
'ผบ.ตร.'สั่งดูแลความปลอดภัยช่วงปีใหม่
'ผบ.ตร.' สั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยประชาชนช่วงปีใหม่ พร้อมกำชับจนท.เตรียมพร้อมรับสถานการณ์
26 ธ.ค.55 พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกฯตร. แถลงข่าวเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัยประชาชนพี่น้องชาวไทยช่วงปีใหม่ว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้กำชับทางด้านการจราจรขณะที่ประชาชนกำลังเดินทางกลับต่างจังหวัด โดยให้อำนวยความสะดวกในเรื่องของการจราจร การดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ที่อยู่อาศัยของประชาชน การฝากบ้านไว้กับตำรวจและการจัดกิจกรรมการจัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ (count down) ทั่วประเทศ
ทั้งนี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ หากมีสถานการณ์ต่างๆให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า พล.ต.อ.อดุลย์ ได้ติดตามสถานการณ์การจัดกิจกรรมจัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ (count down) ทั่วประเทศผ่านทางการถ่ายทอดสด และเน้นย้ำให้ผู้จัดงานตามสถานที่ต่างๆ ห้ามจุดพลุ ดอกไม้ไฟ เฉลิมฉลองเทศการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนซานติก้า
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า พล.ต.อ.อดุลย์ ยังกำชับให้ติดตามการดูและสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งหวั่นเกรงว่าจะมีกลุ่มที่ไม่หวังดีพยายามจะก่อเหตุในพื้นที่ต่างๆทางภาคใต้ ทั้งตามหัวเมืองใหญ่ๆที่สำคัญ ซึ่งก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการณ์ลงไปปฏิบัติหน้าที่อย่างใกล้ชิด
กรมทางหลวงจัดโครงการ '7วันอุ่นใจฯ'
พล.อ.พฤณฑ์ สุวรรณทัต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนรถในการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2556 และเปิดโครงการ “7วันอุ่นใจเดินทางปลอดภัย ไปกับกรมทางหลวง” โดยมีผู้บริหารระดับสูงกระทรวงคมนาคม ผู้บริหารกรมทางหลวงข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และพนักงานกรมทางหลวงเข้าร่วมพิธี
นายชัชวาล บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า ในช่วงเทศการปีใหม่ 2556 ที่กำลังจะมาถึงนี้ คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากกว่าปี 2555 เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงและมีจำนวนรถจดทะเบียนเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก พร้อมป้องกันและลดการจัดกิจกรรมปล่อยขบวนรถจักยานยนต์ของตำรวจทางหลวงรถยนต์บริการประชาชนของกรมทางหลวงแก่ประชาชนและจัดโครงการ “7 วันอุ่นใจ เดินทางปลอดภัย ไปกับกรมทางหลวง” ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.55 - 2 ม.ค.56 โดยมี 7 มาตรการ คือ 1.ทางดีพร้อมใช้ ปลอดภัย ไร้จุดเสี่ยง 2.ป้ายเด่นชัด ไม่พลัด ไม่หลง 3.ไฟฟ้าส่องสว่าง เดินทางปลอดภัย สัญญานไฟจราจร เห็นชัด อุบัติเหตุลดลง 4 จุดบริการทั่วไทย พักรถก่อนไป เดินทางใกล้ไกล ปลอดภัยทุกเส้นทาง 5. บุคลากรพร้อมให้บริการผู้เดินทาง ตลอด 24 ชั่วโมง 6. 1586 สายด่วนคู่ใจเพื่อนเดินทาง พร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง 7. ใช้ Motorway ฟรี ของขวัญปีใหม่ จากใจกรรมทางหลวง ตั้งแต่ 27 ธ.ค. 55ในเวลา 16.00 ถึง 24.00 น. ของ วันที่ 3 ม.ค.56
อธิบดีกรมทางหลวง ยังกล่าวอีกว่า ขอฝากพี่น้องประชาชนที่เดินทางในช่วงปีใหม่ ศึกษาข้อมูล วางแผนการเดินทาง ตรวจสอบเส้นทางและเวลาเดินทาง เตรียมความพร้อมของร่างกาย ไม่อดนอนไม่ดื่มของมึนเมาเพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุ ตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน สำหรับการเดินทางเข้ากรุงเทพ ใช้แผน กระจายปริมาณการจราจรให้ทั่วตลอด 24 ชม. ตื่นเช้ากว่าเดิม 1-2 ชม. ไม่ต้องกังวลหงุดหงิดกับรถติด ประหยัดเวลาและน้ำมัน คุ้มค่าใช้ได้ผลอย่างแน่นอน หากเกิดเหตุด่วนเหตุร้าย สามารถแจ้ง 1586 สายด่วนกรมทางหลวง
เชียงราย - เปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันอุบัติเหตุ
นายณรงค์ อินโส รักษาการหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่าตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค.ของทุกทางคณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้เป็นวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ เพื่อรณรงค์และสร้างจิตสำนึกในด้านความปลอดภัย โดยมีมาตราการสวมหมวกนิรภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้ที่ซ้อนท้าย เพื่อลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิต เนื่องจากช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่มีผู้ที่ประสบอุบัติเหตุเป็นจำนวนมาการรณรงค์ดังกล่าวคาดว่าจะทำให้สถิติการเกิดอุบัติเหตุลดลงได้ไม่น้อยกว่า 5 เปอร์เซนต์
สำหรับสถิติการเกิดอุบัติเหตุใน่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในปีที่ผ่านมา ช่วงวันที่ 29 ธ.ค.2554 - 4 ม.ค.2555 ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงรายมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุอยู่ในอันดับต้นๆของประเทศ โดยเกิดอุบัติเหตุขึ้น 115 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บจำนวน 121 ราย เสียชีวิตจำนวน 11 ราย ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการเมาแล้วขับ โดยส่วนใหญ่จะเป็นรถจักรยานยนต์
ในปีนี้ทางจังหวัดเชียงรายจึงได้ร่วมกับทางเจ้าห้าที่ตำรวจให้ดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวด ทั้งผู้กระทผิดกฏวินัยจราจร และผู้ที่จำหน่ายยสุรานอกเวลาที่กำหนพดหากผู้จำหน่ายฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีหากพบมีการฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุและการสูญเสียลง
สระแก้ว - จับ 91 ชาวเขมรลักลอบเข้าไทยช่วงปีใหม่
พ.ต.อ.สมชาย อยู่สวัสดิ์ ผกก.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.จตุรภัทร สิงหัษฐิต สวป.สภ.คลองลึก ประสานความร่วมมือกับ ร.อ.อภินันท์ สงครามชัย ผบ.ร้อย ทพ.1206 ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา(ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1206 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา) พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว และ นายอวยชัย กุลทิพย์มนตรี นายด่านศุลกากรอรัญประเทศ จ.สระแก้ว สนธิกำลังร่วมกันรวมกว่า 50 นายออกระดมกวาดล้างจับกุมชาวเขมรที่ลักลอบเข้าเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมายในช่วงเทศกาลปีใหม่
โดย จนท.ได้แบ่งกำลังออกลาดตะเวณตามเส้นทางจากแนวตะเข็บชายแดน ด้านหลังตลาดโรงเกลือจนถึงบริเวณท้ายตลาดทรัพย์สมบูรณ์ พื้นที่ ม.7 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ตรวจพบชาวเขมรทั้งชาย หญิง จำนวนมากแบ่งเป็นกลุ่มๆหลายกลุ่มๆละประมาณ 10-20คน พร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าลักลอบมุดรั้วตะเข็บชายแดนจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เข้ามาในประเทศไทย แล้วเดินมุ่งหน้าจะเข้าตลาดโรงเกลือ และตลาดทรัพย์สมบูรณ์ จนท.จึงแสดงตัวเข้าทำการปิดล้อมและสกัดจับ ซึ่งจากการปิดล้อมสกัดจับ จนท.สามารถจับกุมชาวเขมรที่ลักลอบเดินทางเข้าประเทศไทย ได้จำนวน 91 คน เป็นชาย 52 คน หญิง 39 คน ตรวจสอบไม่มีเอกสารการเดินทางแต่อย่างใด จึงควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวนที่ สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว
ซึ่งจากการสอบสวนของ จนท.ชาวเขมรทั้งหมดรับสารภาพว่าจะลักลอบเข้าไปทำงานใน กทม.โดยอาศัยช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ลักลอบเดินทางเข้าไทยเนื่องจากเห็นว่าเป็นช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ จนท.ไทยอาจไม่คุมเข้มบริเวณชายแดน จากนั้น จนท.ได้ควบคุมตัวส่งให้ จนท.ด่าน ตม.จว.สระแก้ว ควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองต่อไป



