
รัสเซียเทพตัวจริงในธุรกิจการท่องเที่ยวภาคใต้
รัสเซียเทพตัวจริงในธุรกิจการท่องเที่ยวภาคใต้ : แลกคนละหมัด โดยชินสัคค สุวรรณอัจฉริย
สถาบันการศึกษาบ้านเรามัวแต่เห่อกับตัวชี้วัดของมาตรฐานอาเซียน ซึ่งวิธีการทำงานดังกล่าวกลับสวนทางกับภาคธุรกิจที่เห็นเป็นรูปธรรมคือธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งตอนนี้ตลาดในภาคใต้กำลังกลายเป็นเรื่องของ 2 ชาติคือ รัสเซีย และจีน ซึ่งมีปริมาณนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากที่เกาะภูเก็ต กระบี่ สมุย พะงัน สงขลา และอื่นๆ โดยจะเห็นได้ว่าโรงแรมและห้องพักส่วนใหญ่ต่างก็เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวในประเทศดังกล่าว ถึงแม้ว่าในธุรกิจการท่องเที่ยวคนไทยจะพยายามเปิดบริษัทเพื่อหารายได้ตรงนี้ แต่เนื่องจากว่าเวลานี้ธุรกิจการท่องเที่ยวนั้นมีการใช้ทักษะหลายๆ ด้านประกอบกันอย่างเช่น การสร้างผลิตภัณฑ์รายการสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องซึ่งศึกษามาจากความต้องการของนักท่องเที่ยว โดยจำเป็นที่จะต้องติดตามการตอบรับรายการท่องเที่ยวซึ่งนักท่องเที่ยวชาตินี้มีฟอรั่มของตนเองในสิ่งที่แสดงความคิดเห็นแม้แต่เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ที่พัทยา สื่อในรัสเซียหรือนักท่องเที่ยวก็ให้ความคิดเห็นที่แตกต่างกันในกรณีที่เกิดการข่มขืน 2 สาวชาวรัสเซียซึ่งความคิดเห็นนั้นส่วนใหญ่ให้เหตุผลด้านลบแก่นักท่องเที่ยวมากกว่าที่จะโทษเมืองพัทยา นอกจากนั้นยังมีการศึกษาวัฒนธรรมของคนรัสเซียในแต่ละกลุ่มตั้งแต่นักท่องเที่ยวครอบครัวและนักท่องเที่ยวที่มีเงิน อย่างเช่น การนำเอายอชท์ส่วนตัวจากประเทศของเขาเข้ามาและการใช้บริการโอเปอเรเตอร์และอื่นๆ
แต่เรื่องที่ตลกมากกว่านั้นคืออาจารย์บางท่านที่ทำงานวิจัยการท่องเที่ยวฝั่งอันดามันเมื่อไปเก็บข้อมูลคิดว่านักท่องเที่ยวใช้ภาษาอังกฤษและมาจากประเทศกลุ่มยุโรป แต่ผลที่เกิดขึ้นจริงซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนหลักในฝั่งอันดามัน คือกลับเป็นนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียและก็ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษใดๆ แม้ว่าบริษัทไทยพยายามทำธุรกิจนี้ขึ้นมาแต่ก็ยังอยู่ในฐานะแหล่งทุนกับการอำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานที่ใช้ภาษารัสเซียในการขอยื่นเอกสารวีซ่าต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ผลประกอบการของบริษัทเมื่อทำการแข่งขันก็ทำให้บริษัทไม่สามารถแข่งขันได้เนื่องจากมีการปรับราคาและการให้บริการที่แตกต่างกัน แบกภาระต้นทุนที่สูงขึ้นซึ่งความสามารถในการจำหน่ายนั้นกลายเป็นข้อจำกัด นอกจากนั้นไม่สามารถที่จะควบคุมวิธีการทำงานของพนักงานชาวต่างชาติได้ อย่างเช่นการขายรายการสินค้านอกโปรแกรมของทัวร์ พฤติกรรมที่ฉวยโอกาสของพนักงานในการทำงานกับลูกค้าซึ่งส่งผลให้บริษัทคนไทยมีปัญหามาก โดยสิ่งที่เป็นข้อสังเกตคือการไม่เชื่อมโยงกันของตัวชี้วัดระบบการศึกษากับผลประโยชน์ที่โยงใยกันของบริษัทในแต่ละจังหวัด ความจริงแล้วทางกระทรวงศึกษาธิการเริ่มเห็นปัญหาและการขาดแคลนของเจ้าหน้าที่ด้านภาษาและทักษะของพนักงานด้านนี้เพราะธุรกิจการท่องเที่ยวนั้นเกี่ยวกับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่มีระดับสูงมาก
กระแสของนักท่องเที่ยวจากประเทศรัสเซียที่เข้ามาพักผ่อนและทำธุรกิจในภาคใต้ชี้ให้เห็นถึงการบูรณาการของอาเซียนยังต้องขึ้นกับการกำหนดทิศทางการไหลของจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละปีของประเทศเรา โดยเฉพาะภาคใต้แม้ว่าอยู่ใกล้กับประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย แต่นักท่องเที่ยวกลุ่มรัสเซียยังคงมีความน่าสนใจกว่าเพราะเป็นขาประจำและมีกำลังซื้อที่สูงกว่า นอกจากนั้นเขาไม่ได้เป็นคู่แข่งกับเรา แต่เราไม่มีความสามารถในการจัดการกลายเป็นการท่องเที่ยวที่ทำงานโดยเอาท์ซอร์สรัสเซียแสดงให้เห็นถึงปัญหาเดิมๆ คือคุณภาพแรงงานและการศึกษาของเรานั้นไม่มีมาตรฐานเพื่อที่จะรองรับการแข่งขัน โดยเฉพาะการหาตัวชี้วัดการประเมินคุณภาพในแต่ละปีที่ได้คะแนนดีและดีมากนั้นกลับไม่เกี่ยวข้องกับคุณภาพของแรงงานในธุรกิจท่องเที่ยวแต่อย่างใด แม้ว่าจะมีมหาวิทยาลัยหลายแห่งตั้งอยู่ที่ภาคใต้ก็ตาม และบางมหาวิทยาลัยในภาคใต้ กลับเปิดสาขาวิชาภาษาที่ไม่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวด้วยซ้ำ



