
หว่านแล้ว!เงิน'จำนำข้าว'แสนล้าน
ธ.ก.ส.จ่ายเงินจำนำข้าวนาปีแล้ว 1 แสนล้าน ระบุใช้เงินจากการขายข้าวในสต็อก 5 หมื่นล้าน ที่เหลือควักกระเป๋าจ่ายไปก่อน เหตุพาณิชย์ส่งเงินอืด
นายบุญไทย แก้วขันตี ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เปิดเผยถึงการดำเนินโครงการจำนำข้าวเปลือกนาปีฤดูการผลิต 55-56 ล่าสุดสิ้นเดือนธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา ธ.ก.ส.มีการจ่ายเงินรับจำนำข้าวแล้วประมาณ 1 แสนล้านบาท ปริมาณข้าว 7 ล้านตัน เนื่องจากพบว่ามีข้าวในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ได้รับความเสียหายไปจำนวนหนึ่ง ทำให้มองว่าปริมาณข้าวเปลือกนาปีที่เข้าโครงการน่าจะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้จาก 15 ล้านตันเหลือ 10 ล้านตัน
สำหรับวงเงินที่ใช้ไป 1 แสนล้านบาทนั้น ประมาณ 5 หมื่นล้านบาทเป็นเงินที่ได้รับจากการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ และอีก 5 หมื่นล้านบาทเป็นเงินที่ธ.ก.ส.สำรองจ่ายไปก่อน ซึ่งธนาคารยังมีสภาพคล่องเพียงพอ จึงไม่กระทบกับการดำเนินงานปกติของธนาคาร และส่วนที่ธ.ก.ส.จ่ายไปก่อนนั้นรัฐบาลก็จะจ่ายคืนให้พร้อมดอกเบี้ยตามที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม ในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2556 ที่จะมีปริมาณข้าวออกมาอีกจำนวนหนึ่งนั้น ธ.ก.ส.ได้เตรียมวงเงินไว้แล้วบางส่วน โดยเป็นเงินที่จะได้จากการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์อีกประมาณ 2 หมื่นล้านบาทที่กำลังจะได้รับเงินเข้ามา นอกจากนั้นยังจะมีการขายพืชผลทางการเกษตรอื่นๆ ในสต็อกรัฐบาลเพิ่มเติม เช่น มันสำปะหลัง ยาง ข้าวโพด คาดว่าจะได้เงินเข้ามาอีกประมาณ 8 พันล้านบาท และธ.ก.ส.ได้ขอให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) เริ่มดำเนินการกู้เงินเพื่อมาใช้ในโครงการบางส่วนด้วยอีกส่วนหนึ่งคาดเป็นเงินประมาณ 3 หมื่นกว่าล้านบาท จากที่เปิดวงเงินกู้ไว้รวมทั้งสิ้น 1.5 แสนล้านบาท
“ดูจากปริมาณข้าวและเงินที่ใช้รับจำนำข้าวนาปีล่าสุดยังไม่ถึงครึ่งของเป้าหมายที่ตั้งไว้ 15 ล้านตันทำให้มองว่าปิดโครงการข้าวนาปีจะได้ประมาณ 10 ล้านตันเท่านั้น ส่วนข้าวเปลือกนาปรังที่ปกติจะมีปริมาณผลผลิตน้อยกว่าข้าวนาปีอยู่แล้วก็อาจจะต่ำกว่า 10 ล้านตัน รวมการใช้เงินจำนำข้าวในฤดูการผลิต 55/65 ก็น่าจะต่ำกว่าที่ประมาณการไว้เดิม 4.05 แสนล้านบาท โดยอาจจะใกล้เคียงกับปีก่อนที่ประมาณ 3 แสนล้านบาท” นายบุญไทย กล่าว
นายบุญไทย กล่าวว่า ส่วนของเงินที่ได้รับมาจากกระทรวงพาณิชย์นั้น ธ.ก.ส.นำมาใช้หมุนเวียนในโครงการจำนำข้าวทั้งหมด ไม่ได้มีส่วนที่นำไปชำระหนี้คืนแต่อย่างใด โดยการชำระคืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นของกระทรวงการคลังหรือรัฐบาล โดยหากมีส่วนที่เหลือจากการทำโครงการจึงจะนำเงินจากการขายข้าวไปชำระหนี้คืน
รายงานข่าวจากสบน.ระบุว่า ภาระการชำระคืนหนี้เงินกู้ส่วนของโครงการจำนำสินค้าเกษตรปี 54/55 ที่ผ่านมาในวงเงิน 2.69 แสนล้านบาทนั้นคิดเป็นดอกเบี้ยประมาณปีละ 7 พันล้านบาทเนื่องจากเป็นการกู้เงินจากตลาดเงินผ่านสถาบันการเงินต่างๆ ในอัตราดอกเบี้ย 3% ซึ่งรัฐบาลต้องตั้งงบประมาณมาชำระคืนในแต่ละปี



