
PK-9 ฝึกเจ้าตูบเป็นซูเปอร์ด็อก รุ่น 2
ผ่านพ้นไปด้วยดีกับโครงการ "พีเค-9" ฝึกเจ้าตูบเป็นซูเปอร์ด็อก รุ่น 1 โดยกองกำกับการ 5 (กก.5) (สุนัขตำรวจ) กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (บก.ตปพ.) นำสุนัขบ้านมาฝึกทักษะปฏิบัติการค้นหายาเสพติด วัตถุระเบิด สะกดรอยติดตามคนร้าย และพิสูจน์กลิ่นของกลาง เพื่อใช
เค-9 ในรูปพ้องเสียง เคไนน์ (Canine) มีความหมายถึงสุนัข หรือเขี้ยวสัตว์ ในที่นี้ใช้แทน "สุนัขตำรวจ" ส่วนพี คือ พีเพิล (People) หมายถึงประชาชน หรือสุนัขของประชาชนที่นำมาฝึกทักษะเดียวกันกับสุนัขตำรวจ เกิดขึ้นจากแนวคิดของ พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต ผบก.ตปพ.เมื่อ 2 เดือนก่อน เวลามีเหตุร้ายตำรวจท้องที่ร้องขอกำลังสนับสนุนมาที่ กก.5 บก.ตปพ.บางสถานการณ์ที่เกิดเหตุอยู่ไกลออกไป ไม่สะดวก ส่งผลเสียต่อการปฏิบัติหน้าที่ จึงมีแนวคิดนำสุนัขบ้านมาฝึก เพื่อนำมาช่วยงานให้มีความรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์
พีเค-9 รุ่นแรกฝึกเสร็จไปแล้วตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา มีเจ้าของสุนัขให้ความสนใจนำสุนัขมาฝึกพอสมควร แต่มีสุนัขที่มีความสามารถและผ่านการฝึกเพียง 10 ตัวเท่านั้น
"เราจะดูอุปนิสัย ความสามารถ ดูทุกๆ อย่าง ไม่ใช่ว่าสุนัขทุกตัวจะฝึกได้ ถ้าดูแล้วตัวไหนไม่มีแววเราก็จะบอกเจ้าของสุนัขไปตรงๆ แต่ถ้าตัวไหนมีความสามารถเราก็จะฝึกให้ และแนะนำให้เจ้าของไปฝึกเพิ่มเติม หลังเสร็จสิ้นการฝึกที่ กก.5 บก.ตปพ.แล้ว" พล.ต.ต.ฉันทวิทย์กล่าว
สุนัขทั้ง 10 ตัวผ่านการฝึกด้านตรวจค้นยาเสพติด ปัจจุบันถูกส่งกลับไปอยู่กับเจ้าของ แม้ว่าระหว่างฝึกจะไม่มีปัญหาอุปสรรคใดๆ แต่สิ่งที่ครูฝึกหวั่นเกรง คือ เมื่อกลับไปอยู่บ้านตามปกติแล้ว เจ้าของสุนัขจะไม่มีเวลาฝึกทบทวน ทำให้สุนัขขาดความชำนาญ ไม่เหมือนกับสุนัขตำรวจจริงๆ
การฝึก พีเค-9 รุ่น 2 จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 6-7 มิถุนายนนี้ กับภารกิจสะกดรอยติดตามคนร้าย เปิดรับสมัครสุนัขสายพันธุ์ไทย เช่น เยอรมันเชฟเพิร์ด (อัลเซเชี่ยน), ร็อตไวเลอร์, มาลินัว, โดเบอร์แมน, ไทยหลังอาน หรือพันธุ์ผสม อายุระหว่าง 6 เดือน-2 ปี มาฝึกที่สนามฝึกกองกำกับการ 5 (สุนัขตำรวจ) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ
สุนัขที่ผ่านมาการคัดเลือกว่ามีความสามารถพอจะฝึกได้ วันแรกที่มาฝึกจะถูกสั่งให้อดอาหาร เพื่อละลายพฤติกรรมและให้เชื่อฟังคำสั่ง โดยครูฝึกจะคอยให้คำแนะนำในการออกคำสั่งอยู่ข้างๆ เจ้าของมีหน้าที่ออกคำสั่งสุนัขให้ทำตาม เช่น ลุก นั่ง หมอบ คอย จากนั้นครูฝึกจะสวมปลอกแขนให้สุนัขกัดแล้วหลบหนี เพื่อให้สุนัขวิ่งไล่ตาม
"สุนัขจะมีสัญชาตญาณของนักล่า เห็นได้เวลามีรถจักรยาน รถจักรยานยนต์ หรือรถยนต์วิ่งผ่านหน้าบ้าน สุนัขบางตัวจะวิ่งไล่ ถ้าผู้ขับขี่หนีสุนัขจะได้ใจ" พ.ต.ท.ชัชชัย เศรษฐีพันล้าน สว.งานฝึกอบรม กก.5 บก.ตปพ.
การฝึกตลอด 2 วัน เป็นเพียงให้เจ้าของและสุนัขได้เรียนรู้ทฤษฎีและฝึกปฏิบัติเบื้องต้นเท่านั้น หลังจากจบกลับไปอยู่บ้าน ทั้งเจ้าของและสุนัขจะต้องฝึกทบทวนอย่างสม่ำเสมอ แล้วทุกวันอาทิตย์อาจจะสละเวลามาทดสอบพัฒนาการ ณ กก.5 บก.ตปพ.เพื่อให้ครูฝึกพิจารณาว่าสุนัขตัวนั้นๆ มีความสามารถด้านใด ระหว่างการค้นหายาเสพติด ค้นหาวัตถุระเบิด พิสูจน์ของกลาง หรือสะกดรอย แล้วจึงฝึกเพิ่มเติมจนมีความชำนาญเต็มร้อย
ปัจจุบันซูเปอร์ด็อก รุ่น 1 ยังไม่ได้รับการร้องขอให้ไปสนับสนุนงานภาคสนามจริง แต่สิ่งที่ครูฝึกสุนัขได้สอนและสุนัขกับเจ้าของได้รับการฝึกอบรมไปแล้ว พ.ต.ท.ชัชชัย เชื่อว่าจะสามารถปฏิบัติงานได้จริง โดยมีขั้นตอนปฏิบัติ คือ เมื่อได้รับการร้องขอให้สนับสนุนกำลัง เจ้าของและสุนัขจะเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ โดยมีครูฝึกติดตามไปคอยสังเกตการณ์ด้วย
เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าของสุนัขและสุนัขจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยตัวเอง แต่จะไม่ได้ทำกันเพียงลำพัง จะมีครูฝึกคอยดูอยู่ห่างๆ คอยให้คำแนะนำ กระทั่งสุนัขเจอสิ่งต้องสงสัย อาจจะเป็นคนร้ายหรือสิ่งที่บ่งชี้ถึงตัวคนร้าย สุนัขหยุด เดินวนไปมา แล้วส่งเสียงเห่า เป็นไปตามการฝึก เจ้าของและสุนัขรวมถึงครูฝึกจะถอยออกมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เชี่ยวชาญในยุทธวิธีเข้าไปดำเนินการแทน
แม้ว่าในชั้นนี้สุนัขอาสา พีเค-9 จะยังไม่ได้ออกปฏิบัติงานจริง และยังไม่รู้ว่าต้องเผชิญกับอะไรบ้าง บางคนวิตกกังวลว่าหากเกิดเหตุร้ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของหรือสุนัข พวกเขาจะได้รับการคุ้มครองดูแลอย่างไร ?
"หากสุนัขอาสาได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ หรือเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน เชื่อว่าผู้บังคับบัญชาคงไม่ทอดทิ้ง อาจจะมีการเสนอแต่งตั้งยศ พร้อมกับออกใบประกาศเหมือนสุนัขตำรวจทั่วไป เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่เจ้าของสุนัขที่สูญเสีย ให้เกิดความภาคภูมิใจในวีรกรรมของสุนัขที่เลี้ยงไว้ได้สร้างคุณงามความดีแก่สังคม" สว.งานฝึกอบรม กก.5 บก.ตปพ.กล่าว
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจจะนำสุนัขไปเข้ารับการฝึกเพื่อเป็นซูเปอร์ด็อกช่วยงานสังคม สามารถโทรศัพท์ไปสอบถามได้ที่ โทร.0-2573-9942 0-2572-7125 และ 0-2573-4581 ในวันเวลาราชการ รับจำนวนจำกัด



