
อภิสิทธิ์เล็งเลิกพรก.ฉุกเฉินแดนใต้ใช้กม.มั่นคงแทน
ตำรวจยะลาปะทะโจรใต้ดับ 2 ศพ ขณะเข้าปิดล้อม ได้อาวุธสงครามและเครื่องกระสุนจำนวนมาก นายอำเภอเผย ผู้ตายหายไปจากพื้นที่นาน 2 ปี หน่วยข่าวเผย อุสตาสโซ๊ะ นำทีมก่อเหตุเผา-ระเบิด 9 จุด อภิสิทธิ์ เตรียมนำกฎหมายความมั่นคงใช้แทนกฎอัยการศึก แต่ยังคงไว้ในพื้นที่ 3
สถานการณ์ในพื้นที่ จ.ยะลา ยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากกลุ่มคนร้ายแอบลอบวางเพลิงและวางระเบิดในพื้นที่ อ.เมือง ตั้งแต่เวลา 04.00-08.45 น. วันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา รวมทั้งหมด 9 จุด กระทั่งตกดึกของวันเดียวกัน เมื่อเวลา 20.30 น. ตำรวจ สภ.ปะแต และทหารพราน เกิดการยิงปะทะกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ขณะสนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 50/3 หมู่ 4 บ้านอุเบง ต.ปะแต อ.ยะหา เป็นเหตุให้คนร้ายถูกยิงเสียชีวิต 2 คน พร้อมตรวจยึดปืนเอชเค และปืนเอ็ม 16 เอ 2 หมายเลขประจำปืน เอ 0068825 อย่างละ 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง
ล่าสุด เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 28 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติคนร้ายอีกครั้ง ทราบชื่อคือ นายสูคอนัย ลือบาน๊ะ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 122/1 หมู่ 4 ต.ปะแต อ.ยะหา และนายอิบรอเฮม แวะหะยี อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 หมู่ 9 ต.ปะแต อ.ยะหา ทั้งสองเป็นกลุ่มกองกำลังติดอาวุธขนาดเล็กของกลุ่มอาร์เคเค ที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ ต.ปะแต
พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า เหตุปะทะดังกล่าวสืบเนื่องจากตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษปะแตได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า มีกลุ่มผู้ต้องสงสัยรวมตัวกัน เพื่อวางแผนเตรียมจะโจมตีฐานปฏิบัติการในพื้นที่ ต.ปะแต ร.ต.อ.ธนพล เยาวพักตร์ จึงนำกำลังเข้าพิสูจน์ทราบบ้านต้องสงสัยดังกล่าว และเกิดการยิงปะทะกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ
“กลุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ ต.ปะแต จะมีการรวมศูนย์สั่งการที่เชื่อมต่อกับเขต อ.ยะหา อ.เมือง อ.กาบัง รอยต่อ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ที่มีการประสานงานก่อเหตุสนับสนุนกันอย่างต่อเนื่อง และเหตุการณ์ครั้งนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมผู้ต้องสงสัยในที่เกิดเหตุได้ 7 คน ขณะนี้ทหารนำตัวไปซักถามที่หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 14” พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร กล่าว
นายอำเภอเผย 2 โจรหนีไปกว่า 2 ปี
นายศุภนัฐ สิรัณทวิเนติ นายอำเภอยะหา กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติคนร้ายที่ถูกยิงเสียชีวิต 2 คน เป็นเยาวชนในพื้นที่ที่หลบหนีออกจากภูมิลำเนาไปนานกว่า 2 ปี เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุความไม่สงบ โดยไม่มีใครทราบว่าหายไปทำอะไรและอยู่ที่ไหน กระทั่งมีชาวบ้านแจ้งว่าพบกลุ่มผู้ต้องสงสัย 6 คน เข้ามาเคลื่อนไหว จึงนำไปสู่การปะทะกัน
นายศุภนัฐ กล่าวต่อว่า จากหลักฐานที่พบ เจ้าหน้าที่มั่นใจว่า กลุ่มคนร้ายน่าจะหลบเข้ามาขนย้ายเสบียง เพื่อเตรียมให้กองกำลังที่เคลื่อนไหวก่อเหตุในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ได้ประสานขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่กองกำลัง 3 ฝ่าย ในพื้นที่ต่างๆ ให้ร่วมกันเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของแนวร่วม เพราะเชื่อว่าน่าจะมีความพยายามในการขนย้ายเสบียงเพื่อสนับสนุนการก่อเหตุอีกแน่นอน
เชื่อฝีมือ “อุสตาสโซ๊ะ” นำทีมก่อเหตุ
ส่วนความคืบหน้าเหตุลอบวางเพลิงและวางระเบิดรวม 9 จุดในพื้นที่ อ.เมือง จ.ยะลานั้น ล่าสุด เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 28 พฤษภาคม พล.ต.ต.พีระ พุ่มพิเชษฐ์ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผบ.ศชต.) พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เข้าตรวจสถานที่เกิดเหตุทั้ง 9 จุด
พล.ต.ต.พีระกล่าวว่า จากการดูภาพจากกล้องวงจรปิดทำให้เจ้าหน้าที่พอจะรู้เบาะแสกลุ่มคนร้ายแล้ว และเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน เพราะมีการนัดหมาย มีการวางแผน ให้มีการลงมือพร้อมๆ กัน และตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังดูแลพื้นที่อย่างเข้มแข็งตลอด 24 ชั่วโมง แต่กลุ่มคนร้ายก็มีการปรับแผนมาก่อเหตุในช่วงที่เจ้าหน้าที่สับเปลี่ยนกำลัง ตอนนี้เจ้าหน้าที่จะมีการปรับแผนเพิ่มเติม
มีรายงานข่าวจากชุดสืบสวนสอบสวนกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลาว่า กลุ่มที่ก่อเหตุครั้งนี้ใช้กำลัง 10-15 คน ทราบชื่อแล้ว 4 คน คือ นายอิสมาแอ ระยะหลง หรือ “อุสตาสโซ๊ะ” เป็นแกนนำ โดยมีนายรอมลี สาแม นายอิสวาน แลหะ และนายอุสมาน เจ๊ะเงาะ เป็นเครือข่ายร่วมก่อเหตุ ส่วนนายอุสมานตรวจสอบพบว่ามีภูมิลำเนาอยู่บ้านบ่อเจ็ดลูก ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา
สำหรับนายอิสมาแอ เคยเป็นแกนนำปลุกระดมกลุ่มเยาวชนในพื้นที่เขต อ.เมือง อ.ยะหา อ.บันนังสตา และ อ.กรงปินัง ให้ออกมาก่อเหตุร้ายโจมตีฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่พร้อมกันในวันที่ 28 เมษายน 2547 ซึ่งในเหตุการณ์ดังกล่าวมีเยาวชนเสียชีวิต 108 คน
"ประวิตร”ยันภาพรวมปัญหาภาคใต้รัฐยังคุมอยู่
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ในภาพรวมยังสามารถควบคุมและดูแลพื้นที่ได้ ทั้งนี้ การดูแลความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ครูและนักเรียน เจ้าหน้าที่ก็ดูแลอยู่ และประชาชนก็มีความเข้าใจถึงสถานการณ์ดี รัฐบาลก็ทุ่มงบประมาณลงไปในพื้นที่เพื่อให้กินดีอยู่ดี ไม่ได้ทอดทิ้ง พยายามทำให้ดีที่สุด และ กอ.รมน.พยายามทำให้เหตุการณ์ในพื้นที่ลดลง แต่จะให้สถานการณ์หยุดทันทีคงไม่ได้ ทั้งนี้ จุดประสงค์ของผู้ก่อเหตุเป็นเพียงสร้างสถานการณ์ว่าตัวเองสามารถควบคุมพื้นที่ได้ แต่ภาพรวมทั่วไปก็เห็นอยู่ว่าเจ้าหน้าที่สามารถดูแลพื้นที่ได้
"นายกฯ”เตรียมนำก.ม.ความมั่นคงใช้แทนกฎอัยการศึก
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายการแก้ปัญหาภาคใต้ว่า เรื่องนี้มีผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน และขณะนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และคณะกรรมการรัฐมนตรีใต้ ก็ลงพื้นที่เพื่อเร่งรัดแผนการทำงาน และในสัปดาห์หน้าตนตั้งใจจะพูดคุยและหารือเกี่ยวกับการทำงานในพื้นที่ภาคใต้เป็นการเฉพาะ ตอนนี้ได้โครงสร้างและกำลังพลแล้ว หลังจากได้หารือกับ กอ.รมน.เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ขั้นตอนต่อไปคือจะใช้กฎหมายบางมาตรา แต่จะไปเกี่ยวข้องกับการยกเลิกกฎอัยการศึก โดยจะเริ่มในพื้นที่จังหวัดแนวชายแดนต่างๆ และยังไม่รวมพื้นที่ 3 จังหวัดและ 4 อำเภอในภาคใต้ แต่จะเริ่มนำกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่มาใช้ เป้าหมายเบื้องต้นจะเข้าไปทดแทนกฎอัยการศึกในหลายพื้นที่
"กฎหมายตัวนี้จะต้องผ่านการพิจารณาใน ครม. และการยกเลิกกฎอัยการศึกไม่ใช่อำนาจของ กอ.รมน. ขณะนี้เรากำลังทบทวนการทำงาน เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน ที่นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย กำลังเร่งรัดที่จะพิจารณาเรื่องนี้ นอกจากนั้นยังมีการทบทวนการใช้กฎหมายพิเศษ ในครั้งนี้ได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เป็นผู้ประเมินการใช้กฎหมาย เพราะครั้งที่ผ่านมาหน่วยราชการเป็นผู้ประเมิน ขณะเดียวกันงานที่อยู่ในแผนพัฒนา และการเปลี่ยนแปลงในบางเรื่อง ก็เป็นเรื่องที่ตนจะหารือกันอีกครั้งหลังจากที่นายสุเทพเดินทางกลับมาจากภาคใต้" นายอภิสิทธิ์กล่าว
เมื่อถามว่ากฎหมายความมั่นคงจะช่วยกระชับอำนาจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เราต้องการหาความพอดีระหว่างภาครัฐที่มีความจำเป็นต้องมีอำนาจพิเศษ คำว่าพิเศษคือไม่ได้มีแต่กฎหมายอาญาเท่านั้น โดยที่ไม่ไปสร้างเงื่อนไขให้ฝ่ายตรงข้ามเอาไปใช้ในลักษณะที่กล่าวหาว่ารัฐใช้อำนาจโดยไม่มีความรับผิดชอบ หรือไปใช้อำนาจแล้วไปสร้างความเดือดร้อน
“อนุพงษ์” ไม่ขัดหากยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ภาคใต้ร่วมกับนายสุเทพ ว่า มาตรการที่ตนจะต้องลงไปดูเป็นพิเศษคือ การรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ชุมชน ซึ่งมีมาตรการต่างๆ อยู่แล้ว แต่จะมาดูว่าทำไมถึงมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ต้องให้เจ้าหน้าที่มาวิเคราะห์ว่า ทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก และขอยืนยันว่า ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาภายในประเทศ ไม่มีองค์กรต่างชาติเข้ามาร่วม ทั้งนี้ เราใช้มาตรการในการทำความเข้าใจ ซึ่งน่าจะแก้ไขปัญหาได้
ส่วนที่จะมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ภาคใต้นั้น พล.อ.อนุพงษ์ บอกว่า กฎหมายอะไรก็ดีทั้งนั้น หากทำให้ปัญหาภาคใต้ดีขึ้น แต่ขณะนี้กฎหมายธรรมดาใช้ไม่ได้ก็จำเป็นจะต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกฎอัยการศึก แต่หากลดกฎหมายลง และเจ้าหน้าที่ทำงานได้ก็ไม่ขัดข้อง แต่เจ้าหน้าที่จะต้องรับมือได้ หากไม่จำเป็นจะต้องใช้กฎหมายแรงก็ได้ เมื่อใช้กฎหมายที่เบาลงไป โอไอซีก็คงจะรับได้ หรือยูเอ็นก็พอใจ ตนก็ยิ่งดี แต่หากรับไม่ไหวก็จำเป็นต้องใช้กฎหมายเช่นนี้อยู่
“สุเทพ”ยันระเบิดยะลาสร้างสถานการณ์
เมื่อเวลา 05.15 น. วันที่ 28 พฤษภาคม นายสุเทพให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า การก่อเหตุทั้ง 9 จุด ในพื้นที่ จ.ยะลา เป็นความพยายามสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อการให้ดูว่าพวกเขายังมีศักยภาพอยู่ ก็ต้องแก้ไขกันต่อไปเรื่อยๆ เราไม่ได้มุ่งไปที่การไล่ล่า แต่พยายามที่จะเน้นเรื่องการพัฒนา ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่รู้สึกว่าสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ก็ไม่มีใครอยากไปให้ความช่วยเหลือ หรือร่วมมือกับฝ่ายที่ก่อการ
นายสุเทพ กล่าวว่า วันนี้จะไปซักซ้อมทำความเข้าใจกับผู้ปฏิบัติงาน ทั้งในส่วนของ กอ.รมน.และศอ.บต. โดยเรื่องที่จะซักซ้อมคือ รัฐบาลนี้ได้จัดแผนงาน โครงการ งบประมาณ สำหรับการเริ่มต้นในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเราจะให้งบประมาณอย่างเพียงพอในการพัฒนา ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ โดยจะตั้งเป้าหมายมุ่งไปที่ประชาชนเป็นหลัก เพราะเราต้องการให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจริงๆ โดยจะต้องดูแลเรื่องการส่งเสริมอาชีพ การศึกษา วัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่โดยทั่วไป
จี้ "สุเทพ" หาเจ้าภาพเงินกู้ซอฟท์โลน
นายทวี ปิยะพัฒนา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานสายงานเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน จ.ยะลา ส่วนใหญ่เป็นสถานประกอบการ ห้างร้านของเอกชน จนได้รับความเสียหาย แต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ถูกลดความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั้งภายในและภายนอกพื้นที่ จึงอยากฝากให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง แสดงความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาให้แก่ภาคเอกชน โดยเฉพาะเรื่องเงินกู้ซอฟท์โลนดอกเบี้ย 1.5 ที่จะหมดอายุปลายปีนี้ หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทยยุติการให้ความช่วยเหลือในโครงการดังกล่าว จนถึงขณะนี้ยังไม่มีเจ้าภาพชัดเจนและไม่มีมาตรการออกมาว่าจะสานต่อโครงการออกไปอย่างน้อย 10 ปี ตามที่ภาคเอกชนเคยเสนอหรือไม่
"สุเทพ" มั่นใจใต้ดีขึ้น
กระทั่งเวลา 14.30 น. วันเดียวกัน นายสุเทพ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปถึงหน่วยเฉพาะกิจทหารช่าง บ้านทุ่งยามู หมู่ 4 ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างถนนสาย 418 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างบ้านคลองขุด จ.ปัตตานี ถึงบ้านท่าสาป จ.ยะลา
นายสุเทพ กล่าวว่า ถนนสาย 418 ก่อสร้างแล้วเสร็จร้อยละ 80 และเป็นถนนที่มีความสำคัญในการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หากดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะส่งผลดีทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการคมนาคมขนส่งสินค้าภาคการเกษตรจากพื้นที่ จ.ยะลา ไปยัง จ.ปัตตานี และ จ.สงขลา ได้เร็วขึ้น หากรัฐบาลจัดงบประมาณให้ได้ทันเวลา ไม่ขาดตอน คาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปีนี้ และเป็นที่น่าชื่นชมว่าทหารทำงานได้ดีมาก ไม่แพ้ผู้รับเหมามืออาชีพ
"ประชาชนในพื้นที่เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ถึงขนาดเสียขวัญ หากติดตามข่าวสารสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่นั้น จะเห็นได้ว่าสถานการณ์ลดลงมาก และไม่ได้รุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา มั่นใจว่าสถานการณ์ต่างๆ จะดีขึ้น มีเพียงบางช่วงบางจังหวะเท่านั้นที่ฝ่ายก่อความไม่สงบพยายามสร้างสถานการณ์ แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ" นายสุเทพกล่าว



