
พิชิตปัญหาสัตว์เลี้ยง -ด๊อกปาร์ค สวรรค์ของหมากรุง
ปาร์ค (PARK) หรือสวนสาธารณะ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกายกลางแจ้ง เปิดให้สาธารณชนเข้าไปใช้ ใน กทม.ของเรามีอยู่หลายแห่ง ที่เด่นๆ เห็นจะเป็นสวนลุมพินี สวนจตุจักร และสวนหลวง ร.9 ฯลฯ
ผู้คนใช้เพื่อประกอบกิจกรรม เช่น รำมวยจีน เดินวิ่ง เต้นแอโรบิก พบปะสังสรรค์ ฯลฯ แต่ก็มีบางจำพวกใช้สวนสาธารณะไปอย่างผิดวัตถุประสงค์ อย่างไรก็ตามคนไปใช้ส่วนใหญ่จะเกิดความสุขแก่จิตใจ และความแข็งแรงของร่างกายเป็นหลัก
สวนสาธารณะตามเมืองต่างๆ โดยทั่วไปในโลกนี้ เท่าที่ผมผ่านพานพบหรือได้ยินได้ฟังมา เขามิใช่อนุญาตให้เฉพาะคนเข้าไปใช้นะครับ แต่ยังอนุญาตให้พาสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ “หมา” เข้านอกออกในได้ มีสิทธิเยี่ยงคนเหมือนกัน ครั้นหันกลับมองสวนสาธารณะบ้านเราไม่ต้องไกล กทม.นี่เอง เขาไม่อนุญาตให้คนนำหมาเข้าไปใช้สถานที่ร่วมกันในทุกๆ แห่งของ กทม.!
มันน่าแปลกใจ! ด้วยเหตุผลซึ่งแจงมาว่ากลัวจะ รบกวนคน ทำร้ายคน ทำความสกปรก ฯลฯ บางคนก็ออกหน้าว่าหมาเป็นที่น่ารังเกียจไปโน่น ยังความขุ่นเคืองใจแก่คนรักหมาไม่น้อย นั่นมันในอดีตครับ!
ยุคใหม่นี้ดูเหมือน กทม.จะกลับใจทบทวนนโยบาย “No dog in the Park” เนื่องด้วยเหตุผลและหลักการจัดตั้ง Dog Park นั้นทำได้ โดยไม่ก่อปัญหาแก่คน มิหนำซ้ำยังมีเหตุให้ต้องทำอีกคือ ความผูกพันระหว่างคนกับหมานั้นมีมาก การพาหมามาวิ่งเดินออกกำลัง เล่นด้วยกัน เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว พ่อ แม่ ลูก และหมา โดยเฉพาะวันอาทิตย์ วันครอบครัว เป็นการเสริมสร้างสวัสดิภาพแก่น้องหมาของคุณ
ใช่ว่าทุกบ้านจะมีพื้นที่เพียงพอให้ทั้งครอบครัวออกมาใช้กันพร้อมหน้า หลายๆ ครอบครัวจึงต้องพึ่งพาสวนสาธารณะเป็นแหล่งสุดท้าย แต่ใช่ว่าหมาบ้าน หมากรุงทุกตัวจะเข้าไปใช้ Dog Park ซึ่งก็คือสวนสาธารณะของคุณได้โดยอิสระเช่นคน มันต้องมีกฎกติกา มารยาท เพื่อกำกับดูแล ควบคุมมิให้เกิดปัญหาดั่งที่ผู้คนเคยเกรงกันไว้
ซึ่งทำได้โดยขั้นตอนดังนี้ คุณสมบัติหมาที่จะเข้ามาใช้ Dog Park คือ 1) เป็นหมามีเจ้าของ อันนี้แน่นอนครับมิใช่หมาจรจัดเพ่นพ่านเข้าไป 2) เป็นหมานิสัยดี หมายถึงเป็นหมาบ้านที่มีคุณสมบัติคือ ไม่กัดคน ไม่กัดหมา พาจูงได้ นั่นคือต้องผ่านการฝึกฝนพื้นฐานมาแล้ว เพื่อความปลอดภัยของคนและหมาที่ใช้สวนสาธารณะร่วมกัน 3) เป็นหมาที่ขึ้นทะเบียนกับ กทม.แล้ว จะดูได้จากการมีเครื่องหมายประจำตัวไมโครชิป และได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (มีเหรียญห้อยคอให้เห็น) 4) มีปลอกคอสวมและอยู่ในสายจูงควบคุมตลอดเวลา
ส่วนคุณสมบัติของเจ้าของหมาหรือผู้พาหมาไปใช้บริการก็ต้องมีเช่นกันคือ 1) ยอมรับว่าต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่หมาก่อ เช่น อึต้องเก็บ (พกถุงพลาสติกไปด้วย) 2) ควบคุมบังคับหมาในสายจูงตลอดเวลา 3) นิสัยหมาของคุณค่อนข้างขี้หงุดหงิด อารมณ์เสียง่ายก็ต้องใส่ตะกร้อปาก (หมา) ไว้เสมอ 4) ชำระค่าธรรมเนียมหรือค่าบำรุงการใช้สวนสาธารณะสำหรับหมา ส่วนคนนั้นฟรี
แล้ว กทม.เองในฐานะเจ้าของสถานที่ก็มีหน้าที่ 1) กำกับดูแลให้คนนำหมามาปฏิบัติตามกติกาเพื่อความสมานฉันท์ และปลอดภัยของคนอื่นๆ ที่มาใช้สวนสาธารณะร่วมกัน 2) จัดสร้าง “สุขาหมา” ไว้เป็นสัดส่วนให้หมาได้ใช้ และ 3) หากทำได้ควรจัดพื้นที่จำเพาะมีรั้วรอบขอบชิดใช้ไว้เพื่อหมานิสัยดีจริงๆ ได้วิ่งเล่นเป็นอิสระจากสายจูง และมีความสัมพันธ์ทางสัมคมกันฉันหมาๆ
ความเข้าใจและผ่อนปรนเข้าหากันในกรณี Public Park และ Dog Park เช่นนี้ถือเป็นตัวอย่างของจุดตั้งต้นความสามัคคีที่มีในสังคมต่อไปในอนาคตนะครับ!
ปานเทพ รัตนากร



