
บก.สปพ.คุมปลอดภัย'เคานท์ดาวน์56'
บก.สปพ.จัดเต็มคุมปลอดภัย'เคานท์ดาวน์56' : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ ผบก.สปพ. โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ
ทุกครั้งในช่วงเทศกาลปีใหม่ ชาวกรุงเทพมหานคร มักจะหลั่งไหลไปพักผ่อนหรือกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมากแทบทุกปี เช่นเดียวกับปีนี้ การปิดบ้านทิ้งไว้หลายวันเป็นช่องทางให้ขโมยขโจรก่อเหตุลักทรัพย์ ขณะที่ในหลายพื้นที่โดยรอบเมืองหลวงมีการจัดงานเคานท์ดาวน์ปีใหม่ เป็นหน้าที่ของตำรวจต้องจัดกำลังเข้าไปดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชน ซึ่งจะหวังพึ่งตำรวจโรงพักพื้นที่หน่วยงานเดียวคงเกินกำลังสามารถ หน่วยงานสนับสนุนอย่างกองบังคับการสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) จึงจำเป็นต้องจัดกำลังเข้าไปสนับสนุน ซึ่งแผนปฏิบัติการจะเป็นอย่างไรนั้น พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ ผบก.สปพ. พร้อมตอบทุกคำถาม
ในช่วงเทศกาลปีใหม่ บก.สปพ.มีแผนดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างไร
ตำรวจ บก.สปพ. มีหน้าที่สนับสนุนการทำงานของสถานีตำรวจในพื้นที่ ซึ่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้มีมาตรการไว้พร้อมแล้ว โดยในส่วนของ บก.สปพ.จะคอยสนับสนุนตามความต้องการของแต่ละพื้นที่ โดยเราได้เตรียม "รถสายตรวจ 191", "สุนัขตำรวจ", "ม้าตำรวจ", "ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด EOD", หน่วยอรินทราช ไว้พร้อมเต็มพิกัด ทุกหน่วยพร้อมออกปฏิบัติงานในทันทีที่ได้รับการประสานร้องขอจากสถานีตำรวจนครบาลในแต่ละพื้นที่ เฉพาะในส่วนรถสายตรวจจะมีการออกตรวจตราอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการจัดงานเคานท์ดาวน์ หรือสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ อาร์ซีเอ ถนนข้าวสาร เป็นต้น โดยเฉพาะที่เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเคานท์ดาวน์หลัก ตามแผนได้กำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุม ซึ่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้เตรียมกำลังไว้แล้วถึง 1,500 นาย เพื่อดูแลความเรียบร้อยตลอดงาน
จัดกำลังคุมเข้มดูแลความปลอดภัยอย่างไร
บก.สปพ. จะเป็นกำลังหลักในการตรวจตราป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม โดยได้แบ่งกำลังออกตรวจตราทั่วกรุงเทพมหานคร เป็นชุดๆ ตามพื้นที่รับผิดชอบ โดยกองกำกับการสายตรวจ 1 จะรับผิดชอบพื้นที่ บก.น.1 บก.น.2 บก.น.3 กองกำกับการสายตรวจ 2 รับผิดชอบ บก.น.4 บก.น.5 บก.น.6 และกองกำกับการสายตรวจ 3 รับผิดชอบพื้นที่ บก.น.7 บก.น.8 และบก.น.9 อย่างเช่นที่ถนนข้าวสารและอาร์ซีเอ ก็จะอยู่ในความรับผิดชอบของกองกำกับการสายตรวจ 1 ขณะที่เซ็นทรัลเวิลด์ จะอยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการสายตรวจ 2 แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ กำลังตำรวจทุกหน่วยพร้อมโยกกำลังไปสนับสนุนในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งที่จำเป็นต้องใช้กำลังมากเป็นพิเศษทันที ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ที่ใดที่หนึ่ง เน้นหน้างานเป็นหลัก
นอกจากนี้ ยังได้เตรียมสุนัขตำรวจและม้าตำรวจ เข้าปฏิบัติงานในครั้งนี้ด้วย อย่างเช่นตำรวจม้าในช่วงปีใหม่ก็จะใช้ตรวจตรารอบๆพระราชวังอยู่แล้ว ส่วนสุนัขตำรวจก็จะนำไปยังสถานที่ที่มีคนเยอะๆ มีการจัดงานเคานท์ดาวน์ อย่างเซ็นทรัลเวิลด์ ได้เตรียมสุนัขตำรวจไว้ถึง 60 ตัว เข้าไปปฏิบัติภารกิจ มีทั้งภารกิจดมกลิ่นหายาเสพติด ดมสะกดรอย และสุนัขตำรวจที่ต้องดมหาวัตถุระเบิด ร่วมกับ "ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด EOD" เผื่อเจอวัตถุต้องสงสัย และให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้น นำมาตรวจสอบน้ำหนัก เอกซเรย์ และถ้าพบเป็นวัตถุระเบิดก็ต้องทำลายทิ้ง ในเรื่องของวัตถุระเบิดเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะหลายปีก่อนก็เคยเกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้นช่วงปีใหม่ หลังจากปีนั้นก็ยังมีเกิดขึ้น แต่เราก็มีการระมัดระวังอย่างเต็มที่ในปีนี้
ขณะที่ "หน่วยอรินทราช" จะเตรียมพร้อมอยู่ในที่ตั้งเพราะเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษในกรณีที่พิเศษจริงๆ หน่วยนี้พร้อมสามารถเดินทางไปทั่วกรุงเทพมหานครภายในครึ่งชั่วโมง ซึ่งได้จัดเตรียมกำลังไว้ถึง 8 ชุดปฏิบัติการ พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายในทุกๆ สถานการณ์ ขณะที่ในเวลากลางคืนก็จะมีการตั้งด่านตรวจอาวุธ ยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมายทุกชนิดเพื่อปิดโอกาสไม่ให้คนร้ายฉวยโอกาสลงมือก่อเหตุได้
มีมาตรการใดเป็นพิเศษเพื่อรักษาความปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่หรือไม่
เราเน้นความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยให้แก่ประชาชนเป็นหลัก โดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. มีคำสั่งอย่างชัดเจนให้ตำรวจทุกหน่วยทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยให้แก่ประชาชน โดยบริเวณสถานที่จัดงานรื่นเริงต่างๆ จะต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพฉวยโอกาสแฝงตัวเข้ามาล้วงกระเป๋าเอาทรัพย์สินของประชาชนที่มาร่วมงาน ขณะที่บ้านเรือนใดที่เจ้าของไม่อยู่บ้านก็จะมีโครงการที่มีประจำทุกปีคือ "ฝากบ้านไว้กับตำรวจ" ของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. ซึ่งได้ควบคุมการทำงานของตำรวจตามโครงการดังกล่าวเป็นการเฉพาะ บ้านเรือนหลังไหนที่ฝากไว้กับตำรวจ ก็จะเข้าไปตรวจตราดูแลความเรียบร้อยให้เป็นพิเศษ หากตำรวจในโรงพักพื้นที่กำลังไม่เพียงพอตำรวจ บก.สปพ.จะจัดส่งกำลังเข้าไปเสริมทันที แผนปฏิบัติการดังกล่าวจะยึดปฏิบัติอย่างเข้มงวดไปตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2555-2 มกราคม 2556 ตำรวจทุกคนห้ามหยุด ห้ามลา ห้ามขาด และให้เฝ้าระวังพื้นที่ชุมชน สถานที่จัดงานเคานท์ดาวน์ หมู่บ้าน หรือศูนย์การค้าที่มีคนอยู่เยอะๆ เป็นพิเศษ
อยากจะฝากเตือนประชาชนอย่างไรบ้างในช่วงเทศกาลปีใหม่
ถ้าจะเดินทางไปต่างจังหวัด ตำรวจมีโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ ถ้าบ้านไหนที่ฝากไว้กับเราก็จะมีการตรวจให้เป็นพิเศษ เนื่องจากไม่มีคนอยู่บ้านก็จะมีการตรวจเพื่อไม่ให้มีคนร้ายเข้าบ้านได้ ที่อาจจะมีการใช้กล้องซีซีทีวี เพิ่มกำลังสายตรวจมาตรวจให้มากที่สุด แต่บ้านอื่นเราก็ตรวจตามปกติเช่นกันไม่ได้มีการละทิ้งแต่อย่างใด อยากให้เพื่อนบ้านคอยช่วยดูแลบ้านของเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียง คอยเป็นหูเป็นตา เห็นอะไรไม่ชอบมาพากลให้โทรแจ้งตำรวจได้ทันที ถ้าไม่ใช่คนของเราก็ให้ผิดสังเกต และรถมาวนแล้วออก หลายๆ รอบ จากข้อมูลที่เคยพบคนร้ายที่งัดบ้านมักจะใช้วิธีนั่งรถเมล์ไปเรื่อยๆ เพื่อสังเกตว่าบ้านไหนมีคนอยู่บ้านหรือไม่ บางรายก็จะมีรถตระเวนไปตามหมู่บ้าน ในการตรวจรถตำรวจสายตรวจก็จะเปิดไซเรนเพื่อให้โจรที่คิดจะก่อเหตุซึ่งเราไม่รู้ว่าใครเป็นโจร ไม่มีการสักบอกที่หน้าว่าคนนี้เป็นคนร้าย เพื่อให้เขาเห็นว่ามีตำรวจมาตรวจเป็นการป้องปรามอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้น ส่วนคนที่อยู่ในบ้านก็อยากจะให้ใช้ชีวิตในเมืองหลวงให้มีความสุข และฉลองกันแต่พอดี อย่าเมาแล้วขับ คนที่จะออกมาเคานท์ดาวน์ ก็อยากให้ไว้วางใจเที่ยวให้สนุกในวันปีใหม่ อยากให้ไว้วางใจตำรวจนครบาลได้ในการดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของท่านได้ และอยากให้ระวังทรัพย์สิน เวลาเดินแล้วคนมาเบียดเยอะๆ ก็ขอให้เอากระเป๋ามาไว้ข้างหน้าและคอยสังเกตว่ามีใครมาเบียดเราที่ผิดปกติ แต่เราจะมีสายตรวจนอกเครื่องแบบมาตรวจด้วย
ในส่วนของการโทรแจ้งมายังเบอร์ 191 นั้น ขอความกรุณาถ้าหากไม่มีธุระหรือเหตุจำเป็นก็อย่าโทรมาแกล้ง มาหลอก โทรมาชวนคุย เพราะเนื่องจากมีคนอื่นที่รอความช่วยเหลือจากความเดือดร้อนจริงๆอยู่ คนที่ขอความช่วยเหลืออาจจะเป็นญาติพี่น้องหรือเพื่อนของท่านเองที่รอความช่วยเหลืออยู่ ใครที่โทรมาสายไม่ว่างขอให้รอสักครู่เพราะระบบจะวน ใน 60 คู่สายจนกว่าจะมีเจ้าหน้าที่รับเนื่องจากมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมากและหากพบสิ่งผิดปกติ ให้แจ้งเข้ามาได้ที่ 191 ทันที
มาตรการในการอำนวยความสะดวกในวันเดินทางกลับของประชาชนเป็นอย่างไร
วันที่คนเริ่มทยอยเดินทางกลับ จะจัดกำลังเข้าไปช่วยอำนวยความสะดวกตามสถานีขนส่งต่างๆ จะมีตำรวจนอกเครื่องแบบไปเฝ้าดู โดยเฉพาะในสถานที่ที่เคยเกิดเหตุกลุ่มมิจฉาชีพ หรือกลุ่มแท็กซี่บางกลุ่มที่มักจะเอาเปรียบผู้โดยสาร โดยการไม่กดมิเตอร์ หรือหลอกลวงด้วยวิธีการอื่นๆ หากพบเห็นจะจับกุมดำเนินคดีสถานหนัก
............
(หมายเหตุ : บก.สปพ.จัดเต็มคุมปลอดภัย'เคานท์ดาวน์56' : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ ผบก.สปพ. โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ)



