
สวัสดีเศรษฐกิจ : โลกกำลังหาสมดุล(2)
สวัสดีเศรษฐกิจ : โลกกำลังหาสมดุลใหม่ แต่ไทยเรายังก้าวไม่พ้นเรื่องเดิม (2) : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
ต่อจากบทความครั้งที่แล้วในครั้งนี้จะเป็นตอนที่ 2 ที่ผมใคร่ขอนำเสนอหลังวันที่ 21 ธันวาคม 2555 ซึ่งมีคนจำนวนมากคาดว่าจะเป็นวันศุกร์ที่โลกดับสิ้น แต่ในเมืองไทยรถยังติด ผู้คนยังเฉลิมฉลองร้านอาหาร โรงแรม ยังมีการจัดเลี้ยงรื่นเริง และเมื่อโลกยังไม่ดับโลกก็ต้องดิ้นไปอีกปีกับเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มว่าความรุ่งเรืองจะมาทางเอเชียมากกว่าโลกตะวันตก การประกาศออกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ QE4 (Quantitative Easing) ของสหรัฐ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ทำให้โลกทั้งโล่งใจในความชัดเจนและทั้งกังวลใจ เหตุเพราะ QE3 ที่ออกมาก่อนหน้านี้ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเริ่มเห็นทิศทางของการฟื้นตัวชัดเจนขึ้นแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัตราการว่างงานที่ลดลงจากระดับเกิน 10% เมื่อต้นปี เหลือ 7.7% เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ขณะที่อัตราขยายตัวของเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำในกรอบคือไม่เกิน 2% ทำให้เฟดยังคงดอกเบี้ยอ้างอิงไว้ที่ระดับ 0-0.25%
อีกทั้ง QE4 ที่ระบุให้เฟดจะยังคงซื้อพันธบัตรสินเชื่อจดจำนองต่อไปเดือนละ 40 พันล้านดอลลาร์ กับจะซื้อเพิ่มพันธบัตรระยะยาวอีกเดือนละ 45 พันล้านดอลลาร์ รวมเป็น 85 พันล้านดอลลาร์ และการรักษาระดับอัตราดอกเบี้ย 0% นี้ จะยังคงอยู่ต่อไปจนกว่าอัตราว่างงานจะลดลงเหลือ 6.5% ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาถึง 3 ปี
มาตรการนี้จะทำให้เกิดสภาพคล่องเพียงพอกับความต้องการต่อการลงทุนประกอบกับดอกเบี้ยต่ำเป็นมาตรการคู่ขนาน จะทำให้เชื่อว่าภาคธุรกิจและคนที่มีเงินออมจะมีการลงทุนหรือขยายกิจการเพิ่มขึ้น จีดีพีก็จะเติบโตเร็วขึ้น เข้าเป้า +2% ในปีหน้า ขณะที่ผลข้างเคียงคือนักลงทุนจะไม่พอใจนัก เพราะเมื่อดอกเบี้ยต่ำอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรก็ย่อมจะต่ำตามไปด้วย จึงน่าจะนำไปลงทุนในตลาดที่มีผลตอบแทนสูงกว่าเงินทุนจึงจะเคลื่อนย้ายมาเป็น Fund flow ในย่านตลาดเกิดใหม่ ซึ่งสดใสกว่าตลาดดั้งเดิมอย่างสหรัฐ และยุโรป ผลบุญนี้เชื่อว่าส่งถึงตลาดทุนไทยและเพื่อนเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีนและฮ่องกง
แนวโน้มคาดการณ์เม็ดเงินจะไหลทะลักเข้ามาสู่เอเชียไม่ต่ำกว่า 42 พันล้านดอลลาร์ ในปีหน้าโดยจะเข้ามาในช่วง 3 ไตรมาสแรกประมาณ 16.5 พันล้านดอลลาร์ ตลาดตราสารทุน (ตลาดหุ้น) และตลาดตราสารหนี้คงจะคึกคักมากขึ้น เราจะมีโอกาสในการนำเงินทุนไหลเข้ามานี้ไปทำประโยชน์ให้แก่ประเทศได้กี่มากน้อย การส่งสัญญานที่ชัดเจนเรื่องการออกกฎหมายป้องกันการฟอกเงินที่มีความชัดเจนและการเมืองที่มั่นคงจะเป็นเรื่องหลักในสายตาต่างชาติที่เราต้องทำให้เห็นเป็นผล
"บ้านเราเอาแต่จ้องจะโค่นล้ม หักล้างกันเท่านั้น บรรยากาศการลงทุนโดยตรงของภาคธุรกิจเอกชนยกให้การเมืองเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สูงที่สุดในปีหน้า หากไร้ประเด็นเสี่ยงนี้แล้วละก็ปีหน้าจะเป็นปีทองของเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะในตลาดทุน ตลาดหุ้นจะเป็นดาราและขวัญใจนักลงทุน ในสายตาของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดและสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจซีกตะวันตก แต่ที่เสี่ยงและเสียวกันอยู่ก็คือความขัดแย้งทางการเมืองของประเทศไทย"
มาถึงตรงนี้ท่านคงเห็นด้วยกับผมว่า ไทยเราทั่วหน้ายังก้าวไม่พ้นเรื่องเดิมเมื่อ 7 ปีที่แล้ว จมปลักอยู่กับเรื่องอะไรก็ไม่รู้ อาการกลับไม่ได้ ไปไม่ถึง จึงปรากฏขึ้นมา ปีใหม่ 2556 ผมคงไม่ขออะไรมากกว่าขอให้ คนพูดกับฅนโดยใช้ภาษาคนไทยแล้ว ทุกฝ่ายเข้าใจ.... ขอบคุณครับ
--------------------
(สวัสดีเศรษฐกิจ : โลกกำลังหาสมดุลใหม่ แต่ไทยเรายังก้าวไม่พ้นเรื่องเดิม (2) : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)



