ข่าว

พท.แนะดองวาระ3หนีข้อหาช่วย'แม้ว'

พท.แนะดองวาระ3หนีข้อหาช่วย'แม้ว'

01 ม.ค. 2556

'สามารถ' เปิดโมเดล 'ดองวาระ 3' หนีข้อครหาช่วย 'ทักษิณ' ขณะที่ 'ประชา' เริ่มเสียงอ่อย รับหา 24 ล้านหนุนประชามติยาก

                          1 ม.ค. 56  นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50 ยอมรับว่า แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50 ทั้ง 3 แนวทาง ได้แก่ 1. การโหวตลงมติวาระ 3 2. การแก้ไขเป็นรายมาตรา และ 3. การทำประชามตินั้น ล้วนแต่มีปัญหาและมีกับดักทุกแนวทาง ไม่ว่าจะใช้แนวทางใดก็มีปัญหาทั้งนั้น จึงต้องรอบคอบ เลือกวิธีที่สร้างปัญหาน้อยที่สุด ดังนั้น ถ้าต้องเลือกแนวทางที่มีปัญหาน้อยที่สุดมีอยู่ 2 แนวทาง คือ 1. ให้คาการแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ค้างไว้ในสภาฯ เฉยๆ รอจนสภาหมดอายุ กฎหมายดังกล่าวก็จะตกไปเอง เมื่อมีรัฐบาลใหม่ก็ค่อยมาว่ากันใหม่ แต่อาจเสียความรู้สึกของประชาชน และคนเสื้อแดงบ้าง แต่เราอธิบายได้ว่า รัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่มีปัญหามากมาย หากทำไปจะยิ่งสร้างความแตกแยกในบ้านเมือง จึงไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญได้ หวังว่าประชาชนจะเข้าใจ ซึ่งแสดงให้เห็นเจตนาว่า ไม่ได้ช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ 2. เดินหน้าโหวตวาระ 3 ต่อไป ซึ่งถ้าไม่ผ่านก็ให้ไปแก้ไขเป็นรายมาตราต่อไป โดยส่วนตัวเชียร์ให้ใช้แนวทางนี้ เพราะอธิบายได้ง่ายที่สุด

                          นายสามารถ กล่าวอีกว่า ส่วนการทำประชามตินั้นมีขวากหนามมากมาย ต้องใช้เสียงประชามติมหาศาล และมีปัญหาตามมาคือ หากทำประชามติ โดยยึด พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2552 ที่ใช้จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียงทั่วประเทศ และต้องได้เสียงข้างมากของผู้ออกมาใช้สิทธินั้น จะถูกยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า เป็นการทำประชามติที่ไม่ถูกต้องอย่างแน่นอน เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 165 ระบุถึงการทำประชามติว่า ต้องได้เสียงข้างมากของผู้มีสิทธิออกเสียงทั่วประเทศ คือ ต้องได้คะแนนเสียงเห็นชอบมากกว่า 24 ล้านเสียง จากจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงทั่วประเทศ 48 ล้านคน ซึ่งเนื้อหากฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญขัดกันอยู่ จึงเป็นกับระเบิดที่จะถูกยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความแน่ นอกจากนี้ การแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ไม่ได้ระบุ ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องทำประชามติ หากไปทำประชามติก็จะขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 165 ที่ระบุว่า การทำประชามติต้องไม่ทำในเรื่องขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่วนการแก้เป็นรายมาตรา ก็ต้องพิจารณาตั้งแต่วาระ 1-3 ก็มีปัญหาเกิดขึ้นระหว่างทางได้ทุกมาตรา ดังนั้นทุกเส้นทางเต็มไปด้วยกับระเบิด ยอมรับว่า โอกาสแก้รัฐธรรมนูญสำเร็จคงยาก จึงต้องทำด้วยความรอบคอบที่สุด

 

'ประชา' เริ่มเสียงอ่อยรับหา 24 ล้านหนุนประชามติยาก

 

                          นายประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า รัฐบาลต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่า แนวทางการแก้รัฐธรรมนูญทั้งสามแนวทาง ได้แก่ การโหวตวาระ 3 การทำประชามติ และการแก้แบบรายมาตรา แนวทางใดสร้างความแตกแยก และเกิดผลกระทบน้อยที่สุด แต่จำเป็นต้องเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50 ต่อไป เพราะเป็นนโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชน ไม่ได้แก้ไขแบบมีนัยแอบแฝง หรือผลประโยชน์ของใครบางคน โดยแนวทางแก้ไขต้องอยู่ในสามแนวทางนี้ ระหว่างนี้คงต้องไปเปิดเวทีสานเสวนาให้ประชาชนเข้าใจถึงความจำเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 - 3 เดือน ทั้งนี้ยอมรับว่า ผู้อาวุโสหลายคนในพรรคมีความกังวลถึงจำนวนที่ต้องมีผู้มาออกเสียงทำประชามติ 24 ล้านเสียงว่า เป็นเรื่องยาก อาจไม่เป็นไปตามเป้า จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่า จะได้จำนวนเสียงการทำประชามติตามเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่