
พลังข่าวโซเชียลมีเดีย'คลิปดัง'เป็น'คดีฉาว'
พลังข่าวโซเชียลมีเดีย'คลิปดัง'เป็น'คดีฉาว' : 10ข่าวเด่นปี2555
โลกเสมือนจริงกับโลกแห่งความจริง กำลังขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กัน เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบโลก ถูกเชื่อมโยงสื่อสารด้วยเครือข่ายออนไลน์ กลายเป็นช่องทางตีแผ่ "เรื่องจริง" เพื่อเสาะหา "ข้อเท็จจริง" บางครั้งเรื่องราวจาก "คลิปข่าว" ก็กลายมาเป็น "คดีดัง" ที่เกิดขึ้นในรอบปี 2555!!
"นักเรียนไทยเอาเก้าอี้ฟาดผู้หญิงแก่ริมถนน"
"Guy hits old woman with a chair" เป็นชื่อคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ผ่านยูทูบและเว็บไซต์ข่าวต่างประเทศในช่วงเดือนกรกฎาคม จนกลายเป็นคลิปทอล์กออฟเดอะทาวน์ ถูกแชร์ไปทั่วสังคมโซเซียล มีผู้คนมากมายเข้ามารุมประณาม ด่าทอ นักเรียนชายในคลิปกันมากมาย ทว่าเรื่องราวจากคลิปวิดีโอเพียง 30 วินาที อาจไม่ใช่บทสรุปของเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด
ชนวนเหตุของคลิปนี้ เกิดจาก "นาฬิกาข้อมือ" ของนักเรียนชาย ม.6 วัย 17 ปี อ้างว่าถอดนาฬิกาวางไว้ริมถนน แต่หญิงสูงวัย อ้างว่าเก็บได้แล้วไม่ยอมคืน จนทำให้เด็กนักเรียนวิ่งตามมาขอนาฬิกาคืน แต่ป้ากลับไม่ให้แต่โดยดี จนเกิดบันดาลโทสะทำร้ายร่างกายหญิงสูงวัยตามที่ปรากฏในคลิป
นางสมจิตร พลายเนาว์ อายุ 50 ปี ยอมรับว่า เป็นคนเก็บนาฬิกาข้อมือ มูลค่าราว 2 หมื่นบาท ซึ่งมีคุณค่าทางใจต่อนักเรียนอารมณ์ร้อนรายนี้ และเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นกับตัวเองไม่อยากเอาความกับเด็กนักเรียน อยากให้เลิกแล้วต่อกัน
ส่วนนักเรียนชายคู่กรณี ถูกเชิญตัวมาสอบปากคำ ยอมรับว่า เป็นคนเดียวกับที่ปรากฏอยู่ในคลิปจริง และฝากขอโทษคนที่ดูคลิป เพราะด้วยความที่เป็นคนอารมณ์ร้อน แต่เพียงอยากได้นาฬิกาของตนคืน สำหรับคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง
"ร.ต.อ.หญิงกร่าง ทุบรถป้ายแดง"
คลิปฉาวนี้ ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา ด.ต.รัชพล โรมรัม สังกัด สภ.หนองขาม จ.ชลบุรี และผู้หญิงสาว อ้างว่าเป็น ร.ต.อ.พลอยไพลิน ศักดิเดช ภาณุพันธ์ ณ อยุธยา ขับรถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเลต รุ่นครูซ สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ก 8008 ชลบุรี เข้าไปที่ศูนย์จำหน่ายรถยนต์เชฟโรเลต สาขาชลบุรี แล้วเข้าไปอาละวาดและชักปืนข่มขู่เจ้าหน้าที่ศูนย์จำหน่าย พร้อมทั้งทุบกระจกรถยนต์จนเสียหาย หลังจากไม่พอใจ ผลการเจรจาเรียกค่าเสียหาย
เมื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกลับพบว่า "ผู้กองสาว" ไม่ใช่ตำรวจจริง เธอชื่อ น.ส.พิรญาณ์ณัท สิงหนุต อายุ 30 ปี จบการศึกษาแค่ชั้น ม.6 แต่มีพี่ชายเป็นตำรวจยศ "ส.ต.อ." อีก 2 วันต่อมา ตัวแทนบริษัท ชลบุรี ออโต้ เซ็นเตอร์ จำกัด จึงเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองชลบุรี เพื่อดำเนินคดีกับทั้งสองในข้อหากรรโชกทรัพย์ และพระราชบัญญัติครอบครองอาวุธปืน เพื่อใช้ในการข่มขู่และขอให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
คดีนี้ ด.ต.รัชพล ถูกตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนทางวินัยแล้ว ส่วน น.ส.พิรญาณ์ณัท มีความผิดเกี่ยวกับการแต่งกายเลียนแบบตำรวจ และการพกพาอาวุธปืน รวมทั้งคดีที่ทางบริษัท ชลบุรี ออโต้ เซ็นเตอร์ จำกัด ได้แจ้งความไว้ คดีนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาล
"ซี 7 กร่าง ตบบ้องหู"
"C8 กรมศุล ตบแก้วหูฉีก" ถูกเผยแพร่ผ่านยูทูบเมื่อวันที่ 9 มกราคม เป็นชายร่างท้วมสูงวัย ใช้มือประกบที่บริเวณใบหูของเจ้าหน้าที่หนุ่ม ซึ่งอ้างว่า ถูกตบที่บ้องหู ... ข้อเท็จจริงของเรื่องนี้ เกิดขึ้นช่วงบ่ายโมงของวันที่ 8 มกราคม สืบเนื่องจากห้องทำงานของ "สมบัติ ชาติชัยไวยวิทย์" นักวิชาการศุลกากร ชำนาญการระดับ 7 (ซี 7) ซึ่งอยู่ติดกับจุดตรวจเอกซเรย์ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากต่างประเทศ
วันนั้น "สมบัติ" พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่ง มีภารกิจต้องไปรับและอำนวยความสะดวกแก่แขกวีไอพี ต้องผ่านจุดตรวจเอกซเรย์ดังกล่าว "สมบัติ" รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เดินทางมาด้วย ติดบัตรแสดงตนให้เห็นเด่นชัดทุกคน แต่หัวหน้าชุดที่ประจำช่องจุดตรวจสั่งให้ตรวจทุกคนตามปกติ
แต่เมื่อ "สมบัติ" เดินผ่านจุดตรวจที่ช่องทางผู้โดยสาร แล้วเกิดเสียงสัญญาณดังขึ้น เจ้าหน้าที่หนุ่มคู่กรณีจึงขอตรวจค้นตามหน้าที่ แต่นายสมบัติไม่ยอมและตบที่บ้องหูหลายครั้ง ต่อมาเจ้าหน้าที่หนุ่มไปตรวจร่างกายพบว่า "เยื่อบุแก้วหูฉีกขาด" จึงไปแจ้งความ ในข้อหาใช้กำลังทำร้ายร่างกาย ขณะที่ "สมบัติ" ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน พบว่าผิดวินัยไม่ร้ายแรง เนื่องจากมีอาการทางประสาท และให้หยุดรักษาตัว 2 เดือน เมื่อคดีนี้เข้าสู่การพิจารณาของศาลเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ศาลพิจารณาตัดสินให้รอลงอาญาและเสียค่าปรับ พร้อมกับชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหาย
"นายก อบต.ตบเจ้าหน้าที่หญิง"
"สมเดช สุขสมกิจ" นายก อบต.ไทยาวาส ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย "รวิภา พึ่งพร" หัวหน้าส่วนการคลัง ด้วยการเดินเข้าไปกระชากผมของเธอ แล้วใช้มือตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง 2 ครั้ง ก่อนเดินจากไป และจะเข้าไปทำร้ายอีกครั้งแต่เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ เข้าไปห้ามไว้ทัน ..กลายเป็นคลิปที่มีการพูดถึงในโลกออนไลน์จนกลายมาเป็นข่าวดัง
ต่อมาวันที่ 25 กันยายน "รวิภา" เข้าแจ้งความต่อตำรวจว่า ถูกนายก อบต.ไทยาวาส ทำร้ายร่างกายด้วยการจิกผมแล้วตบ เชื่อว่าน่าจะมีมูลเหตุมาจากวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา เข้าไปชี้แจงกับทางปลัด อบต. กรณีการเบิกจ่ายงบประมาณในโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ ตั้งงบประมาณไว้ 150,000 บาท แต่นายสมเดช กลับว่าจ้างเหมาเอกชน ซึ่งไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของโครงการที่ต้องการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม จึงไม่สามารถดำเนินการให้ได้ ทำให้ "สมเดช" รู้สึกไม่พอใจ จึงเดินตามหลังมาพร้อมกับจิกผมและตบเข้าที่ใบหน้า 2 ครั้ง
คดีนี้ "สมเดช" ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ในข้อหาใช้กำลังทำร้ายร่างกาย โดยพนักงานสอบสวนส่งสำนวนการสืบสวนไปยังอัยการ และอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแขวงนครปฐม ซึ่งจะนัดคู่กรณีมาฟังคำพิพากษาของศาลในเดือนมกราคมนี้
.......................
(หมายเหตุ : พลังข่าวโซเชียลมีเดีย'คลิปดัง'เป็น'คดีฉาว' : 10ข่าวเด่นปี2555)



