ข่าว

เราพร้อมเป็นเครือข่ายประชาคมโลกหรือยัง

เราพร้อมเป็นเครือข่ายประชาคมโลกหรือยัง

03 ม.ค. 2556

สวัสดีเศรษฐกิจ : ปี 2556 เราพร้อมเป็นเครือข่าย ของประชาคมในโลกแล้วหรือยัง : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

                           “ในปี 2556 และอนาคตต่อๆ ไปเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในระบบเศรษฐกิจและสังคมที่มีฐานจากรูปแบบการสร้างเครือข่ายของประชาคมในโลกใบนี้ที่อยู่อย่างเอกเทศ มีความเป็นตัวตนสูงหากแต่มีการพึ่งพากัน”

                           คำพูดที่กล่าวมาข้างต้นนั้น น่าคิดมากๆ ในยุคสมัยปัจจุบันและในอนาคตจะเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น เห็นได้จากกระแสหลักของโลก-Global Trend จาก Industrial society ได้ก้าวไปสู่ Knowledge based society หรือสังคมอุดมปัญญา มาเป็นท้ายสุดคือ Post Knowledge based society หรือ Humanistic society ที่เน้นเรื่องการดูแล แบ่งปันความรู้เพื่อการอยู่รอด เชื่อใจกัน ไม่ปกป้องความรู้ ไม่ปกปิดความรู้ที่ได้รับมา มีการช่วยเหลือและแบ่งปันกัน

                           เราๆ ท่านๆ เห็นได้อย่างชัดเจนตอนที่ประเทศไทยเราประสบน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 การรวมตัวของคนที่ไม่ได้รู้จักกันของคนไทยเพื่อช่วยคนไทยที่เขาก็ไม่ได้รู้จักกันแบบ “รู้สู้ Flood” เราก็ได้เห็นมาแล้ว เหตุที่ผมบรรยายมา เพราะผมคิดว่า ในปี 2556 ที่กำลังจะมานั้น ประเด็นทางเศรษฐกิจของประเทศจะต้องเผชิญกับการระดมความรู้มาเพื่อตั้งคำถาม การระดมความรู้มาเพื่อค้นหาความจริง การระดมความรู้มาเพื่อตั้งตอบคำถาม การระดมความรู้มาเพื่อตั้งประเด็นที่สังคมควรร่วมค้นหาคำตอบตัวอย่างเช่น

                           เราควรวัดการเติบโตของเศรษฐกิจบนฐานความสุขหรือฐานตัวเลขที่เป็นรายได้-รายรับ

                           ประเทศเราจะไปทางไหน ในบางเรื่องที่จะต้องเป็นแบบรัฐสวัสดิการหรือไปตามกลไกตลาด

                           ประเทศเราควรมีการแทรกแซงตลาดที่มีต้นทุนสูงแค่ไหนแลกกับความกินดีอยู่ดีของบางกลุ่ม

                           ใครจะเป็นเจ้ามือในการรับความเสียหายต่อการส่งมอบอนาคตที่มีภาระให้แก่ลูกหลานของเรา

                           ความเป็นจริงเรื่องที่เราคนไทยเห็นต่างได้โดยไม่ต้องเป็นศัตรูกัน แล้วมุ่งทำลายกันโดยไม่รู้ว่าทำไปเพราะอะไรหรือทำไปทำไม เป็นต้น

                           การที่คนในกลุ่มที่มีรายได้ต่ำเข้าไม่ถึงระบบการเงิน บริการทางการเงินแต่ต้องดำรงชีวิตต่อไป ภายใต้การกดทับของภาระหนี้สินนอกระบบ

                           การเรียกร้องให้รัฐช่วยภาคอุตสาหกรรมขณะที่สัดส่วนของจีดีพีประเทศนั้น ครึ่งหนึ่งมาจากภาคการบริการ ต้องเรียกร้อง รวมตัว การขู่ การทำให้ใครต่อใครเดือดร้อนก่อนจึงจะบรรลุเป้าหมายเป็นเครื่องมืออันสำคัญในการดำเนินการ

                           ในอนาคตอีก 10-20 ปีข้างหน้า ประชากรไทยกลุ่มอายุ 55 ปีขึ้นไป จะมีจำนวนมากขึ้น กลุ่มอายุ 20 ปี ลงมาจะมีจำนวนลดลง ปัญหาโรคทางสังคม : ยาเสพติด / เอดส์ / ติดการพนัน / เสี่ยงทางเพศ / บริโภคอาหารขยะ / หย่าร้าง / ปัญหาทางจิตขยายตัวอย่างมาก ปัญหาทางสังคมส่วนใหญ่อยู่ที่วัยเด็กและเยาวชน

                           เรื่องที่ผมกล่าวมาทั้งหมด หากไม่ได้รับการแก้ไข เตรียมการรองรับ หรือเอาใจใส่ ท้ายที่สุดจะกระทบเศรษฐกิจไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ท่านว่าจริงไหม การให้รัฐแก้ไขฝ่ายเดียว เราๆ ท่านๆ จ่ายภาษีอย่างเดียวพอไหม??? ผมว่าถึงเวลาที่เราต้องเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายของประชาคมในโลกใบนี้ ในประเทศนี้ เราจะอยู่อย่างเอกเทศได้ แต่จะไม่สามารถที่จะไม่รับรู้ รับทราบ หูหนวก ตาบอด มองไม่เห็นได้อีกแล้ว เราๆ ท่านๆ ต้องร่วมในกระบวนการตัดสินใจ ร่วมคิด ร่วมหาคำตอบเพื่อรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงของระบบเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วครับ คำถามที่เครือข่ายส่งมาถึงท่านได้มาถึงยังหน้าบ้านทุกท่านแล้วนะครับ

 

 

--------------------

(สวัสดีเศรษฐกิจ : ปี 2556 เราพร้อมเป็นเครือข่าย ของประชาคมในโลกแล้วหรือยัง : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)