ข่าว

คนร้ายในเครื่องแบบ

คนร้ายในเครื่องแบบ

28 ธ.ค. 2555

คนร้ายในเครื่องแบบ : เลียบค่าย โดยช้างพลาย

              สัปดาห์ที่แล้วเห็นข่าวกรณีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.ต.อ.เจษฎา เจตภรณ์ อดีต รองสว.สส.สน.ห้วยขวาง ในฐานความผิดฆ่า น.อ.วุฒิชัย บุญฤทธิ์ สังกัดกรมกำลังพลทหารเรือ

              คดีที่เกิดขึ้นฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยนำสืบหักล้างกัน สุดท้ายศาลพิเคราะห์คำเบิกความพิพากษายกฟ้อง !
 
              เหตุผลพยานโจทก์ไม่สามารถจดจำใบหน้า รูปพรรณสัณฐานของคนร้ายได้ว่าเป็นคนเดียวกับจำเลยหรือไม่ ประกอบกับพนักงานสอบสวนไม่ได้นำปืนที่ใช้ก่อเหตุมาตรวจรอยเขม่าดินปืน และตรวจวิถีกระสุน
 
              พยานหลักฐานโจทก์ไม่ระบุชัดเจนเพียงพอว่าจำเลยเป็นผู้ลงมือก่อเหตุยิงผู้ตาย ศาลจึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย แต่ให้ขังไว้ระหว่างอุทธรณ์
 
              ตั้งข้อสังเกตคดีนี้หากรวบรวมแสวงหาพยานหลักฐานพยานแวดล้อม และวัตถุพยานให้ถูกครบถ้วนมัดตัว "ผู้ถูกกล่าวหา" ให้ดิ้นไม่หลุดตั้งแต่ชั้นสอบสวนก็คงดี
 
              เช่นเดียวกับคดีทำร้ายร่างกาย "ราเมศ รัตนะเชวง" รองโฆษกและทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์
 
              เกิดเหตุมาแล้วเกือบ 2 สัปดาห์ยังไม่ค่อยมีความคืบหน้าในการติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุ คงมีแต่เสียงลือเสียงเล่าอ้าง "นายตำรวจคนดัง" น่าจะอยู่เบื้องหลังหรืออาจมีส่วนรู้เห็น
 
              โดยเฉพาะ "สาวใจเด็ด" แห่งพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาฟาดงวงฟาดงา เทียบเคียงคดีของบุคคลในพรรคที่ถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส กับคดีทะเลาะวิวาทของของ "เอกยุทธ อัญชันบุตร"

              ข้อเท็จจริงตอนนี้คดี "ราเมศ" แทบจะไม่มีพยานหลักฐาน ส่วนคดี "เอกยุทธ" พยานหลักฐานค่อนข้างแน่นหนาทั้งพยานบุคคลและพยานแวดล้อม

              ฉะนั้นจะนำมาเทียบเคียงคงไม่ได้ คดีของ "ราเมศ" ถูกวางแผนมาเป็นอย่างดี แล้วหากเป็นคนร้ายในเครื่องแบบจริง ไม่อยากคาดเดาว่า "นักสืบสวน" สามารถติดตามจับกุมดำเนินคดีได้หรือไม่
 
              สมมุติว่าหากจับคนร้ายได้ "พนักงานสอบสวน" สามารถรวบรวมพยานหลักฐานแน่นหนามากน้อยแค่ไหน แล้วเมื่อสำนวนการสอบสวนเข้าสู่ปลายทางกระบวนการยุติธรรม ไม่อยากให้ "ฝ่ายโจทก์" มีความรู้สึกว่าเจ็บตัวฟรี !