ข่าว

ความหวังต่อปีใหม่2556

ความหวังต่อปีใหม่2556

27 ธ.ค. 2555

ความหวังต่อปีใหม่2556 : เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดยนายประชา ช้ำชอก [email protected]

              อีกไม่กี่วันข้างหน้าก็จะล่วงเลยผ่านพ้นปี พ.ศ.2555 เข้าสู่ศักราชใหม่ 2556 ท่ามกลางความคาดหวังปีแล้วปีเล่าของประชาชนคนส่วนใหญ่ในบ้านเมืองนี้ ที่ต่างล้วนปรารถนา ประสงค์จะเห็นพัฒนาการ การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ไปในทางที่ดีขึ้นมาบ้าง แม้เพียงเล็กๆ น้อยๆ ก็พอทำเนา หลังจากประเทศชาติบ้านเมืองต้องติดหล่มจมปลักความขัดแย้ง การเผชิญหน้าครั้งประวัติศาสตร์ของคนในชาติ ซึ่งกินเวลายาวนานกว่าทศวรรษหนึ่งแล้ว

              แต่เหลียวหลังแลหน้าอย่างไร ปีเก่าไปปีใหม่มา ก็คงจะเปลี่ยนไปแค่วันเดือนปีปฏิทินเท่านั้นเอง

              เป็นเรื่องยากพอๆ กับการงมเข็มในมหาสมุทรเลยทีเดียวกับการหาหนทางจัดการปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ การเผชิญหน้าครั้งประวัติศาสตร์ในคราวนี้

              การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมดูเป็นเรื่องที่มืดมน ไม่มีแม้แต่แสงสว่างเท่าปลายเข็มหมุดให้เห็น ตราบเท่าที่ผู้คนจำนวน 25 ล้านคนโดยประมาณ ซึ่งสวมเสื้อแดงฝ่ายหนึ่งและที่ใส่เสื้อเหลืองอีกฝ่ายหนึ่ง ยังไม่ยอมที่จะสลัดหลุด "ทักษิณและอภิสิทธิ์" ตลอดจนนักการเมืองหรือแกนนำ บรรดาพ่อค้าความขัดแย้งทางการเมืองทั้งหลาย ออกไปจากบ่าของตัวเองเสียที

              ต่างฝ่ายต่างยังคงหาบหาม เคี่ยวเข็ญให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีโอกาสกลับมากุมอำนาจทางการเมือง เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ "ทักษิณและอภิสิทธิ์" เป็นสิ่งชำรุด ของมีตำหนิด้วยกันทั้งคู่

              ไม่รู้เหมือนกันว่า กรุงรัตนโกสินทร์สิ้นคนดีแล้วหรืออย่างไร

              ส่วนจะคาดฝัน หวังให้ "ทักษิณและอภิสิทธิ์" บรรลุทางธรรม มีหิริโอตตัปปะขึ้นมา เกิดมโนธรรมสำนึก ยอมเสียสละเพื่อชาติบ้านเมืองนะหรือ ดูเหมือนว่าจะรอให้ม้ามีเขาเต่ามีหนวด หรือพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกมีโอกาส ความเป็นไปได้มากกว่าเสียด้วยซ้ำ

              ยิ่งนานวันเข้าก็จะยิ่งเห็นได้ชัดเจนว่า "ทักษิณและอภิสิทธิ์" รวมทั้งนักค้าความขัดแย้งทางการเมืองเป็นปัญหาของชาติโดยแท้ ซึ่งตราบใดที่สังคมไทยไม่ยอมสลัดหลุดไปจากคนเหล่านั้น เราไม่อาจจะก้าวข้ามพ้นหล่มหรือปลักของความขัดแย้งหรือการเผชิญหน้าไปได้เลย

              แล้วอย่าได้หวัง ใฝ่ฝันถึงประชาธิปไตย ความเสมอภาค เป็นธรรมทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เพราะเอาเข้าจริงแล้วทั้ง "ทักษิณและอภิสิทธิ์" ตลอดจนพ่อค้าความขัดแย้งทางการเมือง หาได้ถือประชาชนหรือประชาธิปไตยเป็นเป้าหมาย แต่กลับใช้ประชาชนและประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือแสวงหาอำนาจทางการเมืองให้แก่ตัวเองต่างหาก

              ไม่เช่นนั้นประเทศชาติบ้านเมืองคงไม่ก้าวมาถึงจุดปัจจุบันทุกวันนี้หรอก

              ถึงวันนี้ อดีตนายกรัฐมนตรีในรัฐบาล ซึ่งเหลวแหลกมากที่สุดรัฐบาลหนึ่ง ซึ่งมีความตายของผู้คนกลางเมืองร่วมร้อยศพกับข้อหาหนีทหารเป็นชนักติดหลัง ก็ยังหวังที่จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

              ขณะที่อดีตนายกรัฐมนตรีอีกคน ซึ่งสถาปนาระบอบการปกครองของตนเองขึ้นมาท้าทายระบอบประชาธิปไตย มีความตายของผู้คนกว่า 2,500 ศพ พร้อมกับข้อกล่าวหาโกงบ้านกินเมือง คอร์รัปชั่นเชิงนโยบายเป็นชนักติดหลัง นอกจากจะหวังกลับมามีอำนาจวาสนาทางการเมืองอีกครั้งแล้ว ยังประสงค์ต้องการได้ทรัพย์สินเงินทองคืนอีกด้วย

              ที่บ้านเมืองสับสนวุ่นวายไม่ใช่เพราะไม่กี่คนเหล่านี้หรอกหรือ

              ถือเป็นนิมิตหมายอันดีอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ที่ความขัดแย้งภายในขบวนการเสื้อสีและปัญหาความสัมพันธ์กับพรรคการเมือง เริ่มทำให้ผู้คนจำนวนหนึ่งเกิดอาการตาสว่างขึ้นมาบ้าง ถึงขนาดเสนอให้ก้าวข้าม "ทักษิณและอภิสิทธิ์"

              กดดันให้ทั้งสองเสียสละ เพื่อกระบวนการสถาปนาประชาธิปไตยและความปรองดองเดินหน้าไปได้

              เอา "ทักษิณ-อภิสิทธิ์" ไป เอาความสงบสุขกลับคืนมา!!!

.......

(หมายเหตุ : ความหวังต่อปีใหม่2556 : เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดยนายประชา ช้ำชอก [email protected])