ข่าว

รองผู้การฯสั่งคุมเข้มเส้นทางหวั่นปาหินซ้ำ

รองผู้การฯสั่งคุมเข้มเส้นทางหวั่นปาหินซ้ำ

29 พ.ค. 2552

"รองผู้การฯสุพรรณฯ" เผย สั่งสถานีตร.สุพรรณฯคุมเข้มเส้นทางในพื้นที่ หวั่นเกิดเหตุปาหินใส่รถซ้ำ ระบุ เหตุที่เกิดขึ้นรุงแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ชี้น่าเป็นฝีมือวัยรุ่นที่คึกคะนอง เร่งรวบรวมข้อมูลหลักฐานออกหมายจับมือก่อเหตุ

(29พ.ค.) พ.ต.อ.วีระ บุตรโพธิ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สุพรรณบุรี กล่าวถึงคดีคนร้ายปาหินใส่รถในเส้นทาง ว่า ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีมีคดีที่คนร้ายปาหินใส่รถยนต์อยู่บ้าง แต่ไม่มีความรุนแรงเหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเส้นสายโพธิ์พระยา-อ่างทอง และจุดที่เกิดเหตุในครั้งนี้ถือว่าไม่ได้ห่างใกล้แหล่งชุมชน ซึ่งจากการคาดน่าจะมาจากความคึกคะนองของเด็กวัยรุ่น แต่ทั้งนี้ตำรวจเองคงไม่ได้ตัดประเด็นเรื่องก่อเหตุชิงทรัพย์ ส่วนการตามตัวคนร้ายขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อชี้แจงข้อมูลทั้งหมดให้ได้ไม่น้อยกว่า 70 - 80 % เพื่อให้ศาลออกหมายจับคนก่อเหตุ

 อย่างไรก็ตามวันนี้ตนคาดว่าตำรวจยังไม่สามารถขอศาลอนุมัติหมายจับผู้กระทำผิดได้ ส่วนมาตรการป้องกันไม่มีการก่อเหตุลักษณะเดียวซ้ำขึ้นอีก จะมีการสั่งกำชับไปยังสถานีตำรวจต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี เข้มงวดในการดูแลเส้นทางต่างๆ โดยให้มีการตั้งจุดตรวจ และลาดตะตระเวณตรวจตามเส้นทางต่างๆ ให้มากขึ้น เนื่องเส้นทางภายในพื้นที่ของจังหวัดสุพรรณบุรีจะมีถนนตัดผ่านไปยังต่างๆมากถึง 7 จังหวัด

 ผู้สื่อข่าวถามว่า คนที่เสียชีวิตจากเหตุปาหินครั้งนี้ เกิดจากสาเหตุอะไร พ.ต.อ.วีระ กล่าวว่า คนที่เสียชีวิตจากเหตุที่เกิดขึ้น จากการตรวจสอบทราบว่าไม่เกิดจากถุกปาหินใส่ แต่เป็นการแรงกระแทก ส่วนอาการบาดเจ็บของคนอื่นๆ ในรถทุกคนอยู่ในอาการที่ปลอดภัยแล้ว

ด้านพ.ต.ท.สุมนตรี กรรณเลขา รอง ผกก.สภ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยในส่วนความคืบหน้าของคดีว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งชุดไล่ล่าขึ้นมาโดยเฉพาะ พร้อมทั้งได้มีการจำลองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงคืนที่ผ่านมา (28พ.ค.) อย่างละเอียด ทั้งนี้ในส่วนแนวการสืบสวนนั้น คงต้องขอปกปิดเอาไว้ก่อน เพราะอาจจะทำให้คนร้ายไหวตัว และหลบหนีไปได้ 
 
อย่างไรก็ตาม ในที่เกิดเหตุ ถือว่าเป็นบริเวณเปลี่ยวก็จริง แต่มีบ้านเรือนของประชาชนอยู่กันอย่างหนาแน่น ซึ่งตรงนี้เจ้าหน้าที่ต้องไปหาพยานแวดล้อมในบริเวณดังกล่าวเข้ามาประกอบกันไปด้วย คาดว่าคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ คงจะมีการเสพสารอย่างใดอย่างหนึ่งเข้าไปในร่างกาย หรือไม่ก็เป็นคนไม่ปกติ 
 
ทั้งนี้จากการสอบสวนนางสุรารัตน์ เอี่ยมยัง อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหายและได้รับบาดเจ็บ ทราบว่า ขณะที่คนร้ายลงมือก่อเหตุ มีด้วยกัน 2 คน โดยผู้เสียหายรายนี้สามารถจดจำใบหน้าของคนร้ายได้เป็นอย่างดี ซึ่งหลังจากคนร้ายก่อเหตุ ก็ไม่ได้เข้าขโมยทรัพย์สินผู้เสียหายภายในรถ แต่ได้หลบหนีไปในทันที ส่วนผู้เสียชีวิตที่เป็นคนขับรถนั้น จากการตรวจสอบสภาพศพพบว่า เกิดจากแรงกระแทรก ทำให้คนขับหมดสติไปในทันที และเสียชีวิตในที่สุด และยังทำให้รถที่ขับมาพุ่งตกลงไปข้างทาง จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม