ข่าว

การเตรียมสุขภาพกายและสุขภาพจิตเพื่อการเกษียณ

การเตรียมสุขภาพกายและสุขภาพจิตเพื่อการเกษียณ

30 พ.ค. 2552

เมื่อเราคิดถึงการเกษียณอายุในอนาคตข้างหน้า ที่ผ่านมาเราเน้นการเตรียมตัวเรื่องที่เกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้เงินทำงาน การทำความเข้าใจกับเงินเฟ้อและผลตอบแทนการลงทุน รวมไปถึงการรู้จัก "ออมก่อนใช้" และทำงบประมาณเพื่อให้การใช้เงินของเราเป็นไปอย่างม

 ตามชื่อของบทความในวันนี้ สุขภาพของเราแบ่งการเตรียมตัวได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ สุขภาพกายและสุขภาพจิต โดยเรื่องของสุขภาพกายยังสามารถแบ่งเป็น 2 หมวดใหญ่ๆ คือ

 1) การเปลี่ยนแปลงด้านกายภาพ ที่หมายถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายของผู้ที่เข้าสู่วัยเกษียณ (มักจะหมายถึงผู้สูงอายุ) โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้น เป็นไปทั้งภายนอกร่างกายที่สังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า และการเปลี่ยนแปลงภายในที่อาจต้องให้ผู้เชี่ยวชาญ เช่น แพทย์ เป็นผู้ตรวจวินิจฉัย (ตัวอย่างเช่น กระดูกและอวัยวะภายในอื่นๆ) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงด้านกายภาพเหล่านี้ จะเป็นสิ่งที่ใช้กำหนดว่าลักษณะการดำเนินชีวิต (ไลฟ์สไตล์) ของผู้เกษียณจะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่อย่างไร รวมไปถึงใช้เป็นข้อมูลในการจัดทำงบประมาณการใช้จ่ายด้านต่างๆ ภายหลังเกษียณ

 2) การเตรียมการดูแลรักษาสุขภาพกาย ที่รวมไปถึงข้อมูลที่ได้จากการเปลี่ยนแปลงด้านกายภาพ และการจัดการกับความเป็นอยู่และสภาพสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับลักษณะการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนั้น ยังรวมถึงเรื่องการเตรียมการเรื่องประจำวัน เช่น อาหารการกิน การพักผ่อนออกกำลัง การใช้เวลาว่าง ฯลฯ ให้เหมาะสม โดยมีแหล่งที่มาของสิ่งต่างๆ อย่างครบถ้วน ชัดเจน ไม่ลำบากจนเกินไป และสามารถหาสิ่งทดแทนได้หากจำเป็น

 ในส่วนของสุขภาพจิตนั้น ปัญหาสุขภาพจิตที่พบบ่อยในหมู่ผู้สูงอายุและผู้ที่เกษียณอายุไปแล้ว ได้แก่ วิตกกังวล ซึมเศร้า นอนไม่หลับ ระแวง และความจำเสื่อม ซึ่งประเด็นหลักของปัญหาเหล่านี้ ได้แก่การที่ผู้สูงอายุเองก็มักจะไม่รู้ตนเอง (หรือไม่ยอมรับ) ว่ามีปัญหาสุขภาพจิต และผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเองก็อาจจะไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ และอาจลามไปเป็นปัญหาสุขภาพจิตของผู้ที่อยู่ใกล้ชิดด้วยก็ได้

 ดังนั้น ในฐานะที่เป็นผู้เกษียณเองหรือผู้ที่อยู่ใกล้ชิด เราต้องรู้จักสังเกตดูอาการจากพฤติกรรมต่างๆ เช่น การกิน การนอน พฤติกรรมเคยชินอื่นๆ พร้อมทั้งทำความเข้าใจที่จะดูแลและช่วยเหลือ ซึ่งบางอย่างอาจต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม เช่น แพทย์ เป็นต้น เพราะผู้ใกล้ชิดที่เข้าใจย่อมสามารถให้การดูแลและช่วยเหลือได้ถูกใจผู้เกษียณ อันนำมาซึ่งความสุข และสุขภาพจิตที่ดีของผู้เกษียณและบุคคลรอบข้างได้นั่นเองครับ