ข่าว

'7วันอันตราย'วันแรกตายแล้ว33เจ็บ322

'7วันอันตราย'วันแรกตายแล้ว33เจ็บ322

28 ธ.ค. 2555

'7 วันอันตราย ช่วงปีใหม่' วันแรก เสียชีวิตแล้ว 33 ราย บาดเจ็บ 322 คน จ.เชียงใหม่ยังนำ ขณะที่สถานีขนส่ง 'หมอชิต-หัวลำโพง' เริ่มคึกคัก! ปชช.ทยอยกลับภูมิลำเนา

                        28 ธ.ค.55 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายสมชาย พิพุถวัฒน์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางอากาศ กระทรวงคมนาคม ประธานแถลงข่าวสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2556 กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน(ศปถ.) ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 27 ธันวาคม 2555 ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ “ก้าวสู่ปีใหม่ อย่างปลอดภัย ร่วมใจลดอุบัติเหตุ” โดยเกิดอุบัติเหตุ 314 ครั้ง (ปี 2555 เกิด 408 ครั้ง) ลดลง 94 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 23.04 ผู้เสียชีวิต 33 ราย (ปี 2555 เสียชีวิต 36 ราย) ลดลง 3 ราย คิดเป็นร้อยละ 8.33 ผู้บาดเจ็บ 322 คน (ปี 2555 บาดเจ็บ 473 คน) ลดลง 151 คน คิดเป็นร้อยละ 31.92

                        สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 33.44 ขับรถเร็วเกินกำหนดร้อยละ 21.66 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 82.41 รถปิคอัพ ร้อยละ 8.95 พฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย ร้อยละ 18.59 ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยร้อยละ 1.69 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 64.01 บนทางหลวงแผ่นดิน ร้อยละ 35.67 ถนน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 31.85 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 - 20.00 น. ร้อยละ 39.81 ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงานร้อยละ 56.34 โดยได้เรียกตรวจยานพาหนะ 476,651 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 68,598 ราย โดยมีความผิดฐานไม่มีใบขับขี่ 21,533 ราย รองลงมาไม่สวมหมวกนิรภัย 20,169 ราย

                        “จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 20 ครั้ง ผู้เสียชีวิตสูงสุด 4 ราย และผู้บาดเจ็บสูงสุด 17 คน จังหวัดที่ไม่เกิดอุบัติเหตุ 11 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร ฉะเชิงเทรา ชุมพร ตราด นครนายก ยโสธร ศรีสะเกษ สตูล สมุทรปราการ สระบุรี และหนองคาย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) 52 จังหวัด และจังหวัดที่ไม่มีผู้บาดเจ็บ 13 จังหวัด” นายสมชาย กล่าว

                        ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดี ปภ. เลขานุการ ศปถ. กล่าวว่า วันนี้ประชาชนจะเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ทำให้ปริมาณรถหนาแน่นขึ้น จึงได้สั่งการจังหวัดเข้มการจัดตั้งจุดตรวจบนถนนสายหลักบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว ไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เน้นหนักมาตรการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทางในขณะขับขี่หรือโดยสารรถ รวมถึงปรับแผนการจัดตั้งจุดตรวจให้สอดคล้องกับสภาพการจราจรในแต่ละ สำหรับรถโดยสารสาธารณะให้กรมการขนส่งทางบกคุมเข้มพนักงานขับรถ โดยระดับแอลกอฮอล์ในเลือดต้องเป็นศูนย์ หากขับรถระยะทางไกลต้องมีพนักงานขับรถผลัดเปลี่ยน ดังนั่นขอให้ผู้ใช้รถเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจสอบรถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ศึกษาและเลือกใช้เส้นทางที่ปลอดภัย ปฏิบัติตามกฎจราจร มีสติ ไม่ประมาท เร็ว เมา โทร ง่วงไม่ขับ พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ เพื่อให้สามารถเดินทางถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความปลอดภัยทางถนนกับภาครัฐ

 

'หมอชิต-หัวลำโพง'แน่น! ปชช.ทยอยกลับ ตจว.

 

                        ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ท่ารถต่างจังหวัด เขตเทศบาลนครรังสิต ถนนพหลโยธิน ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้มีประชาชนและผู้ขายแรงงาน เริ่มทยอยกันกลับต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก ทำให้การจราจรเริ่มติดขัด ส่วนท่ารถ บขส. ได้มีประชาชนมาเข้าคิวจองตั๋วโดยสารแน่นสถานี เพื่อเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดเช่นกัน

 

'บช.น.' แจ้งอุบัติเหตุวันแรกช่วง 7 วันอันตราย-กทม.ตาย2 เจ็บ4

 

                        พล.ต.ต.วรศักดิ์  นพสิทธิพร รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานจราจร  เปิดเผยว่า  ตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุในเทศกาลปีใหม่ 2556   กำหนดช่วง 7 วัน ตั้งแต่ วันที่  27 ธ.ค.55  - 2  ม.ค.56 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยบช.น.ได้ตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2556 ทำการตรวจสอบ ติดตาม และประสานงานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวบรวมข้อมูลสถิติการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ เพื่อหาแนวทางแก้ไขให้ตรงจุดสอดคล้องกับมาตรการของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินให้น้อยลงกว่าเทศกาลปีใหม่ปี 2555

                        โดยเมื่อเวลา 09:00 น. พล.ต.ต.วรศักดิ์ฯ  ได้ประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2556 ของ บช.น. ผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท์กับ รอง ผบก.น.1-9 ,รอง ผบก.จร., สน.ทางด่วน ณ ห้องประชุม บก.02 บก.จร.กำชับการปฏิบัติและสรุปสถิติอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในเทศกาลปีใหม่ 2556 พื้นที่กรุงเทพมหานคร หลังจากประชุม บช.น.ได้กำชับสั่งการการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร นครบาล เพิ่มเติม ดังนี้ 1. ให้อำนวยความสะดวกประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาโดยเฉพาะสถานีขนส่งทุกแห่ง, สถานีรถไฟที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก ได้แก่ สถานีรถไฟหัวลำโพง สถานีรถไฟสามเสน สถานีรถไฟบางซื่อ สถานีรถไฟธนบุรี เป็น และอำนวยความสะดวกบริเวณหน้าสนามบินท่าอากาศยานดอนเมืองและเส้นทางโดยรอบที่เดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ อย่าให้เกิดปัญหาจราจรโดยเด็ดขาด  2.ให้ทุก สน.ตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุตามแผนในข้อหาที่ บช.น.และตร.กำหนด ทั้งนี้ในการตั้งจุดตรวจต้องไม่ให้มีผลกระทบต่อการจราจรโดยเด็ดขาด 3. กำชับให้ทุก สน.และบก.จร. ตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะในช่วงระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.55 ถึง วันที่ 1 ธ.ค.56 ระหว่างเวลา 22:00-04:00 น. ของวันรุ่งขึ้น ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเฉลิมฉลองและมีผู้ดื่มสุรา อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น

                        สำหรับสถิติการเกิดอุบัติเหตุวันแรก (27 ธ.ค.55) ช่วง 7 วันอันตรายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีดังนี้ รับแจ้งอุบัติเหตุ 4 ครั้ง ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย ผู้เสียชีวิต 2 ราย เปรียบเทียบกับปี 2555  รับแจ้งอุบัติเหตุ 4 ครั้ง ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย ผู้เสียชีวิตไม่มี  พบว่าอุบัติเกิดขึ้นเท่าเดิม แต่มีผู้เสียชีวิตมากขึ้น จากสถิติอุบัติเหตุดังกล่าวพบว่าผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเกือบทั้งหมดเกิดขึ้นกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น บช.น.จึงกำชับให้กวดขันวินัยจราจรอย่างเข็มงวดกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์มากยิ่งขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ โดยเฉพาะข้อหา ขับรถในขณะเมาสุรา, ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด , ไม่สวมหมวกนิรภัย , ฝ่าฝืนสัญญาณหรือเครื่องหมายจราจร พร้อมทั้งให้เสริมงานป้องกันปราบปราม โดยเพิ่มมาตรการในการยึดรถต้องสงสัย และสนับสนุนมาตรการตั้งวงสุรา เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุอีกส่วนหนึ่งด้วย

 

สถิติอุบัติเหตุเชียงใหม่วันแรกตายแล้ว 4 ราย

 

                        นายคมสันต์ สุวรรณอัมภา ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2556 พบว่าข้อมูลล่าสุดวันที่ 27 ธันวาคม 2555 เกิดอุบัติเหตุทั้งสิ้น 20 ครั้ง ขณะที่ช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาพบว่าเกิดขึ้นเพียง 6 ครั้งเท่านั้น และมีผู้เสียชีวิต 4 ราย ชาย 3 ราย หญิง 1 ราย เกิดเหตุรถจักรยานยนต์ล้มที่อ.ดอยสะเก็ด และอ.สันทราย ขณะที่ปีที่แล้วไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีทั้งสิ้น 17 ราย ชาย 13 ราย หญิง 4 ราย ขณะปีที่ผ่านมามีผู้ได้รับบาดเจ็บเพียง 6 รายเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตถือว่าสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ

                        ทั้งนี้รถจักรยานยนต์ยังเป็นสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด เกิดขึ้นแล้ว 19 คัน ขณะที่รถเก๋งเพียง 1 คันเท่านั้น ส่วนสาเหตุเกิดจากการเมาสุรา 11 ครั้ง ขับรถเร็วเกิดกำหนดจำนวน 6 ครั้ง ตัดหน้ากระชั้นชิด 2 ครั้ง และอื่นๆ 3 ครั้ง สำหรับเส้นทางที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดจะเป็นถนนกรมทางหลวงจำนวน 11 ครั้ง ถนนทางหลวงชนบทจำนวน 5 ครั้ง ถนนในหมู่บ้านจำนวน 3 ครั้ง และถนนในเมืองจำนวน 2 ครั้ง

 

'สน.ประเวศ' จัดโครงการขับปลอดภัยช่วงปีใหม่

 

                        พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น.เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ "ขับขี่ปลอดภัย ปีใหม่โชคดี" ที่บริเวณสวนหย่อมทางขึ้นถนนมอเตอร์เวย์สาย 9 ถนนอ่อนนุชขาออก แขวงและเขตประเวศ กทม. โดย สน.ประเวศ ร่วมกับ สทล.8 กก.2 บก.ทล. สำนักงานเขตประเวศ และหน่วยงานภาคเอกชน จัดขึ้่นเพื่อนำน้ำดื่ม กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง ลูกอม ขนมขบเคี้ยว แผ่นพับและแผนที่แนะนำเส้นทางการจราจรต่างๆ มาจากจ่ายให้กับประชาชนที่ขับที่รถสัญจรผ่านไปมา เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่ประชาชนจะใช้เป็นเส้นทางเดินกลับภูมิลำเนาหรือไปพักผ่อนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2556 เป็นจำนวนมาก

                        โดย พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย นางอัจฉรา ห่อสมบัติ ผอ.เขตประเวศ พ.ต.อ.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.สาโรช ซุ่นทรัพย์ รองผบก.น.4 พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ ผกก.สน.ประเวศ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.ประเวศ สทล.8 กก.2 บก.ทล.และสำนักงานเขตประเวศ ได้ร่วมกันนำสิ่งของทั้งหมดจำนวน 2,000 ชุด แจกให้กับประชาชนที่ขับรถสัญจรผ่านบริเวณทางขึ้นถนนมอเตอร์เวย์สาย 9 พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ย้ำเตือนถึงเรื่องการเมาไม่ขับ หรือหากง่วงนอนก็ขอให้ผู้ขับขี่จอดพักก่อน เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุอีกด้วย

 

พิษณุโลก-ทางหลวงใช้กล้องตรวจจับความเร็วเส้นขึ้นเหนือ

 

                        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 28 ธ.ค.55 รถยนต์ที่ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปสู่ภาคเหนือในช่วงเทศกาลปีใหม่เริ่มมีปริมาณหนาแน่น ขณะที่ตำรวจทางหลวง 3 กก.5 บก.ทล.(พิษณุโลก)ออกตรวจผู้ใช้รถใช้ถนนบนเส้นทางหมายเลข11 หรือ ถนนสายพิษณุโลก-อุตรดิตถ์ ประตูสู่ภาคเหนือ พร้อมติดป้ายเตือนระวังจำนวน 40 บ้าน และตักเตือนผู้ที่ใช้รถห้ามขับรถเร็วเกินกว่ากฏหมายที่กำหนดไว้คือ120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เนื่องจากพบว่า อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากผู้ใช้รถขับรถเร็วเกินไป, เมาสุราและง่วงนอน

                        เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงพิษณุโลก กล่าวว่า  ช่วงปีใหม่นี้ กล้องที่ติดอยู่บนถนนหลวงในเขตรับผิดชอบมีอยู่ประมาณ 5-6 ตัว จะบันทึกผู้ที่ขับขี่ยานพาหนะเร็วเกินกว่ากฏหมายกำหนด เช่นเดียวกับตำรวจทางหลวงนครสวรรค์4กก.1 บก.ทล. (นครสวรรค์)มีกล้องตรวจจับความเร็วประมาณ 5-6 ตัวเช่นกัน จะไม่เน้นให้ตำรวจซุ่มตรวจและจับปรับเหมือนแต่ก่อน เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่จะใช้วิธีส่งข้อมูลการการะทำความผิด ขับรถเร็วไปยังที่บ้าน ตามทะเบียนขนส่งรถยนต์ เพื่อเปรียบเทียบปรับแทน

                        ขณะที่ช่วงเย็นวันที่ 27ธันวาคมที่ผ่านมา นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและนายไพบูลย์ แพรศรีเจริญ ขนส่งจังหวัดพิษณุโลก เดินทางตรวจความพร้อมของรถสาธารณะประจำทาง (รถทัวร์) โดยให้พนักงานขับรถลงจากรถเพื่อมารายงานตัวต่อผู้ตรวจการขนส่ง ณ. จุดตรวจ เพื่อตรวจใบอนุญาตและความพร้อมร่างกาย ตรวจระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจ ตามนโยบาย11 จุดทั่วประเทศ ซึ่งส่วนในภาคเหนือ(ถนนหลวงหมายเลข 11) ได้ตรวจ ณ. ร้านอาหารสี่ทิศ(ขาขึ้น) และจุดตรวจร้านอินโดจีนก๊าซ (ขาล่อง) ตอนเหนือสี่แยกอินโดจีน 2-3 กิโลเมตร ซึ่งถือว่า เป็นจุดแวะพัก ที่รถโดยสารจะต้องพัก หลังขับรถครบระยะ 400 กิโลเมตร หรือ ประมาณ 4 ชั่วโมง

                        นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า พนักงานขับรถจะต้องแวะพักทุก400 กิโลเมตร ถือว่า เป็นระเบียบปฏิบัติ ตามเงื่อนไขใบอนุญาติ ซึ่งกำหนดว่า รถสาธารณะทุกคันวิ่งครบ 400 กิโลเมตรหรือประมาณ 4 ชั่วโมง รถจะต้องหยุดพักรถ เพื่อให้คนขับผ่อนคลายถือว่า เป็นไปตามระเบียบ กำหนดให้ผู้ขับขี่มาลงสมุดลงเวลา เพื่อป้องกันการหลับใน หากเพิกเฉย จะต้องลงโทษปรับความผิดตามกฏหมาย

 

เชียงใหม่เปิดศูนย์ซ่อมรถฟรี-รับแจ้งเหตุตีนผีบนทางหลวง

 

                        นายวสวัตติ์ ประภัสสร ผู้อำนวยการแขวงการทางเชียงใหม่ที่ 2 เปิดเผยว่า แขวงการทางเชียงใหม่ที่ 2 ได้ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมในจังหวัดเชียงใหม่เปิด “ศูนย์ปฏิบัติการร่วมอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2556 หน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคม จ.เชียงใหม่” ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.55 -  2 ม.ค.56 โดยจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกไว้คอยบริการประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนตลอด 24 ชั่วโมง

                        นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ให้บริการสอบถามข้อมูลการเดินทาง ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ แจกแผนที่ แผ่นพับแนะนำเส้นทาง รวมทั้งมีช่างคอยช่วยเหลือแก้ไขรถเสียเบื้องต้น พร้อมรับแจ้งเบาะแสผู้ขับขี่รถที่มีพฤติกรรมเสี่ยง รวมถึงเป็นจุดพักรถชั่วคราวโดยเตรียมน้ำดื่มและกาแฟให้บริการด้วย

                        สำหรับศูนย์ปฏิบัติการร่วมอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย ช่วงเทศกาลปีใหม่ เปิดขึ้นที่สำนักงานแขวงการทางเชียงใหม่ 2 ใต้ทางแยกต่างระดับสารภี ทางหลวงหมายเลข 11 ถนนลำปาง-เชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สามารถโทรศัพท์สอบถามหรือขอความช่วยเหลือได้ที่หมายเลข โทรศัพท์ 080-135-6948 ตลอดช่วงเทศกาล

 

นครราชสีมา-ชุดฉก.ตั้งด่านสกัดควบคุมความเร็วลดอุบัติเหตุ

 

                        ชุดเฉพาะกิจตั้งด่านสกัดคุมความเร็วลดอุบัติเหตุ ขณะที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา ทำให้เส้นทางสายโคราชคึกคัก  ปภ.เขต 5 เผย ช่วง 7 วันอันตรายวันแรก เกิดอุบัติเหตุแล้ว 18 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 21 คน เสียชีวิต 2 คน

                        บรรยากาศถนนมิตรภาพ จ.นครราชสีมา ปริมาณรถยนต์เริ่มหนาแน่น ส่งผลให้การจราจรบางช่วงเคลื่อนตัวช้า โดยเฉพาะทางขึ้นเขา ต.กลางดง อ.ปากช่อง ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้ประสานให้แขวงการทางนำแท่งแบลิเออร์นำมาปิดบริเวณทางร่วมทางแยกในบางจุด ที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เตรียมเปิดช่องทางพิเศษเพื่อระบายปริมาณรถสะสม

                        ส่วนถนนสายบายพาสขอนแก่นเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ชุดเฉพาะกิจควบคุมจราจร ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยกล้องจับความเร็ว เพื่อควบคุมการใช้ความเร็วในการขับขี่ไม่ให้เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากการตั้งจุดสกัดความเร็ว เมื่อช่วงเช้า พบว่ารถยนต์ส่วนบุคคลและรถตู้โดยสารประจำทาง ใช้ความเร็วเกินที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก

                        ด้านนายวัลลภ เทพภักดี ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 นครราชสีมา เปิดเผยว่า การรณรงค์ช่วง 7 วันอันตราย ใน 4 จังหวัดรับผิดชอบ คือ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์และสุรินทร์ มีการเกิดอุบัติเหตุขึ้น 18 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 21 คน เสียชีวิต 2 คน มูลค่าความเสียหายประมาณ 1,623,000 บาท นครราชสีมา เกิดอุบัติเหตุ 7 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 8 คน  บุรีรัมย์ เกิดอุบัติเหตุ 4 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 7 คน เสียชีวิต 1 คน  สุรินทร์ เกิดอุบัติเหตุ 7 ครั้ง บาดเจ็บ 6 คน และจังหวัดชัยภูมิ เกิดอุบัติเหตุ 1 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 1 คน

 

ภูเก็ตประเดิม7วันอันตราย เสียชีวิตแล้ว 2 เจ็บอีก 7

 

                        ศูนย์ปฏิบัติการร่วมลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2556 ในระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2555 - 2 มกราคม 2556 ได้สรุปผลการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2556 ว่า วันแรกของการเริ่มต้นเทศกาล คือ วันที่ 27 ธันวาคม 2555 มีอุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้น รวม 8 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ (Admit) จำนวน 7 คน มีผู้เสียชีวิต จำนวน 2 คน ซึ่งสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุมาจากขับรถเร็วเกินกว่ากำหนดร้อยละ 62.50รองลงมาตัดหน้ากระชั้นชิดร้อยละ 25 % มีสิ่งกีดขวางถนนร้อยละ 12.50 ส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ 8 คัน หรือคิดเป็นกว่าร้อยละ 66 และรถปิกอัพ จำนวน 2 คัน หรือคิดเป็นกว่าร้อยละ 16