
'7วันอันตราย'2วันตายแล้ว71เจ็บ826
'7วันอันตราย ช่วงปีใหม่' วันที่2 เสียชีวิตแล้ว 71 ราย ได้รับบาดเจ็บรวม 826 คน
29 ธ.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทยว่า นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ประธานแถลงข่าวสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2556 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2556 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 28 ธันวาคม 2555 ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการรณรงค์ “ก้าวสู่ปีใหม่ อย่างปลอดภัย ร่วมใจลดอุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 495 ครั้ง มียอดผู้เสียชีวิต 38 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 504 คน โดยจากผลสรุปอุบัติเหตุสะสม 2 วัน เกิดอุบัติเหตุ 809 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตแล้ว 71 ราย บาดเจ็บรวม 826 คน
ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 32.32 ขับรถเร็วเกินกำหนดร้อยละ 19.80 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่รถจักรยานยนต์ร้อยละ 84.06 พฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย ร้อยละ 23.99 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 63.03 บนทางหลวงแผ่นดิน ร้อยละ 39.39 ถนน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 31.11
ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 - 20.00 น. ร้อยละ 29.29 ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน ร้อยละ 56.46 โดยได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,342 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 66,469 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 625,212 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 95,402 ราย โดยมีความผิดฐานไม่มีใบขับขี่ 28,767 ราย รองลงมา ไม่สวมหมวกนิรภัย 27,807 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ลำปาง (24 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ขอนแก่น และชลบุรี (จังหวัดละ 3 ราย ) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ลำปาง (24 คน)
อย่างไรก็ตามสรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 2 วัน (วันที่ 27-28 ธันวาคม 2555) เกิดอุบัติเหตุรวม 809 ครั้ง (ปี 2555 เกิด 955 ครั้ง) ลดลง 146 ครั้ง ร้อยละ 15.29 ผู้เสียชีวิตรวม 71 ราย (ปี 2555 เสียชีวิต 94 ราย ) ลดลง 23 ราย ร้อยละ 24.47 ผู้บาดเจ็บรวม 826 คน (ปี 2555 บาดเจ็บ 1,051 คน ) ลดลง 225 คน ร้อยละ 21.41
สำหรับจังหวัดที่ไม่เกิดอุบัติเหตุในช่วง 2 วันรวม 5 จังหวัด ได้แก่ ตราด ,นครนายก ,ยโสธร ,ศรีสะเกษ และหนองคาย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตในช่วง 2 วัน รวม 35 จังหวัด จังหวัดที่ไม่มีผู้บาดเจ็บในช่วง 2 วันรวม 7 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 39 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ ชลบุรี และกรุงเทพมหานคร (จังหวัดละ 4 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 37 คน
2 วันอันตรายเชียงใหม่อุบัติเหตุสะสมพุ่ง 39 ครั้ง
นายคมสัน สุวรรณอัมพา ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สรุปสถิติการเกิดอุบัติเหตุผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตช่วงเทศกาลปีใหม่ 2556 ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2555-2 มกราคม 2556 โดยวันที่ 2 พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 20 ราย เป็นชาย 16 ราย หญิง 4 ราย รวมเกิดอุบัติเหตุจำนวน 19 ครั้ง ไม่มีผู้เสียชีวิต สำหรับอุบัติเหตุสะสมทั้ง 2 วันนั้น (27-28 ธันวาคม) พบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นสะสม 39 ครั้ง ผู้ได้รับบาดเจ็บสะสม 37 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 4 ราย ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2555 พบว่า 2 วันอุบัติเหตุสะสมเพิ่มขึ้นกว่า 22 ครั้ง ผู้ได้รับบาดเจ็บสะสมเพิ่มขึ้นกว่า 19 ราย ขณะที่ผู้เสียชีวิตสะสมเพิ่มขึ้น 2 ราย
พิษณุโลก-เสริมรถไฟฟรี 1 ขบวนช่วงปีใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนา และการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เช้าวันนี้ (29 ธันวาคม) ประชาชนต่างใช้บริการรถโดยสารสาธารณะกันจำนวนมาก ที่สถานีรถไฟพิษณุโลก ผู้โดยสารมารอขึ้นรถไฟกลับภูมิลำเนาขึ้นสู่ภาคเหนือกันจำนวนมาก และส่วนหนึ่งจองตั๋วเพื่อเดินทางสู่ภาคกลาง โดยเฉพาะนักกีฬาที่เข้ามาร่วมงานแข่งขันนครพิษณุโลกเกมส์ กีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาใช้บริการรถไฟกันจำนวนมาก ส่วนที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดพิษณุโลก ก็หนาแน่นไปด้วยประชาชนที่มาเข้าคิวซื้อตั๋วเพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนา จังหวัดข้างเคียงของพิษณุโลก
ในช่วงเทศการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ สถานีรถไฟพิษณุโลกได้เตรียมมาตรการรองรับผู้โดยสารที่จะหนาแน่นมากเป็นพิเศษ ปกติแล้วสถานีรถไฟพิษณุโลก มีรถไฟทั้งขาขึ้นและขาล่อง วันละ 26 ขบวน เป็นขบวนรถไฟฟรี 10 ขบวน ช่วงนี้ ได้เพิ่มขบวนรถพิเศษ เป็นขบวนรถเร็วบริการฟรีเฉพาะคนไทย โดยรับตั๋วฟรีได้ในวันเดินทางวันละ 1 ขบวน ได้แก่ วันที่ 28 ธค.2555 เป็นขบวนขนผู้โดยสารออกจากกรุงเทพ-พิษณุโลก-ศิลาอาสน์
ส่วนวันที่ 29 ธันวาคม 2555 เป็นขบวนกลับกรุงเทพฯ ออกจากสถานีรถไฟศิลาอาสน์ จ.อุตรดิตถ์ เวลา 08.10 น. ถึงสถานีรถไฟพิษณุโลกเวลา 09.35 น. และถึงกรุงเทพฯในเวลา 16.05 น. และวันที่ 1 มกราคม 2555 เป็นขบวนรถเร็วรับผู้โดยสารกลับกรุงเทพ สถานีต้นทางที่สถานีศิลาอาสน์ จ.อุตรดิตถ์ ออกเวลา 19.30 น. ออกจากสถานีรถไฟพิษณุโลกเวลา 21.13 น. และถึงกรุงเทพฯในเวลา 04.45 น.
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ได้ให้ข้อแนะนำการเดินทางรถไฟที่สถานีรถไฟพิษณุโลกว่า ที่สถานีรถไฟพิษณุโลก มีขบวนรถฟรีต้นทาง ออกจากสถานีรถไฟพิษณุโลกเวลา 06.05 น. ถึงกรุงเทพฯเวลา 14.05 น. ผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางกลับภาคกลางหรือกรุงเทพฯ ควรมาใช้บริการรถไฟฟรีขบวนนี้ เพราะเป็นขบวนรถต้นทาง ส่วนรถเร็วฟรีที่ออกจากสถานีรถไฟพิษณุโลกในเวลา 14.01 น. ไปกรุงเทพฯ นั้น เป็นขบวนรถเร็วที่มาจากเชียงใหม่ จะมีผู้โดยสารมาก ที่นั่งไม่แน่นอน โดยสามารถสอบถามรายละเอียดการเดินทางที่สถานีรถไฟพิษณุโลก ได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ 1690 หรือ สถานีรถไฟพิษณุโลก 055-244824 055-258005
ฉะเชิงเทรา-ชาวกรุงทะลักออกเมือง ประตูทิศตะวันออกแน่น
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางออกจากกรุงเทพมหานคร สู่พื้นที่ต่างจังหวัดของประชาชนด้านทิศตะวันออกของเมืองหลวง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 28 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยมีรถยนต์สัญจรผ่านพื้นที่อย่างเนืองแน่น แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ได้มีการวางแผนในการจัดการด้านจราจรที่ดีขึ้นกว่าเก่า ต่างจากในปีก่อนๆ ที่ผ่านมา ประกอบกับประชาชนยังสามารถใช้เส้นทางหลบเลี่ยง บนด่วนบูรพาวิถีฟรีได้ด้วย จึงทำให้การจราจรไม่คับคั่งมากนัก
โดยการจราจรด้านฝั่งขาออก ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านหรือประตูเข้า-ออก ของกรุงเทพฯ ด้านทิศตะวันออก ที่มีถนนสายหลักและสายรองหลายเส้นทางเชื่อมผ่านพื้นที่นั้น ได้มีประชนชนเริ่มทยอยเดินทางออกจากตัวเมืองหลวงตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ โดยมีรถเข้ามาใช้เส้นทางเป็นจำนวนมาก เพื่อมุ่งหน้าไปสู่จังหวัดทางภาคอีสาน และภาคตะวันออก โดยเฉพาะบนถนนสาย 314 ฉะเชิงเทรา-บางปะกง (สิริโสธร) นั้น มีรถมากกว่าถนนทุกสาย
เนื่องจากเป็นเส้นทางรวมรถที่แยกการเชื่อมต่อออกมาจากทั้งถนนสายบางนา-ตราด ทางยกระดับบูรพาวิถี ถนนทางหลวงสาย 7 มอเตอร์เวย์ (กรุงเทพฯ-พัทยา) ถนนาสุขุมวิทสายเก่า ถนนสายสุวินทวงศ์ (304) ที่มาบรรจบชนกันที่บริเวณทางสามแยกบางพระนั้น จึงทำให้มีรถคับคั่งเต็มเส้นทาง และมีรถหยุดชะลอตัวเป็นแถวยาวอยู่เป็นระยะตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะบริเวณใกล้ทางแยกสัญญาณไฟจราจร ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่รายทาง ทั้ง สภ.แสนภูดาษ และสภ.เมืองฉะเชิงเทรานั้น ได้มีการวางแผนในการจัดการจราจรที่ดีขึ้นกว่าในปีก่อนๆ มาก
หลังจากเริ่มมีประสบการณ์จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่จนมีผู้คนเข้ามาใช้เส้นทางมากจนติดขัดเป็นอัมพาตนั้น ได้มีการเปิดให้สัญญาณไฟเขียวในแต่ละจุดของทางแยกด้านฝั่งขาออกนานขึ้นกว่าเก่าเป็นพิเศษ และให้สัญญาณไฟจราจรในแต่ละจุดทางแยกนั้นมีความสัมพันธ์กัน เพื่อให้เกิดการรื่นไหลไม่หยุดชะงัก ของรถที่เข้ามาใช้เส้นทางสามารถเคลื่อนผ่านไปได้ด้วยดีและสะดวกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนท้ายกันเรียงเป็นแถวในบริเวณใกล้ทางแยกสัญญาณไฟ
ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่นั้นเป็นเพราะรถคันหลังมองไม่เห็นรถคันหน้า ที่จอดติดรอสัญญาณไฟจราจรอยู่ในบริเวณทางแยก จึงทำให้ในปีนี้อุบัติเหตุของการพุ่งชนกันแบบยกชุด หรือชนท้ายเรียงกันเป็นแถวยาวยังไม่เกิดขึ้น และมีอุบัติเหตุแบบรายย่อยหรือรายต่อรายลดน้อยลงอีกด้วย
แต่อย่างไรก็ตามยังคงมีรถยนต์กระจุกรวมตัวกันอยู่ในเส้นทางอยู่เป็นระยะ ในจุดใกล้กับบริเวณทางแยกใหญ่ตามรายทางในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา อีกหลายจุด เช่น ที่บริเวณสี่แยกสัญญาณไฟบางคล้า และสี่แยกสัญญาณไฟพนมสาร คาม บนถนนสาย 304 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อไปยังภาคอีสานนั้น มีรถสะสมเต็มถนนอยู่มาก แต่เป็นเส้นทางสายยาวจึงไม่ทำให้เกิดอุบัติเหตุพุ่งชนท้ายกัน และรถสามารถเคลื่อนผ่านไปได้ด้วยดีเป็นระลอกใหญ่เมื่อได้รับสัญญาณไฟเขียว
นอกจากนี้ยังคงมีปัญหาการติดขัดอย่างเนืองแน่นของรถยนต์ผู้ใช้เส้นทางอยู่บ้าง ในบริเวณรอยต่อระหว่างพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี ที่มีรถสะสมอยู่มากในเส้นทางบริเวณรอยต่อระหว่างกัน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบพื้นที่นั้น ไม่ได้มีการประสานงานในการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน เพื่อช่วยให้การจราจรรื่นไหลเป็นรูปแบบต่อเนื่องสัมพันธ์กัน จึงทำให้เกิดปัญหามีรถสะสมตัวในเส้นทางอย่างมากตั้งแต่เมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้
ส่วนเส้นทางสายอื่นๆ นั้น ทั้งบางนา-ตราด สุขุมวิทสายเก่า และสุวินทวงศ์ ด้านขาออกมีนบุรีนั้น การจราจรในภาพรวมนั้นคล่องตัว เนื่องจากประชาชนไม่นิยมใช้เส้นทาง ขณะเดียวกันประชาชนยังมีช่องทางเลือกในการเดินทาง
ด้วยการหันไปใช้เส้นทางยกระดับลอยฟ้า บนทางด่วนบูรพาวิถี ที่ได้มีการเปิดให้ประชาชนได้ใช้ฟรีในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งได้รับความสะดวกมากกว่า และสามารถแบ่งเบารถบนถนนสายบางนา-ตราด ลงไปได้อย่างมาก
บุรีรัมย์ - ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาคึกคัก
บรรยากาศที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ในวันหยุดวันแรกประชาชนเดินทางกลับมาเที่ยวเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ยังภูมิลำเนาคึกคัก นายบรรจง จันทร นายสถานีรถไฟบุรีรัมย์ ระบุว่า ตั๋วรถไฟไปอุบลราชธานี จองล่วงหน้าเต็มทุกที่นั่งไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555 แล้ว ส่วนตั๋วกลับปลายทางกรุงเทพมหานครจองเต็มถึงวันที่ 3 ม.ค.56
สำหรับผู้ที่ไม่ได้จองตั๋วไว้ล่วงหน้า ทางการรถไฟได้เปิดให้ซื้อตั๋วเดินทางกลับโดยมีขบวนรถเสริมที่เตรียมไว้รองรับบริการประชาชนทั้งไปและกลับเพิ่มอีกวันละ 6 ขบวน จากปกติจะวิ่งให้บริการวันละ 24 ขบวน รวมเป็นวันละ 30 ขบวน เชื่อว่าจะเพียงพอให้บริการประชาชนไม่ให้ตกค้างอย่างแน่นอน
สำหรับประชาชนที่เดินางกลับภูมิลำเนา ส่วนใหญ่จะเลือกเดินทางกลับในวันนี้ซึ่งเป็นวันหยุดเป็นวันแรก ส่งผลให้ขบวนรถไฟที่วิ่งออกจากกรุงเทพมหานคร ปลายทางอุบราชธานี หลายขบวนต้องล่าช้าออกไปร่วมชั่วโมง เพราะมีผู้คนเดินทางหนาแน่น ประกอบกับทางการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เพิ่มขบวนรถเสริมเพื่อรองรับผู้โดยสารที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่ ทำให้ต้องสับหลีกขบวนรถที่วิ่งสวนทาง จึงเป็นเหตุให้ขบวนรถล่าช้า และผู้โดยที่จะเดินทางต้องใช้เวลาในการเดินทางเพิ่มขึ้น
สระแก้ว - รถไปอีสานแห่ขึ้นเขาช่องตะโก ติดยาว 10 กม.
นายสรวงค์ เทียนทอง สส.เขต 3 จว.สระแก้ว พรรคเพื่อไทย ลูกชายนายเสนาะ เทียนทอง พร้อมด้วยนายยุทธนา นุชนารถ นายอำเภอตาพระยา จ.สระแก้ว ได้เดินทางไปตรวจสภาพการจราจร บนเขาช่องตะโก ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่าง จ.สระแก้ว กับ จ.บุรีรัมย์ หลังได้รับรายงานว่าบริเวณเขาช่องตะโกฯมีการจราจรที่หนาแน่นทำให้มีรถติดสะสมยาวกว่า 10 กม. โดยนายยุทนา นุชนารถ นายอำเภอตาพระยา ได้สั่งการระดม จนท.อส.อำเภอตาพระยา มาช่วยกันอำนวยความสะดวกในการระบายรถ ไปสู่ภาคอีสานใต้ ร่วมกับ จนท.ตร.ทางหลวงสระแก้ว และ ตร.สภ.ตาพระยา ที่เป็นหน่วยงานหลักในการอำนวยความสะดวกในการระบายรถ แต่เนื่องจากบริเวณเขาช่องตะโก เขต ต.ทัพราช อ.ตาพระยา ฯเป็นถนนแคบและเป็นถนนที่ตัดผ่านป่าเขาทำให้มีสภาพเป็นเส้นทางขึ้นเขาลาดชันและคับแคบ ทำให้รถที่จะวิ่งไปภาคอีสานตอนล่างต้องใช้เส้นทางขึ้นเขาช่องตะโก เมื่อถึงบริเวณทางโค้งบนเขาต้องลดความเร็วจึงทำให้รถเริ่มติดสะสมมาตั้งแต่เวลา 15.00 น.วันที่ 28 ธ.ค. 55 ยาวกว่า 10 กม.ตลอดทั้งคืน อีกทั้งเส้นทางบริเวณสี่แยก อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จะไป จ.นครราชสีมา มีรถยนต์คับคั่งทำให้ จนท.ทางหลวงกบินทร์บุรี ระบายรถที่จะไป จ.นครราชสีมา มาผ่าน จ.สระแก้ว เพื่อขึ้นเขาช่องตะโก ยิ่งทำให้มีรถหนาแน่นมากขึ้นและติดยาวเหยียดทั้งคืน
จากนั้นในเวลา 05.00 น. วันเดียวกัน นายยุทธนา นุชนารถ นายอำเภอตาพระยา จ.สระแก้ว ได้ประสานไปยัง พ.อ.ศรีศักดิ์ พูนประสิทธิ์ รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ขอเปิดเส้นทางลัดถนนช่องตะกิ่ว ซึ่งเป็นถนนเลาะตะเข็บแนวชายแดน เพื่ออ้อมเขาช่องตะโก ฯไปสู่ภาคอีสาน ซึ่งจะสามารถระบายรถที่ขึ้นเขาช่องตะโก ได้ส่วนหนึ่ง โดยตามเส้นทางช่องตะกิ่ว จะมี จนท.ดูแลความปลอดภัย ตลอดเส้นทาง ซึ่งจะไกลกว่าเส้นทางเขาช่องตะโก ประมาณ 20 กม. แต่รถไม่ติดสามารถใช้เวลาได้
จนกระทั่งเช้า บริเวณเส้นทางเขาช่องตะโก ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นเส้นทางสู่ภาคอีกสาน ยังคงมีรถยนต์ติดสะสม และติดกันยาวเหยียดมาตลอดทั้งคืน แต่ จนท.สามารถระบายรถบางส่วนผ่านไปได้ทำให้การจราจรที่ติดกันยาวเหยียดเบาบางลง ซึ่ง จนท.คาดว่าในช่วงบ่ายวันนี้สภาพการจราจรบนเขาช่องตะโก คงจะหนาแน่นอีกครั้ง
บช.น. ปรับแผนเพิ่มความเข้มจับกุมผู้แข่งรถ-เมาสุรา
พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานจราจร ได้พิจารณาสถิติอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่สองของเทศกาลปีใหม่ 2556 ของกรุงเทพมหานคร มีการรายงานผลว่า มีการรับแจ้งอุบัติเหตุ 4 ครั้ง บาดเจ็บ 3 ราย ผู้เสียชีวิต 1 ราย เปรียบเทียบกับปี 2555 มีการรับแจ้งอุบัติเหตุ 12 ครั้ง บาดเจ็บ 10 ราย ผู้เสียชีวิต 5 ราย โดยพบว่าเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว สถิติอุบัติเหตุ คนเจ็บ คนตาย ได้ลดลง และจากการตรวจสอบผู้เสียชีวิตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 3 ราย นั้นพบว่า สาเหตุหลักมาจากการขับขี่รถเร็ว เมาสุรา และไม่สวมหมวกนิรภัย ประกอบกับในช่วงนี้ประชาชนในกรุงเทพมหานครจำนวนมากได้เดินทางออกต่างจังหวัดส่งผลให้ถนนว่างและอาจมีกลุ่มวัยรุ่นใช้โอกาสนี้แข่งรถกันในทางสาธารณะ หรืออาจมีการรวมกลุ่มกันขับขี่รถในลักษณะที่อันตรายและไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น จึงได้สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจในสังกัด บช.น. เพิ่มความเข้มในการบังคับใช้กฎหมาย 3 มาตรการ ดังนี้
1.เพิ่มความเข้มในการตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร ตามมาตรการ 17 ข้อหาหลักในช่วงเทศกาลปีใหม่ และเพิ่มจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ โดยกำชับให้มีผลการปฏิบัติอย่างชัดเจน
2.ให้มีการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เพื่อป้องกันการแข่งรถในทางสาธารณะ โดยเน้นย้ำมิให้มีการแข่งรถในทุกพื้นที่โดยเด็ดขาด
3.สนับสนุนการปฏิบัติของฝ่ายป้องกันปราบปรามในการดูแลทรัพย์สินของประชาชน ที่เดินทางออกต่างจังหวัด สนับสนุนการยึดรถต้องสงสัยและมาตรการตีวงสุรา เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
นอกจากนี้ได้สั่งการให้ชุดเหยี่ยวถนนออกทำการตรวจสอบและจับกุมผู้แข่งรถในทางสาธารณะอย่างเด็ดขาดและจริงจัง บช.น. จึงขอความร่วมมือจากประชาชนให้ขับรถตามกฎจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2556



