ข่าว

'ชูวิทย์'ตั้งฉายานักการเมืองปี55

'ชูวิทย์'ตั้งฉายานักการเมืองปี55

26 ธ.ค. 2555

'ชูวิทย์' ตั้งฉายานักการเมืองปี55 เปิดหัวด้วย 'ยิ่งลักษณ์' ได้ฉายา 'ปูไข่ไก่หลง' ด้าน 'เฉลิม' รับฉายา 'เหลิมทาสรัก' ส่วน 'อภิสิทธิ์' ได้ฉายา 'มาร์คเมาไบกอน'

                     26 ธ.ค.55 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีราชชื่อ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย แถลงว่า ตนได้พูดคุยระหว่างนักการเมืองด้วยกัน ทั้งจากฝ่ายค้านและรัฐบาล จึงได้ตั้งฉายานักการเมืองเพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ของแต่ละคน เป็นการหยิกแกมหยอกอย่าไปซีเรียส ซึ่งเป็นการตั้งฉายาของตนส่งท้ายปี 2555 โดยได้มีการนำเพลงที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกับฉายามาประกอบ โดยพล.อ. อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ได้ฉายา "โอ๋จัดให้" เพราะได้จัดการผู้นำฝ่ายค้านด้วยข้อหาหนีทหาร ทั้งที่แรกเริ่มรัฐบาลยิ่งลักษณ์บอกว่าจะแก้ไข ไม่แก้แค้น โดยขณะที่นายกฯไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแต่ก็ปล่อยให้ รมว.กลาโหม จัดการปลดยศร้อยตรีของผู้นำฝ่ายค้าน จึงเหมาะกับเพลง "จัดให้" ของวงไทเทเนียม ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้รับฉายา "เหลิมทาสรัก" เพราะเป็นผู้ที่ยอมรับว่าเป็น (ขี้ข้าทักษิณ) มานานแล้ว ซึ่งคำว่า "ขี้ข้า" มีความหมายเดียวกันกับคำว่า "ทาส" คือผู้ที่ต้องทำงานรับใช้ในทุกสภาวะ โดยถูกบีบบังคับให้ทำตามคำสั่ง ไม่สามารถบ่น ขัดแย้ง ต้องทนทำไป ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่ในพรรคเพื่อไทยที่เป็นพรรคขนาดใหญ่ แต่ไม่มีผู้สนับสนุน กลุ่มก๊วน จึงต้องทำงานทดแทนบุญคุณ จึงเหมาะกับเพลง "ทาส" ของวงพาราด็อกซ์

                     นายชูวิทย์ กล่าวว่า นายธาริต เพ็งดิษฐ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ฉายา "กิ้งก่าทองสองใจ" เนื่องจากโดยปกติข้าราชการไทยย่อมต้องโอนอ่อนผ่อนตามนโยบายของแต่ละรัฐบาล ซึ่งในขณะที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์มีอำนาจ ก็ถูกฝ่ายพรรคเพื่อไทย รวมทั้ง ร.ต.อ.เฉลิม จะสั่งย้ายเป็นคนแรก แต่เมื่อรัฐบาลเพื่อไทยมีอำนาจ นายธาริตก็ยังสามารถเอาตัวรอดและยังได้ทำหน้าที่แจ้งข้อหานายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ทำให้คนมองว่านายธาริตเปลี่่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี จึงเหมาะกับเพลง "กิ้งก่าทองสองใจ" ของธันวา ราศรีธนู

                     นายชูวิทย์ กล่าวต่อว่า สำหรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้รับฉายา "ปูไข่ไก่หลง" เพราะปูไข่เป็นปูตัวเมียที่มีสีแดง ซึ่งเป็นลักษณะของไข่ บวกเข้ากับพลังมวลชนเสื้อแดง ส่วนไก่หลงเนื่องจากนายกฯยังใหม่กับการเมือง แรกๆก็มีการหลงตอบผิดตอบถูก แต่ระยะหลังสามารถโชว์ผลงานเป็นผู้นำระดับโลก ต้อนรับทั้งนายโอบามา และนายหูจิ่นเทา รวมทั้งไปประชุมต่างประเทศ ในขณะเดียวกันก็ถูกฝ่ายค้านโจมตีเกี่ยวกับนโยบายจำนำข้าว ซึ่งกล่าวหาว่ามีการโกงทุจริต จึงเหมาะกับเพลง "ปูไข่ไก่หลง" ของชายธง ทรงพล

                     ส่วนนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตนขอมอบฉายา "มาร์คเมาไบกอน" เพราะความเป็นพรรคประชาธิปัตย์จะต้องมีหลักการและการทำงานที่มีภาพลักษณ์ ความเก่าแก่ของฝ่ายค้านซึ่งอยู่คู่กับสภาไทย แต่สถานการณ์การเมืองปัจจุบันตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารของพรรคเพื่อไทยซึ่งผลักดันนโยบายต่างๆ นายอภิสิทธิ์ดูเหมือนยังติดอยู่กับความขัดแย้งและปัญหาทางการเมือง รวมทั้งถูกรุมล้อมจากเรื่องส่วนตัวในกรณีการถูกถอดยศและดำเนินคดีจากดีเอสไอ อีกทั้งจะมีคดีตามอีกหลายคดีจากเหตุการณ์การสลายการชุมนุมปี53 ทำให้ลักษณะของนายอภิสิทธิ์ทำงานได้ไม่เต็มที่ ติดๆขัดๆเหมือนคนมึนงง ถอยหลังหรือเดินหน้าก็ไม่ได้ อีกทั้งความไม่เป็นเอกภาพของฝ่ายค้านทำให้นายอภิสิทธิ์มีลักษณะโดดเดี่ยว จึงงเหมาะสมกับฉายาดังกล่าวและเหมาะกับเพลง "มันต้องถอน" ของปอยฝ้าย มาลัยพร

                     นายชูวิทย์ กล่าวต่ออีกว่า สุดท้ายคือ รัฐบาล ได้รับฉายา "พี่ชายที่แสนดี" เพราะรัฐบาลมีนายกฯเป็นน้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เบื้องหลังการทำงานมีเงาของ พ.ต.ท.ทักษิณ คอยกำกับอยู่ แม้กระทั่งโผรัฐมนตรีต่างๆก็ต้องบินไปที่ดูไบ การช่วยเหลือประคับประคองเพื่อให้น้องสาวซึ่งยังเสมือนใหม่กับการเมือง เปรียบเหมือนกับพี่ชายที่คอยดูแล จึงตรงกับเพลง "พี่ชายที่แสนดี" ของระวิวรรณ จินดา

                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการแถลงข่าวนายชูวิทย์ ได้นำภาพหน้าของนักการเมืองที่ถูกตั้งฉายามาทำกราฟฟิกในลักษณะการ์ตูน โดยมีเพลงประกอบฉายามาเปิดด้วย ซึ่งได้สร้างความครื้นเครงให้กับผู้ที่ร่วมฟังการแถลงข่าวเป็นอันมาก