
'ปึ้ง'ยันการเมืองปี56แก้รธน.เป็นวาระแห่งปี
"สุรพงษ์" มองการเมืองปี 56 เชื่อรัฐบาลอยู่ครบวาระ ยืนยัน เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญเป็นวาระแห่งปี มุ่งให้ความเป็นธรรมประชาชนทุกกลุ่ม
วันที่ 30 ธ.ค.55 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการเมืองในปี 2556 ว่า รัฐบาลจะยังอยู่บริหารประเทศต่อไปได้ตลอดรอดฝั่งจนครบวาระ อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าสิ่งที่จะเป็นประเด็นสำคัญทางการเมืองคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ2550 ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีความเป็นประชาธิปไตยซึ่งเป็นไปตามที่ส.ส.และส.ว.เรียกร้องมาโดยตลอด และยังเป็นนโยบายหนึ่งที่พรรคเพื่อไทยซึ่งตนสังกัดอยู่นั้นได้ประกาศไว้แล้ว อีกทั้งรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาในหลายเรื่อง ขณะเดียวกัน ฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาธิปัตย์ก็จะยังคงกล่าวหาเราแบบแผ่นเสียงตกร่องต่อไปว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะการแก้ไขมาตรา 309 ซึ่งที่จริง มาตรานี้เป็นสิ่งที่ส่วนช่วยหรือปกป้องคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.)ที่ถูกตั้งขึ้นมาโดยรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติ ใช้เป็นเครื่องมือไปตรวจสอบหรือกล่าวหาพ.ต.ท.ทักษิณว่ามีความผิด ทั้งๆที่คตส.ไม่ให้ความเป็นธรรมอย่างแท้จริง
"พรรคประชาธิปัตย์ต้องการปกป้องมาตรา 309 ไว้ ผมเคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์มานานจนอ่านความคิดอ่านของพวกเขาได้ว่าต้องการอย่างนั้น แต่ขอให้เขาเลิกเสียเถอะ บ้านเมืองจะได้เจริญ มีความก้าวหน้า ท่านไม่ต้องกลัวจะแก่ แล้วกลับมาเป็นรัฐบาลไม่ทัน เพราะถ้าพวกผมและรัฐบาลนี้ทำงานไม่ดี เลือกตั้งครั้งหน้าประชาชนก็ไม่เลือกหรอกครับ"นายสุรพงษ์ กล่าว
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ขบวนการล้มล้างรัฐบาลก็ยังคงอยู่ด้วยเช่นกัน โดยฝ่ายที่ต้องการกลับมาเป็นรัฐบาล ก็ยังเดินหน้าต่อไปไม่สิ้นสุด รวมถึงจะมีการปลุกระดม กล่าวหา หรือใส่ร้ายโดยอ้างว่ามีการทุจริตคอร์รัปชั่นหรือการล้มล้างสถาบัน ซึ่งเป็นสิ่งเก่าๆที่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยจะหยิบยกขึ้นมาเป็นเครื่องมือทำให้รัฐบาลปัจจุบันพ้นจากหน้าที่ สำหรับเสียงส.ส.ของรัฐบาลในขณะนี้ยังมีเพียงพอ สามารถบริหารประเทศต่อไปได้ และไม่จำเป็นที่ต้องนำเสียงส.ส.จากพรรคอื่นๆที่จะเข้ามาร่วมรัฐบาลเพิ่มเติม ทั้งนี้ การที่พรรคการเมืองอยากจะมาเป็นร่วมรัฐบาลนั้นถือเป็นเรื่องธรรมดา อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดนี้ตั้งใจทำงาน และเราไม่เห็นด้วยกับการคอร์รัปชั่น ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้แต่ละกระทรวงคณะกรรมการตรวจสอบปัญหาการทุจริตในกระทรวงนั้นๆแล้ว ดังนั้นพรรคใดที่อยากมาร่วมรัฐบาลเพราะไม่ต้องการอดอยากปากแห้งนั้น ขอให้เลิกคิดอย่างนั้น แต่ถ้าต้องการมาร่วมทำงานเพื่อบ้านเมือง อาจจะพอรับได้ ซึ่งตนอยากให้การเมืองในปี 2556 เป็นการทำทุกอย่างเพื่อประชาชนและประเทศชาติ
เมื่อถามว่าคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเสร็จสิ้นได้เมื่อใด นายสุรพงษ์ กล่าวว่า "เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น คงต้องรอดูผลสรุปของการหารือในการสัมมนาของพรรคเพื่อไทย ระหว่างวันที่ 6-7 ม.ค.2556 ที่เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวต้องใช้เวลา เพราะมีข้อกังวลอยู่มาก อีกทั้งเราไม่รู้ว่าใครคิดอย่างไร และองค์กรอิสระมีความเป็นอิสระจริงหรือไม่ เพราะที่ผ่านเราถูกกระทำมาตลอดจึงไม่อยากเจอเรื่องที่มีความเสี่ยงซึ่งนำไปสู่การถูกยุบพรรคเป็นครั้งที่ 3 ส่วนกระแสการต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ฝ่ายค้านคงมีเสียงสนับสนุนอยู่ประมาณ 10 ล้านเสียงเศษ เมื่อดูจากคะแนนเสียงที่ได้ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว อย่างไรก็ตามเราต้องรับฟังเสียงข้างมาก"
ต่อข้อถามว่าในเมื่อหลายสิ่งดูเหมือนเป็นใจให้รัฐบาลสามารถบริหารประเทศไปได้ และการทำงานค่อนข้างจะราบรื่นแล้ว คิดว่าจะสามารถนำพ.ต.ท.ทักษิณกลับประเทศไทยได้ภายในปี 2556 หรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่วรัฐบาลไม่ได้คิดหาทางช่วยให้พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศเลย และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้พูดชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลต้องการทำงานเพื่อสร้างความเจริญให้กับประเทศ ทำให้ประชาชนมีความสุข และสร้างความปรองดองในประเทศ แต่ไม่ได้มาทำงานเพื่อคนคนเดียว ทั้งนี้ ถ้ากระบวนการยุติธรรมมีความเป็นธรรมอย่างแท้จริง ตนเชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับประเทศไทยเอง ซึ่งทุกคนรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นธรรมกับพ.ต.ท.ทักษิณ เลย แต่ถูกกล่าวหาโดย คตส.
นายสุรพงษ์ กล่าวถึงการแก้ไขมาตรา 190 รัฐธรรมนูญ 2550 ว่าโดยส่วนตัวมองว่า ทำให้การทำงานล่าช้ามาก เพราะเรื่องของการต่างประเทศแทบทุกเรื่องเข้าข่ายมาตรานี้ จึงทำให้การเจรจาตกลงความร่วมมือกับประเทศๆ มีความล่าช้าและชะงักงัน อาจจะต้องมีการแก้ไขโดยให้เป็นพระราชบัญญัติอีกฉบับแทน เพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิดปัญหาอย่างที่ผ่านมา เช่นเรื่องหนังสือสัญญาต่างๆ ที่จำเป็นต้องมีการแยกแยะประเภทให้ชัดเจน เพราะทุกวันนี้แม้แต่ว่าอันไหนจะเข้าข่ายมาตรา 190 ก็ยังต้องส่งตีความ จึงถือว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีข้อบกพร่องมาก เนื่องจากอ่านแล้วไม่เข้าใจ
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ในขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อยู่ในระหว่างยกร่างพ.ร.บ.การทำหนังสือสัญญา พ.ศ.....โดยจะระบุแนวทางและขั้นตอนการจัดทำหนังสือสัญญา เพื่อให้เกิดความชัดเจน โดยจะเสนอเข้าครม.ได้ก็ต่อเมื่อมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเเก้ไขมาตรา 190 ต่อไป



