
มูมมามกันนัก, ได้กลิ่นยุบสภาหรือยัง?
เริ่มจะมีกลิ่นของการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่โชยมาไกลๆ แล้ว ถึงแม้ว่านายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะพยายามบอกว่า ณ ขณะนี้ยังไม่คิด แต่ก็ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศว่า เป็นไปได้ว่าก่อนสิ้นปี
เมื่อสถานการณ์เริ่มที่จะสงบหรือว่านิ่งก็จะคิดถึงการเลือกตั้งใหม่ เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน
แต่ว่าพรรคร่วมรัฐบาลและบางกลุ่มในประชาธิปัตย์นั้น ดูเหมือนจะเร่งเครื่องให้นายกรัฐมนตรีถูกบังคับต้องตัดสินใจให้ยุบสภาในช่วงนี้ ซึ่งเป็นจังหวะที่เศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศนั้นยังมีปัญหาและยังมีปัจจัยที่ไม่แน่นอนสูง
ฉะนั้นถ้าหากมีการยุบสภาเลือกตั้งในเดือนสองเดือนข้างหน้า ก็จะกระทบต่อความพยายามที่จะฟื้นเศรษฐกิจอย่างแน่นอน
สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นก็คือ รัฐบาลผสมของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะต้องแสดงความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นเบื้องต้น และการสร้างความสมานฉันท์หรือการปูทางไปสู่กติกาพื้นฐานเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไป เป็นวาระเร่งร้อนอันดับ 2
อันดับ 3 นั้นก็คือ การสร้างให้เกิดความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อว่าการเลือกตั้งถ้ามีขึ้นนั้นจะไม่แบ่งแยกเป็นสีเป็นกลุ่มมีการเผชิญหน้า ซึ่งจะเป็นเรื่องที่อันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย
ฉะนั้นสิ่งที่พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคภูมิใจไทย รวมไปถึงกลุ่มก้อนต่างๆ ที่พยายามที่จะยื้อแย้งตำแหน่งรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพยายามจะเช่ารถเมล์ 4,000 คัน หรือโครงการประกันข้าวโพด หรือข้าว ที่มีคำถามมากมายที่ต้องตอบกับประชาชน รวมไปถึงความพยายามหลายฝ่ายที่จะใช้โอกาสนี้แสวงหาผลประโยชน์เข้ากับกลุ่มของตัวเองจนเกิดความสั่นคลอนต่อรัฐบาล
การเลือกตั้งทั่วไปเกิดขึ้นแน่ แต่ควรจะมาจังหวะที่เหมาะสม ที่คนไทยได้เห็นว่ามีการตั้งตัวของเศรษฐกิจ และถ้าจะแก้ไขบางมาตราของรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะได้แก้ข้อบกพร่องบางประเด็นในรัฐธรรมนูญ การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นไม่มีข้อห้าม แต่จะต้องทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ไม่ใช่เพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
ฉะนั้นพรรคร่วมรัฐบาลก็ดี กลุ่มก้อนในพรรคประชาธิปัตย์ก็ดี ที่พยายามจะแซะรัฐบาลเพื่อจะให้คนของตัวเองได้ตำแหน่งแห่งหนนั้น ต้องสำนึกว่าท่านกำลังทำร้ายประชาธิปไตย และท่านกำลังทำให้ประชาชนทั่วไปมีความเอือมระอากับการเมืองเน่าๆ การเมืองเก่าๆ อีกครั้งหนึ่ง
สุทธิชัย หยุ่น



