
'มาร์ค'แนะรัฐบาลก้าวข้ามปมขัดแย้ง
'มาร์ค' แนะรัฐบาลก้าวข้ามปมขัดแย้ง แก้รธน.-กฎหมายปรองดองเป็นของขวัญคนไทย ด้าน'อนุทิน'ย้ำ'ภูมิใจไทย'พร้อมสนับสนุนรัฐบาลหากทำเรื่องเป็นประโยชน์
1 ม.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในปี 2556 ว่า เชื่อว่าคนไทยทุกคนยังอยู่ในภาวะที่มีความห่วงประเทศ เห็นได้จากผลสำรวจที่บอกว่า ประชาชนยังมีความกังวลเรื่องความขัดแย้งต่างๆ และยังปรารถนาที่จะเห็นบ้านเมืองเดินไปข้างหน้า ตนเชื่อว่า สิ่งที่คนไทยส่วนมากอยากจะเห็นคือ รัฐบาลและภาคการเมืองเอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหาของประเทศ ทำให้ประเทศหลุดพ้นจากหลายเรื่องที่ยังติดลบทั้งในเรื่องการทุจริต ความรุนแรง หรือสิทธิเสรีภาพ รวมถึงการเตรียมเข้าร่วมประชาคมอาเซียนก็ใกล้เข้ามา ซึ่งหากในปี 2556 รัฐบาลยังคงละเลยปัญหาต่างๆ อยู่ และยังคงมุ่งสร้างปมความขัดแย้งทางการเมืองตลอดเวลา รวมถึงปัญหาการทุจริตก็จะทำให้สถานการณ์ทางการเมืองไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา และอาจจะรุนแรงกว่า ทั้งนี้อยากเรียกร้องรัฐบาลควรทบทวนท่าทีเพื่อให้ตอบสนองกับความต้องการของประชาชนซึ่งพรรคฝ่ายค้านก็พร้อมจะให้ความร่วมมือด้วย
“ของขวัญที่ดีที่สุดที่รัฐบาลควรให้ประชาชน คือรัฐบาลต้องปลดเงื่อนไขความขัดแย้งทั้งหมด ก้าวข้ามปัญหาเรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แก้รัฐธรรมนูญ และการออกกฎหมายปรองดอง หันมาทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชน และเรื่องใดที่เป็นความขัดแย้งก็ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมหาคำตอบ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ผมอยากให้รัฐบาลทำการเมืองให้กลับสู่ภาวะปกติ และปล่อยให้ความขัดแย้งในอดีตให้ดำเนินการตามกระบวนยุติธรรม ผมขอเสนอว่าหากรัฐบาลจะแก้รัฐธรรมนูญก็ควรเสนอประเด็นที่จะแก้ไขให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ไม่มีเงื่อนไขแอบแฝงเชื่อว่าทุกฝ่ายก็พร้อมคุย ส่วนเรื่องกฎหมายปรองดองก็ควรทีตามที่คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.)นำเสนอ แต่เรื่องที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมไป” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงความพอใจในการทำหน้าที่พรรคฝ่ายค้านตลอดปีที่ผ่านมามากน้อยเพียงใด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนพอใจในระดับหนึ่งที่สามารถเปิดโปงความจริงหลายเรื่องที่รัฐบาลทำ และสามารถหยุดยั้งกฎหมายที่จะทำความเสียหายให้กับประเทศชาติได้ แต่ผลกระทบที่ตามมาก็ยังมีจึงต้องช่วยกันคิดและเพิ่มความเข้มแข็งในการทำงาน และต้องสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ เพราะประชาชนอาจมองว่าการทำหน้าที่ฝ่ายค้านจะมองว่าเป็นเรื่องของความขัดแย้ง แต่บางครั้งเราก็จำเป็นต้องทำเพื่อหยุดยั้งความเสียหาย
"อนุทิน" ย้ำ "ภูมิใจไทย" พร้อมสนับสนุนรัฐบาลหากทำเรื่องเป็นประโยชน์
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการเมืองในปี 2556 ว่า รัฐบาลชุดนี้ยังมีความเข้มแข็งบริหารประเทศต่อไปได้ ถ้าไม่ได้ทำอะไรที่เป็นสิ่งผิดทำนองคลองธรรมหรือสิ่งที่ค้านกับความเห็นของประชาชนโดยทั่วไป ในปีหน้าหวังว่า รัฐบาลจะมีนโยบายที่ทำให้สังคมไทยกลับสู่ความปกติสุข นำสังคมแตกแยกกลับมาเป็นสังคมร่มเย็นเป็นสุขอยู่ด้วยกันด้วยความเป็นคนไทย ถ้ารัฐบาลตั้งใจทำสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นในประเทศ พรรคภูมิใจไทยพร้อมสนับสนุนในทุกรูปแบบ อย่างไรก็ตาม หากทำสิ่งขัดกับประชาชน ตนก็ไม่เคยเห็นว่าจะอยู่ได้ รัฐบาลอย่าคิดว่า มีเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งแล้วจะอยู่ได้ ยังมีกระบวนการอีกมากมายกดดันคนที่ทำไม่ดีอยู่ในระบอบนี้ไม่ได้
นายอนุทิน กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า มติพรรคออกมาแล้วว่าจะสนับสนุนหากจะเดินหน้าโหวตรัฐธรรมนูญ วาระ3 ส่วนการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น พรรคต้องดูว่าเรื่องใดต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมออกความคิดเห็น หลักของพรรคภูมิใจไทย คือ สิ่งใดที่ทำแล้วบ้านเมืองเดินต่อไปได้ด้วยดี ไม่สะดุดและไม่แตกแยกในสังคม ไม่กระทบกระเทือนสถาบันที่เคารพ พรรคภูมิใจไทยพร้อมสนับสนุน
“การทำหน้าที่ของพรรคภูมิใจไทยก็ยังเป็นฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอยู่แล้ว แต่เราไม่เล่นการเมืองแบบไม่มีเหตุผล ไม่ใช่เป็นฝ่ายค้านแล้วค้านอย่างเดียวและทุกวันนี้ยืนยันว่า การเข้าร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยไม่เคยคิด ทุกวันนี้ สส.ทุกคน ผู้บริหารพรรค พอใจกับสภาพที่เป็นอยู่ที่วันนี้ เพราะสามารถทำงานกิจกรรมการเมืองได้ทุกอย่าง สปิริตของพรรควันนี้แน่นขึ้น กว่าช่วงที่ผ่านการเลือกตั้งมาใหม่ การเป็นรัฐบาลไม่ใช่ประเด็นหลักของพรรคภูมิใจไทย พรรคต้องการทำอย่างไรให้ประเทศกลับมาแข็งแรงกว่าเดิมดีกว่านี้”นายอนุทิน กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพรรคภูมิใจไทยจะเป็นรัฐบาล จะต้องดูการเลือกตั้งครั้งหน้าใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ใช่ เพราะไม่มีเหตุผลว่ารัฐบาลในขณะนี้ต้องมีเสียงเข้าไปเสริมแม้แต่เสียงเดียว”
เมื่อถามต่อว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคภูมิใจไทยจะเลือกที่จะร่วมอยู่กับพรรคใดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ในทางการเมืองต้องดูหลังการเลือกตั้ง ว่ามีผู้ได้รับการเลือกตั้งกี่คน ถึงตอนนั้นจึงจะเลือกได้ว่าจะตัดสินใจอย่างไร ถ้าการเมืองเลือกได้ทุกคนคงเลือกเป็นรัฐบาลหมด
ส่วนการเตรียมรับมือในการดำเนินคดีอันเป็นผลพวงมาจากการสั่งกระชับพื้นที่การชุมนุมเมื่อปี 53 นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนพร้อมที่จะต่อสู้ตามกระบวนการของกฎหมายอยู่แล้ว และเชื่อว่าความจริง ความบริสุทธิ์ต้องชนะทุกสิ่ง และพร้อมจะสู้คดี ส่วนกระบวนการใช้อำนาจรัฐของรัฐบาลที่อาจจะเข้มข้นขึ้นในปี 2556 นั้น เป็นเพราะฝ่ายรัฐบาลเชื่อในเรื่องการใช้อำนาจ ซึ่งตนก็เคยเตือนไปรัฐบาลแล้วว่า ฝ่ายที่เขายืนยันต่อสู้บนอุดมการณ์ความถูกต้องนั้นไม่ก้มหัวให้กับอำนาจ และสุดท้ายคนที่ใช้อำนาจแบบลุแก่อำนาจก็จะเป็นผู้เดือดร้อนเอง



