ข่าว

เย็นจัด!กาฬสินธุ์ฮิตเปิบเมนูหนูสู้หนาว

เย็นจัด!กาฬสินธุ์ฮิตเปิบเมนูหนูสู้หนาว

02 ม.ค. 2556

อากาศหนาวเย็นชาวบ้านหาสารพัดเมนูเปิบแก้หนาว 'หนูนา'สุดฮิตเชื่อให้ความอบอุ่นต่อร่างกาย ด้าน'จนท.สธ.'เตือนควรบริโภคเนื้อหนูที่ปรุงสุก เพื่อความสะอาด

               2 ม.ค.56 สถานการณ์ภัยหนาวในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ยังส่อเค้ารุนแรง อากาศหนาวเย็น อุณหภูมิลดต่ำลงทุกขณะ ชาวบ้านที่อาศัยในเขตชนบทและมีฐานะยากจน ขาดแคลนเครื่องนุ่งห่ม ต้องออกมาก่อไฟผิงและผิงแดดเพื่อบรรเทาความหนาว พร้อมกันนี้ยังพบว่า ชาวบ้านส่วนมากยังนิยมจับหนูนามาบริโภค โดยเชื่อว่า ไขมันที่สะสมในตัวหนูนา สามารถสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายและช่วยคลายหนาวได้

               นายอังคาร ภูถาวร นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)หัวงัว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากผลกระทบภัยหนาว ได้นำเจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความต้องการเครื่องนุ่งห่มและสอบถามปัญหาความต้องการเพื่อเสนอขอความช่วยเหลือจากทางจังหวัดฯ ตลอดทั้งจัดเจ้าหน้าที่สาธารณสุขออกเตือน ให้คำแนะนำชาวบ้านในการรักษาสุขภาพ เพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บที่มากับฤดูหนาว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เด็ก และผู้มีโรคประจำตัว

               ด้านนายแพทย์พิสิทธิ์ เอื้อวงศ์กูล สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในส่วนของการบริโภคอาหารนั้น พบว่า ในฤดูหนาวชาวบ้านจะนิยมจับหนูนามาประกอบเป็นอาหารในครัวเรือน ซึ่งได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขออกให้คำแนะนำ รับประทานอาหารที่ทำจากหนูนาโดยผ่านกรรมวิธีทำให้สะอาดและปรุงสุก เพื่อที่จะไม่เกิดโรคติดต่อ เช่น พยาธิ หรือไข้ฉี่หนู ที่อาจกลายพันธุ์เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

               อย่างไรก็ตาม จากการที่ชาวบ้านในเขตชนบทส่วนมาก ยังนิยมหาจับหนูนาด้วยวิธีการต่างๆ เช่น วางกับดัก ขุด ยิง นำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่น ผัดเผ็ด อ่อม หมก ที่นิยมที่สุดคือ ย่าง เพราะให้กลิ่นหอม รสชาตินุ่ม มีคุณค่าทางพลังงานและโปรตีน จึงเป็นที่นิยมและเริ่มขาดแคลนและหายาก ทำให้มีราคาแพงถึงตัวละ 100 บาท

               สำหรับสภาพอากาศที่หนาวเย็นในปีนี้ที่ จ.กาฬสินธุ์ ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2555 ถึง 1 มกราคม 2556 อุณหภูมิอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว ที่ขณะนี้เหลือเพียง 13 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่บริเวณหุบเขาเทือกเขามีความหนาวเย็นมากรวมถึงมีลมแรงตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ทางอุตุนิยมวิทยาจ.กาฬสินธุ์ ยังได้ประกาศเตือนระวังอันตรายจากการขับขี่ยวดยานพาหนะในช่วงนี้เนื่องจากตั้งแต่ช่วงเวลา 03.00 - 06.30 น. จะมีหมอกหนาปกคลุมทั่วบริเวณทำให้วิสัยทัศน์ในการมองเห็นไม่ดีลดลงเหลือประมาณ 100 เมตร เท่านั้น