
ยานรก-อาวุธสงคราม'โหมไฟใต้'
ยานรก-อาวุธสงคราม'โหมไฟใต้' : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน
ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปะทุขึ้นมาอย่างยืดเยื้อยาวนาน และไม่มีทีท่าว่าจะพบหนทางสู่สันติสุข ซึ่งแต่เดิมมีการวิเคราะห์กันว่า ต้นตอของความรุนแรงที่คร่าชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ครู พระสงฆ์ รวมทั้งกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเองเป็นหมื่นๆ ศพ เกิดจากการบิดเบือนประวัติศาสตร์ และศาสนาของกลุ่มไอ้โม่งที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง
อย่างไรก็ตาม ทีมข่าว "คม ชัด ลึก" ได้รับเบาะแสจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงว่า แท้จริงแล้วปัญหาในพื้นที่ปลายด้ามขวานมีมิติอันสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนผสมปนเปกันอยู่มากมาย ทั้งมิติทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การศึกษา ฯลฯ ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่องยาวนานนับร้อยๆ ปี
หนึ่งในชนวนที่ช่วยขับเคลื่อนให้การก่อเหตุรุนแรงสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องเกิดขึ้นจาก "ภัยแทรกซ้อน" ที่ "ผสมโรง" กับการก่อเหตุความรุนแรง โดยเฉพาะธุรกิจการค้า "ยาเสพติด" และ "น้ำมันเถื่อน" ที่ถือเป็น "ท่อน้ำเลี้ยง" ที่ใช้สนับสนุนการก่อเหตุความรุนแรง
ทั้งสองกลุ่มมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด โดยกลุ่มทุนนอกกฎหมายได้ให้เงินสนับสนุนการก่อเหตุของกลุ่มหัวรุนแรงเพื่อสร้างบรรยากาศดินแดนแห่งความหวาดกลัว และอาศัยจังหวะที่เจ้าหน้าที่ทุ่มเทสรรพกำลังไประงับเหตุ หรือตรวจจุดเกิดเหตุ เปิดช่องให้กลุ่มธุรกิจนอกกฎหมายสามารถลำเลียงยาเสพติด และน้ำมันเถื่อนได้อย่างสะดวกโยธิน
ขณะที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของฝ่ายความมั่นคงก็ยืนยันข้อมูลดังกล่าว โดย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง (ในขณะนั้น) และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ยอมรับว่ามีภัยแทรกซ้อน ซึ่งเชื่อมโยงขบวนการทั้งสองเข้าด้วยกันจริง
หลังจากนั้นจึงได้มีการประชุมร่วมกันของ "ผู้บัญชาการเหล่าทัพ" โดยมี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ในขณะนั้น) ร่วมประชุมด้วย โดย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ก็ยอมรับว่า ภัยแทรกซ้อนมีอยู่จริง และรับปากว่าจะร่วมมือกับฝ่ายทหารในการปราบปราม
หลักฐานที่ยืนยันความมีอยู่จริงของภัยแทรกซ้อนก็คือ การที่ทหาร ตำรวจ ป.ป.ส. และปปง. นำกำลังเข้าจับกุมแหล่งต้องสงสัยว่าจะมีการ "ฟอกเงิน" คือ ร้านค้าทองคำ, ร้านรับแลกเงิน และร้านจำหน่ายเสื้อผ้าในพื้นที่ จ.นราธิวาส โดยเฉพาะที่ อ.สุไหงโก-ลก และ อ.สุไหงปาดี
นอกจากนี้ยังพบกระบวนการฟอกเงินผ่านการกว้านซื้อ "สวนยางพารา" ที่เจ้าของสวนถูกคนร้ายลอบยิง, ดักวางระเบิด หรือก่อเหตุก่อกวน เพื่อบีบให้ย้ายออกจากพื้นที่ จากนั้นจะมีนอมินีเข้าไปช้อนซื้อสวนยางพาราในราคาถูก โดยเจ้าหน้าที่สามารถอายัดสวนยางพาราที่เชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดได้กว่า 400 ไร่ ที่ จ.นราธิวาส
จากนั้นจึงมีการขยายผลอายัดทรัพย์เครือข่ายค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง และพบว่า หลายรายมีประวัติการก่อเหตุคดีความมั่นคง ขณะที่กลุ่มโจรก็ตอบโต้เจ้าหน้าที่อย่างหนัก เช่น เหตุลอบวางระเบิดสังหารตำรวจที่ อ.รามัน จ.ยะลา หรือเหตุคาร์บอมบ์หลายครั้งใน อ.สุไหงปาดี และอ.สุไหงโก-ลก เป็นต้น
"คม ชัด ลึก" ยังได้สืบสาวความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มค้ายาเสพติดที่ชายแดนภาคใต้ กับแหล่งผลิตด้านตรงข้ามชายแดนภาคเหนือ โดยมีตัวกลางเชื่อมประสานคือ "ขาใหญ่ในคุก" ที่มีมือไม้อยู่นอกคุก และรู้ช่องทางการติดต่อประสานงานกับแหล่งผลิตในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเป็นอย่างดี
เราได้เผยข้อมูลที่ทำให้เห็นความเชื่อมโยงของขบวนการค้ายาที่ภาคเหนือ และประเทศมาเลเซีย ที่เป็นเครือข่ายเดียวกันกับกลุ่มค้ายาที่ภาคใต้ โดยมีตัวยาบางส่วนที่เอเย่นต์จากภาคใต้สั่งจากแหล่งผลิตด้านตรงข้ามชายแดนภาคเหนือเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่ และส่งออกข้ามไปยังมาเลเซีย และมียาเสพติดบางตัว เช่น ยาอี ที่มีการลักลอบนำข้ามฝั่งจากมาเลเซียเข้ามาขายที่ภาคใต้และกทม.
"คม ชัด ลึก" ได้เปิดเผยพื้นที่ "แหล่งผลิต" และ "เส้นทางลักลอบ" นำยาเสพติดเข้ามา ทั้งประเทศเพื่อนบ้านด้านทิศเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งปัจจุบันมีการลักลอบนำเข้ามาจากชายแดนด้านภาคอีสานมากขึ้น โดยเฉพาะการลักลอบขนข้ามแม่น้ำโขง และบางครั้งก็มีแก๊งชาวต่างชาติ เช่น อิหร่าน หรือชาวแอฟริกัน รับจ้างขนข้ามด่านผ่านแดนเข้ามาด้วย
เรายังได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ เล่าต๋า แสนลี่ อดีตผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายใหญ่ ที่เผยชื่อ 3 ราชายาเสพติดยุคปัจจุบัน และชี้ว่าทหารชนกลุ่มน้อยคือต้นตอของยาเสพติด ซึ่งตราบใดที่ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ในพม่ายังไม่หมดไป การค้ายาเสพติดก็จะยังคงอยู่ เพราะนี่คือแหล่งเงินเพียงแหล่งเดียวที่ชนกลุ่มน้อยจะสามารถซื้อหาอาวุธ และสะสมเสบียงมาต่อสู้กับรัฐบาลได้
ขณะเดียวกันเรายังได้เกาะติดการลักลอบนำเอาสาร "ซูโดอีเฟดรีน" จากโรงพยาบาล และร้านขายยาในไทย ลักลอบนำออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อใช้เป็นหัวเชื้อผลิตยาเสพติด ซึ่งสร้างความเสื่อมเสียครั้งใหญ่ให้แก่วงการสาธารณสุขไทย
โดยมีผลประโยชน์มหาศาลล่อใจ เพราะจากราคาต้นทุนเม็ดละ 1-2 บาท แต่ถ้าข้ามแดนออกไปได้จะสามารถอัพราคาได้สูงถึงเม็ดละ 50 บาท
"คม ชัด ลึก" ได้เกาะติดภัยแทรกซ้อนในภาคใต้ ย้อนไปถึงแหล่งผลิตด้านทิศเหนือ โยงไปถึงในคุก ในสถานพยาบาล เพื่อเชื่อมโยงให้เห็นเครือข่ายยาเสพติดที่โยงใยเป็นระบบทั่วทั้งประเทศ และจะเกาะติดตีแผ่ความจริงต่อไปเรื่อยๆ ตราบที่ภัยจากยาเสพติดยังคงบ่อนทำลายประเทศชาติของเรา ประดุจ "เซลล์มะเร็งร้าย" ที่เกาะกินไปทั่วทั้งร่าง
..............
(หมายเหตุ : ยานรก-อาวุธสงคราม'โหมไฟใต้' : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน)



