
'เอเชีย'กับอนาคตสดใสในปี2556
'เอเชีย' กับอนาคตสดใสในปี 2556
ปี 2555 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ถือเป็นปีแห่งการเลือกตั้งและการผลัดเปลี่ยนผู้นำใหม่ในประเทศยักษ์ใหญ่ยักษ์เล็กหลายประเทศ ทั้งซูเปอร์บิ๊กยักษ์อย่างแดนหมีขาวรัสเซีย แดนคอนยัคฝรั่งเศส และแดนดินถิ่นคาวบอยเก่าสหรัฐ รวมทั้งการเปลี่ยนผู้นำในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะใน 3 ประเทศมหาอำนาจเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออก ทั้งแดนมังกรจีน แดนซามูไรญี่ปุ่น และแดนโสมขาวเกาหลีใต้ หลังจากแดนโสมแดงเกาหลีเหนือมีการปรับเปลี่ยนผู้นำรุ่นใหม่มาก่อนหน้าในช่วงต้นปี
บรรดาผู้สันทัดกรณีที่เดินตามแนวทางสำนักคิดตะวันตกมีความเห็นในทำนองเดียวกันว่า ผลจากการพร้อมใจกันเปลี่ยนโฉมหน้าผู้นำคนใหม่ แม้จะมิได้นัดหมายกันมาก่อน ทำให้ความตึงเครียดและความขัดแย้งในโลกได้เคลื่อนย้ายมาที่เอเชียตะวันออกในปีมะเส็งงูเล็ก 2556 นี้มากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากความกลัวจีนจนขึ้นสมอง หลังจากความขัดแย้งเรื่องดินแดนในอดีตที่สงบมาพักใหญ่ได้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ตามด้วยการปลุกกระแสชาตินิยมรุนแรงไปจนถึงคลั่งชาติ ทำให้ปัญหาพิพาทเรื่องดินแดนหวุดหวิดจะบานปลายกลายเป็นการปะทะด้วยกำลังอาวุธ
ดังกรณีพิพาทหมู่เกาะเตียวหยู หรือเซนกากุ ระหว่างจีน ไต้หวัน ฮ่องกงกับญี่ปุ่น และปัญหาพิพาทเกาะดอกโด หรือทาเกชิมาระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น ซึ่งบานปลายกลายเป็นการปลุกกระแสคลั่งชาติในแดนมังกรถึงขั้นคลั่งเผาสำนักงาน โรงงานและผลประโยชน์ของญี่ปุ่นในเมืองใหญ่น้อย จนโรงงานเหล่านั้นต้องปิดตัวเองชั่วคราว รวมทั้งอพยพคนกลับประเทศเพื่อความปลอดภัย
ความตึงเครียดนี้ ยังลามไปถึงการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะสแปรตลีย์และพาราเซลส์บริเวณทะเลจีนใต้ ระหว่างจีนกับหลายประเทศในเอเชียอาคเนย์ ซึ่งล้วนแต่เป็นภาคีสมาชิกอาเซียนด้วย อาทิ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม และบรูไน ซึ่งต่างมีแนวทางแก้ไขปัญหาแตกต่างกันไป แต่ที่เห็นได้ชัดก็คือ ประเทศที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐอย่างฟิลิปปินส์นั้น เริ่มมีแนวทางแข็งกร้าวและพร้อมเผชิญหน้ากับจีนมากขึ้น ส่งผลให้การประชุมสุดยอดที่กัมพูชาเกือบจะล่มกลางคัน เนื่องจากไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมได้เป็นครั้งแรก
ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งบานปลายมากขึ้น เมื่อจีนเดินหน้าใช้อีพาสปอร์ตแบบใหม่ ซึ่งมีแผนที่ที่ระบุว่าพื้นที่พิพาททั้งที่ทะเลจีนใต้ ทะเลจีนตะวันออกและแถบเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งมีข้อพิพาทเรื่องดินแดนกับอินเดียว่าเป็นของแดนมังกร ทำให้หลายประเทศตอบโต้ด้วยการไม่ประทับตราวีซ่าในอีพาสปอร์ตเล่มนี้เพราะเกรงว่าจะทำให้จีนอ้างว่ารับรองดินแดนเหล่านั้นว่าเป็นของจีนโดยปริยาย
ขณะเดียวกัน ประเทศพันธมิตรสหรัฐในเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะเกาหลีใต้ก็เร่งเสริมเขี้ยวเล็บมากขึ้นถึงขั้นจะสั่งซื้อเครื่องบินโดรน อันเป็นสุดยอดเครื่องบินสอดแนมไร้คนขับควบคู่ไปกับการปฏิบัติภารกิจโจมตีที่ได้ผลเกินคาด ทำให้ผู้บริสุทธิ์ตายเป็นเบือทั้งในอิรักและอัฟกานิสถาน โดยเกาหลีใต้อ้างว่าเพื่อถ่วงดุลด้านทหารกับแดนมังกรจีนและเพื่อเตรียมพร้อมรับมือหากจะถูกโจมตีก่อนจากเกาหลีเหนือ ที่เพิ่งทำให้หน่วยข่าวกรองของมหาอำนาจสหรัฐหน้าแตกเย็บไม่ติดเมื่อประสบความสำเร็จในการยิงจรวดส่งดาวเทียมเมื่อปลายปีที่แล้ว หลังจากออกข่าวหลอกล่อว่าจะเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด
ดูเผินๆ สารพัดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้ภาพความมั่นคงโดยรวมในเอเชียตะวันออกไม่ค่อยสดใสมากนัก แต่จริงๆ แล้วล้วนแต่เป็นปัญหาซ้ำซากยืดเยื้อที่ประเทศคู่กรณีพยายามจำกัดขอบเขตความขัดแย้งไม่ให้บานปลายจนยากจะควบคุม จึงไม่อาจนับเป็นภัยคุกคามความมั่นคงแต่ประการใด ยกเว้นจะมีปัจจัยที่สามมากระตุ้นเท่านั้น
นักวิเคราะห์สายสำนักคิดตะวันออกมองว่า แม้ว่าหลายประเทศในทวีปผิวเหลืองจะพยายามดึงสหรัฐมาคานอำนาจกับจีนจนทำให้ความมั่นคงในภูมิภาคยิ่งเปราะบางมากขึ้น แต่เชื่อว่านานาประเทศพร้อมจะใช้แนวทางการทูตมาช่วยผ่อนคลายบรรยากาศที่ตึงเครียดนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามออกไปจนกลายเป็นการเผชิญหน้าโดยตรง อันจะมีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งมีแนวโน้มว่าปี 2556 เป็นปีแห่งความรุ่งโรจน์ทางเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ โดยแดนมังกรยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดการค้าและการลงทุนอยู่เหมือนเดิม
เช่นเดียวกับพม่า ที่จะเป็นแม่เหล็กตัวใหม่ดึงดูดนักลงทุนจากทั่วทุกสารทิศให้มุ่งหน้ามาที่เอเชียอาคเนย์ไม่ขาดสาย นับตั้งแต่ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง เร่งเปิดประตูประเทศให้กว้างขึ้น เดินหน้าปฏิรูปการเมืองและเร่งพัฒนาเศรษฐกิจ รวมไปถึงการออกกฎหมายลงทุนฉบับใหม่ที่ไฟเขียวให้ต่างชาติเข้าไปลงทุนในธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ได้ง่ายขึ้นสะดวกขึ้น ยิ่งนางออง ซาน ซูจี ได้กระโจนเข้ามาเล่นการเมืองเต็มตัว ทำให้เธอยิ่งเป็นแม่เหล็กดึงดูดใจให้ถนนทุกสายมาที่พม่ามากขึ้น รวมไปถึงประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐ ซึ่งเลือกจะเดินทางเยือนไทย พม่าและกัมพูชาเป็นประเทศแรก หลังชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบสอง
โดยเฉพาะหากโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวายแล้วเสร็จ จะยิ่งทำให้พม่าและไทยกลายเป็นศูนย์กลางการเดินเรือแห่งใหม่ที่สามารถร่นระยะทางและเวลาการเดินเรือจากเอเชียไปแอฟริกา ยุโรป และสหรัฐได้มาก อันจะช่วยลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะลดการใช้เชื้อเพลิงลงแทบจะครึ่งต่อครึ่งทีเดียว
ยิ่งประกอบกับกลุ่มอาเซียนจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญระหว่างเดินหน้ารวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปลายปี 2558 โดยจะมีตลาดและฐานการผลิตเดียวแล้วก็จะยิ่งทำให้เอเชียอาคเนย์ยิ่งมีแรงดึงดูดใจให้สามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่นๆ ได้มากขึ้นเช่นกัน



