
คอบอลเซ็งยูโรจอมืด
คอบอลเซ็งยูโรจอมืด : โต๊ะกีฬารายงาน
การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2012 ระหว่างวันที่ 8 มิถุนายน-1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ที่โปแลนด์กับยูเครน ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ นอกเหนือจากสงครามแข้งกันร้อนฉ่า ของ 16 ชาติยุโรป ที่ร่วมแข่งขัน ที่สุดท้ายชัยชนะตกเป็นของนักเตะจากแดนกระทิงดุ "สเปน" แล้ว อีกศึกที่ร้อนระอุไม่แพ้กันก็คือ "สงครามจอตู้" ระหว่าง "แกรมมี่" เจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดจากยูฟ่า กับ "ทรูวิชั่นส์" เคเบิลทีวีรายใหญ่ จนเกิดเป็นกรณี "ยูโรจอดำ" อันลือลั่น
ความจริง ปัญหา "จอดำ" ในการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาระดับโลก ไม่ได้ถือเป็นเรื่องใหม่ของเมืองไทยแต่อย่างใด เพราะในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพแข่งขัน แต่ "เจ้าภาพ" ถ่ายทอดสดในเมืองไทยเป็น "อาร์เอส" ก็เคยประสบปัญหาทำนองนี้มาแล้ว แต่โชคดีที่มีการเคลียร์กันลงตัวในระดับหนึ่ง
หรืออย่างฟุตซอลชิงแชมป์โลกที่ผ่านมา ก็มีปัญหา "จอดำ" เกิดขึ้นเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้มีข่าวคราวรุนแรง เป็นการตั้งป้อมรบกันแบบ "ยักษ์ชนยักษ์" เหมือนศึกยูโรแต่อย่างใด
หากจะย้อนไปถึงปมปัญหาที่เกิดขึ้น ก็ต้องกล่าวถึงการเติบโตของตลาดการถ่ายทอดสดกีฬา ที่กลายเป็น "ทางเลือกใหม่" ของบริษัทผลิตคอนเทนท์ที่จะเพิ่มจุดแข็งให้ตัวเองในการต่อกรและต่อรองกับคู่แข่ง เพื่อชิงผู้บริโภค ที่ถึงจังหวะอิ่มตัวพอดี
และต้องบอกอีกว่า ในการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดกีฬาระดับโลก โดยเฉพาะฟุตบอลโลก หรือฟุตบอลยูโร เจ้าของลิขสิทธิ์ คือ ฟีฟ่า และ ยูฟ่า จะแบ่งการขายสัญญาณออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ เช่น การซื้อลิขสิทธิ์เพื่อถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวี ว่าจะต้องเป็นในระบบเดิมที่ต้องดูด้วยเสาก้างปลาแบบดั้งเดิม หรือจะเป็นการการซื้อสัญญาณที่จะแพร่ภาพผ่านดาวเทียม ที่จำเป็นของการเข้ารหัสเพื่อพิทักษ์สิทธิประโยชน์ให้เจ้าของลิขสิทธิ์ หรือซื้อเพื่อไปถ่ายทอดสัญญาณผ่านอินเทอร์เน็ต ฯลฯ ที่แต่ละแพ็กเกจจะมีราคาการซื้อขายไม่เท่ากัน
ในกรณีของฟุตบอลโลก 2010 อาร์เอสได้ลิขสิทธิ์มา และก็ถ่ายทอดสดไปตามปกติ แต่บังเอิญเกิด "คราวซวย" ขึ้น เมื่อการออกอากาศผ่านดาวเทียมดันไปโผล่ที่ต่างประเทศ และมีผู้ร้องเรียนไปทางฟีฟ่า จนต้องมีการนำเงื่อนไขในสัญญามาบังคับใช้ เป็นผลให้คนไทยจำนวนมาก ที่ดูทีวีผ่านดาวเทียม ที่ไม่เกี่ยวกับอาร์เอส ก็ต้องไปหาซื้อเสาหนวดกุ้งมาติดตั้งเพื่อดูบอลโลกแก้ขัดกันจ้าละหวั่น
ทว่ากรณีของศึกยูโร 2012 นั้นแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเรื่องราวเกิดขึ้นก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มขึ้น ที่ต้องบอกว่าเป็นการชิงเหลี่ยมคู่ระหว่าง ทรูวิชั่นส์ กับ แกรมมี่ อย่างแท้จริง
กล่าวคือ ก่อนหน้าที่การแข่งขันจะเริ่มทั้งแกรมมี่ และทรูวิชั่นส์ ต่างรับรู้ปัญหาดังกล่าวว่าต้องเกิดขึ้นแน่ๆ ซึ่งแหล่งข่าวระดับสูงของทั้ง 2 บริษัท ระบุตรงกันว่า ทั้งคู่พยายามเปิดการเจรจาขึ้นเพื่อช่วยกันแก้ปัญหานี้ แต่สุดท้ายก็ตกลงกันไม่ได้...
เดิมที ทางแกรมมี่ต้องการถ่ายทอดสดศึกลูกหนังไทยพรีเมียร์ลีก ที่ทางทรูได้ลิขสิทธิ์มาจาก บ.สยามสปอร์ต ซึ่งเป็นผู้ได้ลิขสิทธิ์จากสมาคมฟุตบอล ในบางนัด เพื่อมาออกในช่องแกรมมี่เป็นการเดิมคอนเทนท์ แต่ได้รับการปฏิเสธจากทรู จากนั้นเมื่อกระแสกดดันขึ้นเรื่อยๆ ทางทรู ที่ตกอยู่ในฐานะผู้เสียเปรียบ ตัดสินใจที่จะยอมสละ "ไทยลีก" บางนัดให้แกรมมี่ แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป เงื่อนไขการตกลงก็เปลี่ยนตาม
แกรมมี่ยื่นเงื่อนไขกลับไปใหม่ เป็นเงื่อนไขที่ทรูต้องตกตะลึง นั่นคือ การขอแชร์การถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งถือเป็น "ไข่แดง" ของทรู ซึ่งก็แน่นอนว่าคำตอบที่ออกมาคือการ "เซย์โน" ก่อนที่จะมีการดิ้นเฮือกสุดท้าย ด้วยการนำเรื่องร้องเรียนไปยัง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. โดยให้เหตุผลเรื่องการเสียสิทธิ์ของผู้บริโภคที่เป็นสมาชิกทรูวิชั่นส์รวมกว่า 11 ล้านชีวิต
ทว่าสุดท้าย ความหวังของทรูก็ไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อ กสทช.ได้มีคำสั่งให้ทรูไปหาทางออกในเรื่องนี้เอง พร้อมให้จ่ายค่าปรับฐานที่ไม่สามารถคุ้มครองลูกค้าของตัวเองได้อีกจำนวนหนึ่ง
นั่นคือเหตุการณ์ "ยูโรจอดำ" ที่แม้ศึกยูโรจะจบไปแล้ว แต่เรื่องราวในบ้านเรายังไม่จบง่ายๆ โดยเฉพาะการ "ล้อมคอก" ไม่ให้เกิดปัญหานี้ขึ้นอีก
นั่นคือการที่ กสทช. จะนำข้อบังคับ "มัสต์ แคร์รี" (Must Carry) มาใช้ คือบังคับให้ผู้ที่ได้ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดกีฬาระดับโลกเช่น ฟุตบอลโลก ฟุตบอลยูโร ต้องหาทางจัดการถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวี ในทุกแพลตฟอร์ม โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ อีกต่อไป
ซึ่งก็ไม่รู้จะเป็นแค่การ "เขียนเสือ" หรือเปล่า เพราะพลันที่มีแนวคิดนี้ไม่นาน ทางอาร์เอส ที่เป็นเจ้าภาพลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกครั้งต่อไป ก็เริ่มมีทีท่าว่าจะไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้เสียแล้ว
เพราะอย่างว่า เมื่อลงทุนไปมาก ก็อยากได้เงินคืนกลับมามากๆ และเร็วที่สุด ส่วนเรื่องผลประโยชน์ของผู้บริโภคขอละไว้ในฐานที่เข้าใจก็แล้วกัน...
..........
(หมายเหตุ : คอบอลเซ็งยูโรจอมืด : โต๊ะกีฬารายงาน)



