตอบรับ'วราเทพ'ถกประชามติ

02 ม.ค. 2556

กกต.ส่งเลขาฯ-รองเลขาฯ ถก 'วราเทพ' เรื่องทำประชามติ ด้าน 'วราเทพ' เผยรอที่ประชุมใหญ่ พท.เคาะแนวทางแก้ไข ขณะที่ 'ส.ส.อีสาน' เริ่มขยาดแก้ รธน.

                           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 2 ม.ค. 56  นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ในวันนี้ (2 ม.ค.) ที่ประชุมกกต. มีมติให้เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วยรองเลขาธิการคณะกรรมการเลือกตั้ง ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ และผู้อำนวยการสำนักกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดทำประชามติ ไปรับทราบข้อหารือเบื้องต้น ตามที่นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และคณะทำงานศึกษาข้อกฎหมายและวิธีการออกเสียงประชามติ ได้มีหนังสือสำนักนายกรัฐมนตรีด่วนที่สุด ลงวันที่ 28 ธ.ค. 2555 เรื่องขออนุญาตเข้าพบคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อปรึกษาหารือเพื่อกำหนดแนวทางในการจัดประชามติให้ชัดเจนต่อไป พร้อมปรึกษาเกี่ยวกับรายละเอียดและข้อกฎหมายในการจัดทำประชามติ ทั้งนี้หนังสือขอหารือของนายวราเทพ ไม่ได้ระบุประเด็นที่คณะทำงานฯ จะขอหารือว่าจะมีประเด็นอะไรบ้าง อย่างไรก็ตามในการหารือนั้น เป็นเพียงการไปรับฟังข้อหารือเบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดทำประชามติของรัฐบาลเท่านั้น

                           นายภุชงค์ กล่าวด้วยว่า สำหรับเรื่องจำนวนเสียงประชามติที่ยังเป็นประเด็นถกเถียงอยู่นั้น คงต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด กฎหมายกำหนดอย่างไรต้องทำตามนั้น กกต.ไม่สามารถไปแนะนำ และทำนอกเหนือกฎหมายได้ เพราะในอดีตที่ผ่านมาก็เคยมีบทเรียนมาแล้ว ยืนยันว่า กกต. ชุดปัจจุบันมีความเป็นกลางในการจัดทำประชามติ โดยหลังจากนี้จะส่งหนังสือแจ้งให้นายวราเทพให้รับทราบและคาดว่าจะมีการพบและหารือกันภายในสัปดาห์หน้า

                           "ยืนยันว่าการที่กกต.ส่งตัวแทนไปพบคณะทำงานฯของนายวราเทพ นั้น ไม่ถือว่าเป็นการช่วยเหลือรัฐบาล แต่เป็นเพียงขั้นตอนการรับฟังข้อปฏิบัติในกาจัดทำประชามติ และกกต.เป็นเพียงผู้รักษาการตามกฎหมาย กกต.มีความเป็นกลางในการจัดทำประชามติ และยึดหลักตามข้อกฎหมายเป็นสำคัญ" นายภุชงค์ กล่าวและว่า ไม่อยากให้ไปเปรียบเทียบกับกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เดินทางมาหารือกับกกต.ด้วยตัวเอง แต่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับให้คณะทำงานฯเป็นตัวแทน ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ไม่ถือว่า กกต.ช่วยเหลือรัฐบาล

                           นอกจากนี้ นายภุชงค์ ยังเชิญชวนประชาชนชาวจังหวัดชลบุรี ให้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดชลบุรี ที่อำเภอพานทอง และอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ในอาทิตย์ที่ 6 มกราคม 2556 ตั้งแต่เวลา 8.00-15.00 น.

 

'วราเทพ' เผยรอที่ประชุมใหญ่ พท.ถกแก้รธน.

 

                           นายวราเทพ ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ต้องหารือกันกับที่ประชุมพรรคเพื่อไทย (พท.) ก่อน ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 6 - 7 ม.ค. ที่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา โดยถึงวันนี้ยังไม่มีความชัดเจน เพราะยังไม่มีการหารือในรายละเอียดที่ลึกลงไปมากกว่านี้ ทั้งนี้แนวทางยังมี 3 แนวทางเช่นเดิม คือ การแก้รายมาตรา การทำประชามติ หรือการเดินหน้าลงมติวาระ 3 สำหรับการจัดเวทีสานเสวนา 108 เวทีของกระทรวงมหาดไทยก็ยังใม่มีความชัดเจน ซึ่งจะนัดหารือคณะทำงานศึกษาการลงประชามติอีกครั้งหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดวันเข้าร่วมหารือกับคณะศึกษาฯในเรื่องการจัดทำประชามติ

                           ทั้งนี้นายวราเทพ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางเข้าพบและร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

                           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้นำเหล่าทัพนำโดย พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ได้ทยอยนำกระเช้าดอกไม้เข้าอวยพรปีใหม่นายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

                           จากนั้น นายกฯได้เป็นประธานการประชุมหน่วยงานความมั่นคงที่ห้องสีเขียว โดยการประชุมครั้งนี้ไม่มีอยู่ในกำหนดการวาระงานทำเนียบรัฐบาล

 

'ส.ส.อีสาน' เริ่มขยาดแก้รธน.

 

                           นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการสัมมนาพรรคฯ ว่า ในการสัมมนาคงไม่ได้ข้อสรุปเรื่องแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่คงมีการเปิดโอกาสให้ ส.ส.ได้แสดงความเห็นเรื่องแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และน่าจะได้ข้อสรุปเรื่องการทำประชามติ ว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิถึง 24 ล้านเสียงหรือไม่ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปหาข้อสรุปเรื่องวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป ทั้งนี้ เบื้องต้นเท่าที่ ส.ส.อีสาน หารือกันนั้นเห็นว่า แนวทางในการเดินหน้าโหวตวาระ 3 เป็นเรื่องลำบาก เดินหน้าไปก็มีแต่แพ้อย่างเดียว เพราะเสียง ส.ว.คงไม่เอาด้วย ดังนั้นจึงเหลือแค่ 2 แนวทาง คือ การทำประชามติ และการแก้ไขเป็นรายมาตรา แต่ทั้ง 2 แนวทางนั้น ส.ส.อีสาน ยังไม่ตกผลึกว่าเห็นด้วยกับแนวทางใด โดยแนวทางการทำประชามตินั้นยังกังวล ว่าเป็นเรื่องยากที่จะหาคนมาใช้สิทธิให้ได้ถึง 24 ล้านเสียง และถ้าไปรณรงค์มากก็อาจสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายได้ ดังนั้นหากรู้ว่าทำไปแล้วไม่ผ่านก็ไม่ควรทำตั้งแต่ต้น

                           นายไพจิต กล่าวอีกว่า ส่วนการแก้ไขเป็นรายมาตรานั้น ส.ส.อีสาน เห็นว่า หากไปแก้มาตราที่สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความขัดแย้ง เช่น มาตรา 309 นั้นก็คงไม่สำเร็จ เพราะต้องใช้เสียง ส.ว.ร่วมด้วย น่าจะทำได้แค่ประเด็นที่เคยมีการศึกษากันมา เช่น มาตรา 190 มาตรา 237 เท่านั้น ทั้งนี้ ส.ส.อีสาน คงต้องรอฟังข้อมูลในวันที่ 6 - 7 ก.ค. ก่อน อย่างไรก็ตาม ส.ส.อีสาน เคยมีการคุยกันว่า หากทุกแนวทางมีอุปสรรคมาก ทั้งการทำประชามติ หรือการแก้ไขเป็นรายมาตรา จนสุ่มเสี่ยงเกิดความขัดแย้งนั้น ก็ควรเสนอให้พักการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ก่อน รอเวลาไปอีกสักระยะ จนกว่าสถานการณ์การเมืองสงบ จึงเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่อีกครั้ง ซึ่งระหว่างนั้นก็ให้รัฐบาลทำผลงานให้ประชาชนไปก่อน เพราะไม่อยากเห็นความขัดแย้งเกิดขึ้นในบ้านเมืองอีก แต่ขณะนี้ ส.ส.อีสาน ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเลือกใช้แนวทางใด