
'ปู'ปิ๊กบ้านเปิดบอล'คิงส์คัพ'
สมาคมฟุตบอลประเทศไทยเชิญ "นายกฯ ปู" ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธานเปิดฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 42 ที่เชียงใหม่
"บังยี" วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมจัดแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 42 ว่าครั้งนี้จะจัดอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา 5 ธันวาคม 2556 โดยมี 3 ทีมชาติประกอบด้วย สวีเดน ฟินแลนด์ และเกาหลีเหนือ ตอบรับมาเตะกับทีมชาติไทยแล้วระหว่างวันที่ 23-26 มกราคม ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จ.เชียงใหม่ ซึ่งในพิธีเปิดและปิดการแข่งขันจะมีการแสดงกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติอย่างยิ่งใหญ่อลังการ นอกจากนี้สมาคมได้เชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไปเป็นประธานในพิธีเปิดสนามด้วย
"สำหรับรูปแบบการแข่งขันจะจับสลากประกบคู่เตะแบบน็อกเอาท์ นัดแรกวันที่ 23 มกราคม เริ่มคู่แรกเวลา 17.00 น. คู่สอง เวลา 19.00 น. ทีมที่ชนะจะผ่านเข้าชิงชนะเลิศในวันที่ 26 มกราคม เวลา 17.30 น. ส่วนทีมแพ้ต้องไปชิงอันดับ 3 ในวันที่ 26 มกราคม เวลา 15.30 น. ซึ่งการจับสลากประกบคู่จะมีขึ้นในวันที่ 15 มกราคมนี้ โดยสมาคมฟุตบอลได้เชิญนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มาเป็นประธานอำนวยการจัดการแข่งขัน" บังยี กล่าว
ประมุขลูกหนังไทยเผยต่อว่า หลังจบฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพแล้ว จะให้ วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เตรียมทีมเพื่อเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติเอเชีย หรือเอเชี่ยนคัพ 2015 รอบคัดเลือกทันที โดยทีมชาติไทยมีกำหนดเดินทางไปอุ่นเครื่องกับทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี ในวันที่ 31 มกราคม ก่อนจะกลับมาแข่งขันเอเชี่ยนคัพ รอบคัดเลือก นัดแรก กับ คูเวต ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ต่อไป
ยืนยัน "ระยอง ยูไนเต็ด" เตะดิวิชั่น 1
หลังจากที่มีปัญหาเกิดขึ้นสำหรับ “ช้างศึกคะนอง” ระยอง ยูไนเต็ด ทีมน้องใหม่ในดิวิชั่น 1 ที่คว้าอันดับ 4 ในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก ตัดสินใจไม่ขอส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลดิวิชั่น 1 ในฤดูกาลหน้า โดยแตกเป็นสองเสียงระหว่าง “บิ๊กเปี๊ยก” เศรษฐา ปิตุเตชะ ประธานสโมสร ที่อ้างว่าทีมไม่มีความพร้อมจึงไม่ขอส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน กับ นิรันดร์ กล่อมแก้ว ผู้จัดการทีม ที่ยืนยันว่าจะส่งทีมเล่นดิวิชั่น 1 แน่นอน
ล่าสุด “น้าชิต” ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง บจก.ไทยพรีเมียร์ลีก เปิดเผยว่า การขีดเส้นตายยืนยันสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันของสโมสรจากไทยพรีเมียร์ลีก และดิวิชั่น 1 ปรากฏว่ามีการยืนยันสิทธิ์ครบ 36 ทีม ซึ่งรวมถึงระยอง ยูไนเต็ดด้วย โดยการยืนยันสิทธิ์จะดูที่ลายเซ็นของคนจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ไม่ใช่ตำแหน่งในทีม
“ตอนนี้ฟุตบอลลีกบ้านเราเป็นธุรกิจ ดังนั้นคนที่มีสิทธิ์สูงสุดคือคนที่จดทะเบียนสโมสรเป็นนิติบุคคล ซึ่งกรณีของระยอง ยูไนเต็ด ต้องมาดูว่าใครเป็นผู้จดทะเบียน ซึ่งคนคนนั้นจะมีสิทธิ์ในการยืนยันว่าจะส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันหรือไม่ และเมื่อวันศุกร์ที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา มีตัวแทนจากสโมสรระยอง ยูไนเต็ด เดินทางมายื่นสิทธิ์ส่งทีม ฉะนั้นขั้นตอนต่อไปจะต้องมาดูว่าคนที่เซ็นรับรองใช่คนที่จดทะเบียนหรือไม่”
ทั้งนี้ “น้าชิต” กล่าวต่อว่า หากผู้จดทะเบียนไม่ได้เซ็นรับรองด้วยตนเอง จะถือว่าการยืนยันสิทธิ์ของระยอง ยูไนเต็ด ไม่ถูกต้อง ซึ่งทีพีแอล จะต้องรีบประชุมด่วนเพื่อหาข้อสรุปให้เร็วที่สุดในการหาสโมสรเข้ามาเล่นให้ครบ 18 ทีม ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้งหมดว่าจะเอาทีมอันดับ 14 เมื่อฤดูกาลแล้ว หรือทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก ได้สิทธิ์เล่นแทน
อย่างไรก็ตาม ดร.วิชิต บอกต่อว่า หากการแข่งขันดำเนินขึ้นและระยอง ยูไนเต็ด หรือทีมอื่นๆ มีปัญหาจนไม่สามารถแข่งขันได้ ก็จะถูกลงโทษตามกฎที่ระบุไว้ ซึ่งโทษสูงสุดคือปรับตกชั้น
ทั้งนี้ "คม ชัด ลึก" สอบถามไปยัง “เสี่ยจิ๊บ” รัตนะ สุขสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีมระยอง ยูไนเต็ด เพื่อสอบถามถึงการจดทะเบียนสโมสรเป็นนิติบุคคลว่าเป็นชื่อใคร ซึ่ง “เสี่ยจิ๊บ” กล่าวว่า ขณะนี้ทีมยังไม่มีการจดทะเบียน โดยที่ผ่านมาใช้ชื่อ บริษัท แม็กซี มีเดีย จำกัด ซึ่งมีบอร์ดบริหาร 5 คน และทุกครั้งในการตัดสินใจจะใช้วิธีหยั่งเสียงตลอด
"ระยอง ยูไนเต็ด ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล โดยเราใช้บริษัทแม็กซี เมียเดีย จำกัด เป็นชื่อบริษัทของทีม โดยมี 5 บุคคลที่เป็นบอร์ดบริหารของทีม ประกอบไปด้วย เศรษฐา ปิตุเตชะ ประธานสโมสร กิตติ ขมแสนยาธรรม รองประธานสโมสร นิรันดร์ กล่อมแก้ว ผู้จัดการทีม รัตนะ สุขสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีม และธีระ วาจารชล เลขาฯ ซึ่งทุกครั้งจะใช้วิธีขอมติเสียงจากทั้ง 5 ท่านในการตัดสินใจทำอะไร เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่เรามีมากกว่า 2 เสียงในการส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลดิวิชั่น 1 ซึ่งได้ยื่นหนังสือให้ทีพีแอลแล้ว”
ทั้งนี้ มีรายงานว่าสาเหตุของความขัดแย้งเกิดจาก วริศ บุญศรีพิทยานนท์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีมที่บอร์ดบริหารแตกเป็นสองเสียง โดยเสียงหนึ่งสนับสนุนให้ วริศ คุมทีมต่อไป แต่อีกเสียงต้องการให้เปลี่ยนแปลง จึงเป็นที่มาของปัญหาดังกล่าว
สมาคมฟุตบอลประเทศไทยเชิญ "นายกฯ ปู" ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธานเปิดฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 42 ที่เชียงใหม่
"บังยี" วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมจัดแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 42 ว่าครั้งนี้จะจัดอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา 5 ธันวาคม 2556 โดยมี 3 ทีมชาติประกอบด้วย สวีเดน ฟินแลนด์ และเกาหลีเหนือ ตอบรับมาเตะกับทีมชาติไทยแล้วระหว่างวันที่ 23-26 มกราคม ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จ.เชียงใหม่ ซึ่งในพิธีเปิดและปิดการแข่งขันจะมีการแสดงกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติอย่างยิ่งใหญ่อลังการ นอกจากนี้สมาคมได้เชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไปเป็นประธานในพิธีเปิดสนามด้วย
"สำหรับรูปแบบการแข่งขันจะจับสลากประกบคู่เตะแบบน็อกเอาท์ นัดแรกวันที่ 23 มกราคม เริ่มคู่แรกเวลา 17.00 น. คู่สอง เวลา 19.00 น. ทีมที่ชนะจะผ่านเข้าชิงชนะเลิศในวันที่ 26 มกราคม เวลา 17.30 น. ส่วนทีมแพ้ต้องไปชิงอันดับ 3 ในวันที่ 26 มกราคม เวลา 15.30 น. ซึ่งการจับสลากประกบคู่จะมีขึ้นในวันที่ 15 มกราคมนี้ โดยสมาคมฟุตบอลได้เชิญนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มาเป็นประธานอำนวยการจัดการแข่งขัน" บังยี กล่าว
ประมุขลูกหนังไทยเผยต่อว่า หลังจบฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพแล้ว จะให้ วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เตรียมทีมเพื่อเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติเอเชีย หรือเอเชี่ยนคัพ 2015 รอบคัดเลือกทันที โดยทีมชาติไทยมีกำหนดเดินทางไปอุ่นเครื่องกับทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี ในวันที่ 31 มกราคม ก่อนจะกลับมาแข่งขันเอเชี่ยนคัพ รอบคัดเลือก นัดแรก กับ คูเวต ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ต่อไป
ยืนยัน "ระยอง ยูไนเต็ด" เตะดิวิชั่น 1
หลังจากที่มีปัญหาเกิดขึ้นสำหรับ “ช้างศึกคะนอง” ระยอง ยูไนเต็ด ทีมน้องใหม่ในดิวิชั่น 1 ที่คว้าอันดับ 4 ในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก ตัดสินใจไม่ขอส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลดิวิชั่น 1 ในฤดูกาลหน้า โดยแตกเป็นสองเสียงระหว่าง “บิ๊กเปี๊ยก” เศรษฐา ปิตุเตชะ ประธานสโมสร ที่อ้างว่าทีมไม่มีความพร้อมจึงไม่ขอส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน กับ นิรันดร์ กล่อมแก้ว ผู้จัดการทีม ที่ยืนยันว่าจะส่งทีมเล่นดิวิชั่น 1 แน่นอน
ล่าสุด “น้าชิต” ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง บจก.ไทยพรีเมียร์ลีก เปิดเผยว่า การขีดเส้นตายยืนยันสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันของสโมสรจากไทยพรีเมียร์ลีก และดิวิชั่น 1 ปรากฏว่ามีการยืนยันสิทธิ์ครบ 36 ทีม ซึ่งรวมถึงระยอง ยูไนเต็ดด้วย โดยการยืนยันสิทธิ์จะดูที่ลายเซ็นของคนจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ไม่ใช่ตำแหน่งในทีม
“ตอนนี้ฟุตบอลลีกบ้านเราเป็นธุรกิจ ดังนั้นคนที่มีสิทธิ์สูงสุดคือคนที่จดทะเบียนสโมสรเป็นนิติบุคคล ซึ่งกรณีของระยอง ยูไนเต็ด ต้องมาดูว่าใครเป็นผู้จดทะเบียน ซึ่งคนคนนั้นจะมีสิทธิ์ในการยืนยันว่าจะส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันหรือไม่ และเมื่อวันศุกร์ที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา มีตัวแทนจากสโมสรระยอง ยูไนเต็ด เดินทางมายื่นสิทธิ์ส่งทีม ฉะนั้นขั้นตอนต่อไปจะต้องมาดูว่าคนที่เซ็นรับรองใช่คนที่จดทะเบียนหรือไม่”
ทั้งนี้ “น้าชิต” กล่าวต่อว่า หากผู้จดทะเบียนไม่ได้เซ็นรับรองด้วยตนเอง จะถือว่าการยืนยันสิทธิ์ของระยอง ยูไนเต็ด ไม่ถูกต้อง ซึ่งทีพีแอล จะต้องรีบประชุมด่วนเพื่อหาข้อสรุปให้เร็วที่สุดในการหาสโมสรเข้ามาเล่นให้ครบ 18 ทีม ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้งหมดว่าจะเอาทีมอันดับ 14 เมื่อฤดูกาลแล้ว หรือทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก ได้สิทธิ์เล่นแทน
อย่างไรก็ตาม ดร.วิชิต บอกต่อว่า หากการแข่งขันดำเนินขึ้นและระยอง ยูไนเต็ด หรือทีมอื่นๆ มีปัญหาจนไม่สามารถแข่งขันได้ ก็จะถูกลงโทษตามกฎที่ระบุไว้ ซึ่งโทษสูงสุดคือปรับตกชั้น
ทั้งนี้ "คม ชัด ลึก" สอบถามไปยัง “เสี่ยจิ๊บ” รัตนะ สุขสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีมระยอง ยูไนเต็ด เพื่อสอบถามถึงการจดทะเบียนสโมสรเป็นนิติบุคคลว่าเป็นชื่อใคร ซึ่ง “เสี่ยจิ๊บ” กล่าวว่า ขณะนี้ทีมยังไม่มีการจดทะเบียน โดยที่ผ่านมาใช้ชื่อ บริษัท แม็กซี มีเดีย จำกัด ซึ่งมีบอร์ดบริหาร 5 คน และทุกครั้งในการตัดสินใจจะใช้วิธีหยั่งเสียงตลอด
"ระยอง ยูไนเต็ด ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล โดยเราใช้บริษัทแม็กซี เมียเดีย จำกัด เป็นชื่อบริษัทของทีม โดยมี 5 บุคคลที่เป็นบอร์ดบริหารของทีม ประกอบไปด้วย เศรษฐา ปิตุเตชะ ประธานสโมสร กิตติ ขมแสนยาธรรม รองประธานสโมสร นิรันดร์ กล่อมแก้ว ผู้จัดการทีม รัตนะ สุขสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีม และธีระ วาจารชล เลขาฯ ซึ่งทุกครั้งจะใช้วิธีขอมติเสียงจากทั้ง 5 ท่านในการตัดสินใจทำอะไร เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่เรามีมากกว่า 2 เสียงในการส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลดิวิชั่น 1 ซึ่งได้ยื่นหนังสือให้ทีพีแอลแล้ว”
ทั้งนี้ มีรายงานว่าสาเหตุของความขัดแย้งเกิดจาก วริศ บุญศรีพิทยานนท์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีมที่บอร์ดบริหารแตกเป็นสองเสียง โดยเสียงหนึ่งสนับสนุนให้ วริศ คุมทีมต่อไป แต่อีกเสียงต้องการให้เปลี่ยนแปลง จึงเป็นที่มาของปัญหาดังกล่าว



