
ปี56'นายกฯ'ขอคนไทยคิดบวก
"ยิ่งลักษณ์" ขอปี56 คนไทยคิดบวก รวมพลังสร้างสุข-หาทางออกประเทศ ชื่นใจปี 2555 ประชาชน-เอกชน ร่วมแรงผ่านอุปสรรคต่างๆได้
วันที่ 29 ธ.ค.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านรายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน ว่า ในปี 2556 จะเป็นปีของการพัฒนาไปสู่ความยั่งยืน เพื่อรองรับโอกาสใหม่ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ขอให้ปี 2556 เป็นปีแห่งการคิดบวก ใช้หลักความรัก เมตตา เอื้ออาทร มารับฟังความเห็นผ่านเวทีที่สร้างสรรค์ ตนเชื่อว่าหากรับฟังซึ่งกันและกัน ตามระบอบประชาธิปไตย ประเทศจะมีทางออกและบรรยากาศที่ดีร่วมกัน ในการลงพื้นที่ในประเทศที่ผ่านมา เห็นสายตาของความรัก เอื้ออาทรซึ่งกันและกัน ซึ่งหากนำประเด็นดังกล่าวมาเป็นพลังคิดบวกให้ประเทศมีทางออก จะเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยลำพังพลังของรัฐบาลคงไม่พอ ดังนั้นขอพลังทั้งประเทศ เพื่อให้ประเทศชาติก้าวต่อไป โดยในปีใหม่ 2556 ขอบคุณประชาชน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมแรงร่วมใจกันมาให้ปี 2555 ผ่านพ้นไปด้วยดี
“ปีใหม่นี้ขอให้รวมกันสร้างพลังคิดบวกให้เป็นพลังที่ต่อยอดถึงความสุข ทั้งนี้ขอให้คนไทยมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง คิดอย่างไรก็สมปรารถนา” น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้โอกาสท้ายรายการอวยพรปีใหม่ 2556 กับประชาชน
นอกจากนั้นแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้กล่าวถึงการทำงานของรัฐบาล ในรอบปี 2555 ที่ผ่านมา โดยยอมรับว่ารัฐบาลเหนื่อย แต่ไม่ได้เหนื่อยคนเดียว เนื่องจากภาครัฐ เอกชน และประชาชน ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม ตั้งแต่ปลายปี 2554 เมื่อรัฐบาลเข้ามาเจอวิกฤต ต้องเร่งแก้ไขปัญหาพร้อมกับปัญหาเก่าที่ค้างสะสม ที่จะทำอย่างไรที่จะให้มีบรรยากาศความรัก ความสามัคคี รวมถึงการเร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์กับต่างประเทศ โดยในปีที่ผ่านมาตนเห็นความร่วมมือของประชาชนช่วงน้ำท่วมก็ชื่นใจ และมั่นใจว่าหากประชาชนร่วมมือกัน บรรยากาศความรักและสามัคคีจะเกิดขึ้น ซึ่งตนขอบคุณประชาชน หน่วยงานราชการทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำงานร่วมกันกับรัฐบาลตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลสามารถผ่านพ้น และประคองประเทศต่อไปได้
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ในการเดินทางต่างประเทศของปีที่ผ่านมา ได้ไปสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย รวมถึงเสริมโอกาสให้นักลงทุนไทยไปไปลงทุนยังต่างประเทศด้วย ส่วนการเตรียมความพร้อมประเทศเพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) นอกจากที่รัฐบาลเตรียมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน แล้ว ในพื้นที่จังหวัดชายแดน ต้องมีการพัฒนาจังหวัด กฎหมายต่างๆ ให้เตรียมพร้อมกับรูปแบบการค้าขายที่เปลี่ยนแปลง นอกจากนั้นแล้วต้องเตรียมเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสาร โดยประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางของเออีซี รัฐบาลอยากเห็นไทยเป็นฐานการลงทุนสู่ภูมิภาคอาเซียน โดยการทำเรื่องดังกล่าวต้องใช้เวลา แต่ที่ผ่านมาพบว่าคนในประเทศตื่นตัว และภาคเอกชนเดินหน้าเรื่องนี้เร็วกว่ารัฐบาล ดังนั้นรัฐบาลต้องทำงานที่ควบคู่กันไป เชื่อว่าหากเร่งเตรียมตัว ประเทศไทยจะปรับตัวทันต่อการรองรับโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้
“การทำให้เศรษฐกิจแข็งแรง และเติบโต ภาคส่งออก ลงทุนภาครัฐ และการลงทุนเอกชน ต้องทำงานคู่กัน โดยภาคเอกชนเป็นกำลังสำคัญ รัฐบาลเป็นเพียงตัวกลางเอื้อโอกาสการลงทุน ลดอุปสรรค สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดการค้าการลงทุนมากขึ้น ที่ผ่านมาพบว่านักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวประเทศเยอะ ทำให้เห็นอนาคตของโอกาสการลงทุนมีเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ในปี 2556 ถือเป็นปีของโอกาสการในการพัฒนา เนื่องจากในปีที่ผ่านมาเห็นชัดว่าเรามีโอกาสเข้ามาเยอะ แต่การทำงานยังเป็นการแก้ปัญหาค้างเก่าและทำงานที่ต่องเนื่องจากนโยบายเดิม ดังนั้นต้องเร่งฟื้นฟู สร้างความแข็งแรงยั่งยืนฝให้กับประเทศ โดยเน้นการพัฒนาระยะยาว ควบคู่กันไป ทั้งนี้ในโครงการที่เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต ที่รัฐบาลมีหลายโครงการ โดยเฉพาะเรื่องสวัสดิการของเด็ก สตรี ผู้ด้อยโอกาสต้องมีการบูรณาการรวมกันเป็นเครือข่าย ช่วยเหลือเป็นระบบ มากกว่าทำงานเป็นรายกระทรวง” นายกรัฐมนตรี กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการจัดรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชนดังกล่าว เป็นการสัมภาษณ์นายกฯ สลับกับการเปิดวีดีทัศน์ผลงานรัฐบาลในรอบปี 2555 ตามหัวข้อ 16 นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ประกาศเอาไว้ และหลังจบช่วงที่สัมภาษณ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์แล้ว นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกรายการ กล่าวแจ้งเตือนให้ประชาชนที่เดินทางไปยังต่างจังหวัดปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด และช่วยกันลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์



