ข่าว

เปิดใจผู้นำท้องถิ่น : 'สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช'

เปิดใจผู้นำท้องถิ่น : 'สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช'

29 ธ.ค. 2555

เปิดใจผู้นำท้องถิ่น : 'สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช' เสริมศักยภาพเชียงรายรับเออีซี ปี 2558

                      จังหวัดเชียงราย เมืองชายแดนที่เป็นประตูการค้าสำคัญ และยังเป็นประตูที่เปิดประเทศไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านในอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง ทั้งพม่า ส.ป.ป.ลาว รวมทั้งยังเชื่อมโยงไปยังจีน (ตอนใต้) นอกจากนี้จังหวัดเชียงรายยังมีภูมิประเทศที่สวยงามจึงมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ขึ้นชื่อระดับประเทศหลายแห่ง เป็นแหล่งเพาะปลูกผลผลิตทางการเกษตรที่มีชื่อเสียง ทั้ง ข้าว ชา กาแฟ  ลิ้นจี่ ลำไย สับปะรด และยางพารา ฯลฯ

                      ด้วยศักยภาพและความหลากหลายของพื้นที่ในฐานะประตูการค้า เมืองท่องเที่ยว และเมืองเกษตรกรรม ทำให้นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.) ซึ่งเข้ามารับตำแหน่ง นายก อบจ.เชียงรายสมัยแรกหลังได้รับการเลือกตั้งเข้ามาด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น ต้องวางนโยบายและยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาจังหวัดเชียงรายอย่างสอดคล้องและสมดุล

                      นายกอบจ. กล่าวว่า หลังเข้ามารับตำแหน่งได้หารือกับหน่วยงานภาครัฐถึงแนวทางการพัฒนาจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะในปี 2558 ที่ประเทศไทยจะก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี เพราะจังหวัดเชียงรายถือเป็นประตูเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน และด้วยศักยภาพการเป็นศูนย์กลางของเออีซี การพัฒนาเส้นทางคมนาคมเพื่อรองรับการเดินทางและการขนส่งสินค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การพัฒนาเส้นทางคมนาคมสายหลักเป็นหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐอยู่แล้ว อบจ.จึงเข้าไปเสริมเรื่องการพัฒนาเส้นทางคมนาคมสายรองเพื่อเชื่อมต่อกับเส้นทางสายหลัก โดยประสานกับหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบเพื่อผลักดันและดำเนินการ

                      นอกจากการพัฒนาเส้นทางคมนาคมเพื่อรองรับการเดินทาง ยังมีแผนการสร้างเส้นทางเลี่ยงเมืองแก้ไขปัญหาการจราจรในเส้นทางสายหลัก รวมถึงการเชื่อมโยงกับพื้นที่เกษตรกรรมเพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าเกษตรจากแหล่งผลิตสู่ตลาด และเชื่อมโยงไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีอยู่จำนวนมากในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงราย

                      ส่วนการพัฒนาการเกษตรเตรียมจัดสรรงบประมาณของ อบจ.เชียงราย เพื่อช่วยพัฒนาพันธุ์ข้าวให้แก่ชาวนาในพื้นที่ให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น ส่งเสริมการลดใช้สารเคมีในการเพาะปลูกข้าว ถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ตอซังข้าว เพื่อลดการเผาที่ก่อให้เกิดปัญหาหมอกควันและมลพิษ นำมาย่อยสลายเป็นปุ๋ยชีวภาพ รวมทั้งการจัดตั้งโรงเรียนชาวนาในทุกตำบลของจังหวัดเชียงราย ระยะแรกจะนำร่อง 1 จุดก่อนจะขยายไปให้ครบทุกตำบลในอนาคต เบื้องต้นได้ประสานกับไร่เชิญตะวัน ของพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ที่ตำบลห้วยสัก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินการตามแผน

                      นายกสลักจฤฎดิ์ เพิ่มเติมต่อว่า อบจ.เชียงราย ยังวางแนวทางเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาผลผลิตตกต่ำ ได้เตรียมตั้งงบประมาณเพื่อเข้ามาแทรกแซงและพยุงราคาให้แก่พืชเกษตรสำคัญของจังหวัดเชียงราย แนวทางการช่วยเหลือจะเปิดให้เกษตรกรมาลงทะเบียนพร้อมจัดสรรงบประมาณไว้จำนวน 5 ล้านบาทเพื่อเข้าไปช่วยเหลือในสภาวะที่ผลผลิตมีราคาตกต่ำ และยังมีแนวทางเข้าไปช่วยส่งเสริมสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ โอท็อป ที่เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยการเข้าไปส่งเสริมพัฒนาการแปรรูปผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้สวยงาม การจัดคาราวานโอท็อปไปยัง 18 อำเภอ และการนำผู้ผลิตโอท็อปในท้องถิ่นไปดูงานยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อกลับมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเอง

                      อีกแนวทางที่เตรียมไว้เพื่อรองรับการเปิดเออีซี ในฐานะที่จังหวัดเชียงรายเป็นประตูหน้าด่านของประเทศที่สำคัญ การเตรียมบุคลากรรองรับการเปิดเออีซีจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะด้านภาษา อบจ.เชียงรายเตรียมจัดสรรงบประมาณ 10 ล้านบาทว่าจ้างครูสอนภาษาอังกฤษ จีน และพม่า ไปประจำตามโรงเรียนต่างๆ ทั้ง 18 อำเภอ โดยเน้นการสอนภาษาเพื่อสื่อสารเป็นหลัก ขณะเดียวกันจะยกระดับโรงเรียนในสังกัด อบจ.เชียงราย ให้เป็นโรงเรียนกีฬา เพื่อส่งเสริมเยาวชนที่มีทักษะด้านกีฬา มีโอกาสพัฒนาศักยภาพและความสามารถของตัวเองสู่วงการกีฬาอาชีพเป็นตัวแทนของท้องถิ่นและประเทศในอนาคตต่อไป

                      แม้เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้เพียง 6 เดือนและแถลงนโยบายต่อสภาอบจ.ไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมา แต่ได้มีการวางแผนงาน นโยบายและยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาจังหวัดเชียงรายไว้พร้อมทุกด้าน เพื่อผลักดันให้จังหวัดเชียงรายเป็นเมืองการค้า การท่องเที่ยว และการเกษตรที่สำคัญของประเทศ รองรับการเปิดเสรีอาเซียนในปี 2558