ข่าว

กกต.วอน'สุขุมพันธุ์'ลาออกก่อนครบวาระ

กกต.วอน'สุขุมพันธุ์'ลาออกก่อนครบวาระ

02 ม.ค. 2556

ปธ.กกต.กทม. วอน 'สุขุมพันธุ์' ชิงลาออกก่อนครบวาระ ป้องกันผิดกม.เลือกตั้งท้องถิ่น ด้านปชป.มั่นใจ'คุณชาย'แจงDSIปมต่อสัญญารถไฟฟ้าได้

                           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 56  พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ ตู้จินดา ประธาน กกต.กทม. กล่าวภายหลังประชุมเตรียมความพร้อมคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. กทม. และกกต.ท้องถิ่น ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะครบวาระในวันที่ 10 ม.ค. 56 นี้ ว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในครั้งนี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นก็ได้ หาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลาออกก่อนครบวาระ เพราะหาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ อยู่ครบวาระ ตามกำหนดเดิมแล้ว กกต. มีเวลาจัดการเลือกตั้งภายใน 45 วัน ซึ่งกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 17 ก.พ. 56 นี้ แต่หาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ชิงลาออกก่อน กกต.จะมีเวลาจัดการเลือกตั้งเพิ่มเป็น 60 วัน ดังนั้นน่าจะกำหนดวันเลือกตั้งได้ในวันอาทิตย์ที่ 3 มี.ค. 56 นี้ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้คงต้องรอความชัดเจนจาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์

                           "ผมเห็นว่าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาร้องเรียนและสุ่มเสี่ยงกับการกระทำผิด ตามมาตรา 57 ของกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น ที่ระบุว่าเมื่อมีการประกาศให้มีการเลือกตั้งในกรณีอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระการดำรงตำแหน่งของสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการเพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น หรือให้งดเว้นการลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ผู้สมัครใดด้วยวิธีการ ดังนั้นจึงอยากขอร้องให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ลาออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระ เพราะหากยังอยู่ในตำแหน่งอาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการถูกร้องเรียน เกี่ยวกับภาระหน้าที่ยังปฏิบัติอยู่ในตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.ระหว่างนี้ได้"

                           พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุม ยังได้หารือกรณีว่าที่ผู้สมัครขึ้นป้ายหาเสียง คู่กับบุคคลสำคัญๆ จะเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ ที่ประชุม เห็นว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นไม่มีข้อห้ามไว้ แต่ขอเตือนให้ระมัดระวัง ข้อความหาเสียง เพื่อไม่ให้เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง

 

คาด"สุขุมพันธ์"ลาออกก่อนครบวาระ

                          นางนินนาท ชลิตานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เปิดเผยหลังประชุมร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) และ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ว่า ในที่ประชุมได้มีการหารือเรื่องกำหนดวันรับสมัครและวันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เนื่องจากม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 10 มกราคม 2556 ซึ่ง กทม.ได้เตรียมจัดการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแล้ว 

                          เบื้องต้นคาดว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนปัจจุบันจะดำรงตำแหน่งจนครบวาระ คือ ในวันที่ 10 มกราคม 2556 กกต.กทม.ก็จะประกาศให้มีการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในวันที่ 11 มกราคม 2556 และเปิดรับสมัครผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 16-20 มกราคม 2556 พร้อมกำหนดวันเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ แต่หากลาออกก่อนวาระก็จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งไม่เกิน 60 วัน หรือให้มีการเลือกตั้งได้ไม่เกินวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2556 โดยคาดว่าจะรับสมัคร 21-25 มีนาคม 2556

                          นางนินนาท กล่าวต่อว่า  กกต.มีความเป็นห่วงในเรื่องของสถานที่ที่จะใช้ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยต้องการให้ลดการใช้เต้นท์ที่ใช้เป็นสถานที่เลือกตั้ง ซึ่งมีอยู่ 140 จุด โดยจะประสานไปยังกระทรวงศึกษาธิการเพื่อขอใช้โรงเรียนในสังกัด สพฐ. เป็นสถานที่เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน  โดยในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งนี้ตั้งเป้ามีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ 70 %

                          รายงานข่าวจากศาลาว่าการกทม. แจ้งว่า คาดว่าม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จะลาออกก่อนครบวาระในวันที่ 10 ม.ค.นี้ แต่จะเป็นวันใดนั้น ต้องรอกลับจากภารกิจที่ประเทศกัมพูชาในวันที่ 4 ม.ค.นี้

 

เตรียมออกระเบียบหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นห้ามนำสถาบันมาเกี่ยวข้อง

 

                           นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง เป็นประธาน การอบรมคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการการเลือกตั้งท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยนายประพันธ์ ได้ให้นโยบายว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่จะมีขึ้น ถือมีความสำคัญที่สุดไม่น้อยกว่าการเลือกตั้ง ส.ส.จากการติดตามข่าวสารพบว่ามีการเปิดตัวผู้สมัครแล้ว และพรรคการเมืองให้ความสนใจ จึงเชื่อว่าการแข่งขันจะเป็นไปย่างเข้มข้น กกต.ยืนยันว่าจะจัดการเลือกตั้งด้วยความเป็นกลาง สุจริต เที่ยงธรรม ซึ่งขณะนี้ กกต.ได้ออกระเบียบเกี่ยวกับวิธีการหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นเพิ่มเติม สาระสำคัญ คือไม่ให้ผู้สมัครนำเรื่องของสถาบันมาหาเสียง โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ที่คาดว่าจะใช้ได้ทันกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่จะมีขึ้น

                           นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า กกต.กทม.ตั้งเป้ามีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งร้อยละ 70 แต่ส่วนตัวเห็นว่า ถ้ามีผู้มาใช้สิทธิ์ เกินกว่าร้อยละ 60 ก็ดีใจแล้ว เพราะในอดีตที่ผ่านมา การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.มีผู้มาใช้สิทธิ์ไม่ถึงร้อยละ 60 ดังนั้นเมื่อคาดการณ์ว่า จะมีการแข่งขันกันมาก จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องพยายามรณรงค์จัดการเลือกตั้งให้มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ให้มาก เพราะจะทำให้การซื้อเสียงไม่เป็นผล อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่ผ่านมา มักไม่มีการร้องเรียนทุจริตของผู้สมัครด้วยกัน แต่จะเป็นเรื่องการร้องเรียนการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ จึงขอให้ทาง กกต.กทม.ได้ฝึกอบรมให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย

                           นายประพันธ์ ยังกล่าวว่า ขณะนี้คงต้องรอดูว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จะอยู่ครบวาระ หรือลาออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระ เพราะว่าการดำเนินการตามกฎหมายก็จะแตกต่างกัน ซึ่งไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร กกต.ก็เตรียมการไว้พร้อมหมดแล้ว ทั้งนี้ยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า ภายหลังการเลือกตั้งตามระเบียบ กทม.กำหนดให้ผู้ว่าฯ กทม.ต้องเข้ารับตำแหน่งใหม่ภายใน 7 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง แต่กฎหมาย กกต. กำหนดให้ กกต.มีเวลาในการสืบสวนฯ กรณีมีการทุจริตภายใน 30 วัน ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีเรื่องร้องเรียน ทำให้ กกต.สามารถประกาศรับรองผลได้เร็ว แต่ในครั้งนี้ที่คาดว่าจะมีการแข่งขันสูง ก็เกรงว่าจะมีเรื่องร้องเรียนที่ทำให้ กกต.ไม่สามารถประกาศรับรองผลได้ภายใน 7 วัน

                           ทั้งนี้ภายหลังการมอบนโยบายนายประพันธ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม.ควรปฏิบัติตนอย่างไรว่า ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แต่ผู้ที่จะลงสมัครย่อมต้องรู้อยู่แล้วว่าควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร ซึ่งตนไม่มีข้อเสนอแนะ

 

ปชป.มั่นใจ“สุขุมพันธุ์” แจงดีเอสไอปมต่อสัญญารถไฟฟ้าได้

 

                         นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการส่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ ลงป้องกันตำแหน่งอีกสมัยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมนโยบายที่จะทำร่วมกันระหว่างทีมงานของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ และทีมงานของพรรค เพื่อจะหาข้อสรุปร่วมกันว่า จะใช้นโยบายและวิธีการใดเป็นหลักในการหาเสียง ส่วนบุคคลที่ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าฯนั้น ขณะนี้พรรคยังไม่ได้ข้อสรุปเช่นกัน แต่โดยหลักการก็จะเป็นการผสมผสานระหว่างทีมงานที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เป็นผู้คัดเลือก และในส่วนที่พรรคคัดเลือก ทั้งนี้มั่นใจว่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้ดี และสานต่องานที่ทำมาตลอดได้

                        ส่วนกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมดำเนินคดีเอาผิดกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ในกรณีทำสัญญาให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการ ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือรถไฟฟ้าบีทีเอส นั้น นายอภิรักษ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่คาดการณ์อยู่แล้ว และเชื่อว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ สามารถชี้แจงได้

                        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประเด็นที่ดีเอสไอ เตรียมออกหมายเรียกแจ้งข้อกล่าวหาผู้บริหาร ข้าราชการระดับสูง ประธานกรรมการบริหาร(บอร์ด) และกรรมการผู้อำนวยการบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด หรือเคที(วิสาหกิจในกำกับของกทม.) ตลอดจนเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือบีทีเอสซี รวม 11 คน อาทิ อาทิ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้ควบคุม กำกับ ดูแล บริหารราชการ กทม. นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ นายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (ขณะนั้น) นางนินนาท ชลิตานนท์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าฯ กทม.เป็นต้นนั้น เป็นความผิดฐานร่วมกันประกอบกิจการค้าขายอันเป็นสาธารณูปโภคโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือได้รับสัมปทานจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84 และมาตรา 86 แห่งประกาศคณะปฏิวัติ (ฉบับที่ 58) สืบเนื่องมาจากพนักงานสอบสวนและอัยการฝ่ายคดีพิเศษอ้างความเห็นว่า การลงนามต่อสัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าระหว่าง กทม.โดยเคทีกับ บมจ.บีทีเอสซี เป็นระยะเวลา 30 ปีวงเงิน 1.9 แสนล้านบาท ไม่ได้รับอนุญาตหรือสัมปทานจากกระทรวงมหาดไทย ขณะที่ในส่วนของ กทม.มองว่า กรณีดังกล่าวเป็นการจ้างตาม พรบ.ระเบียบบริหารราชการ กทม.ฯ 2528 มาตรา 89 (8) ซึ่งเป็นการว่าจ้างไม่ใช่การต่อสัญญาสัมปทาน จึงไม่ต้องขออนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

                        ด้านนายวสันต์ มีวงษ์ โฆษกกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า จะขอเวลาดูคำแถลงของดีเอสไอก่อน และจะมีการชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ กทม.พร้อมชี้แจงในทุกกรณี ทั้งจากดีเอสไอหรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ยืนยันว่า ทุกขั้นตอนที่มีการทำสัญญาเป็นไปตามกฎหมาย พร้อมกันนี้ขอตั้งข้อสังเกตว่าการตรวจสอบกทม.ในช่วงที่ผ่านมาจากฝ่ายตรงข้าม อาทิ กล้องซีซีทีวี การบริหารจัดการน้ำ เป็นการเชื่อมโยงเพื่อหวังผลทางการเมืองหรือไม่ เพราะทั้ง 2 กรณีมีการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร แล้วพบว่าไม่มีรายละเอียดถึงการทุจริตแต่อย่างใด

                        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงสถานการณ์การหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ แทน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ที่มีพ้นวาระในวันที่ 10 ม.ค.นี้นั้น มีการจับตาว่าผู้ท้าชิงจากฝ่ายตรงข้ามจะมีการเชื่อมโยงถึงคดีความที่สมาชิกในพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในกระบวนการดำเนินคดีหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สส.สุราษฎร์ธานี อดีตผู้อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ถูกดีเอสไอเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาจากสั่งสลายการชุมนุมปี 53 ไปแล้วเมื่อกลาง ธ.ค.ที่ผ่านมา กรณีของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ในฐานะอดีตผู้ว่าฯ ที่เคยถูก ปปช.ชี้มูลจากกรณีการจัดซื้อรถ เรือดับเพลิง และอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยกทม. โดยในทุกคดีนี้ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำงานร่วมกับสำนักงานทนายความเสนีย์ ปราโมช ที่มีนายบัณฑิต ศิริพันธุ์ เป็นหัวหน้าทีมทนายความต่อสู้คดี

                           อย่างไรก็ตามในคดีการสลายการชุมนุมนปช.ของนายสุเทพนั้น นายสุเทพได้ว่าจ้างสำนักงานทนายความคนึง ฦาชัย เป็นผู้รับเข้าช่วยมาดูแลอีกทางหนึ่ง ร่วมกับทีมงานทนายความของพรรคด้วย