ข่าว

'นายกฯ'ปัดขัดแย้งปมแก้รธน.

'นายกฯ'ปัดขัดแย้งปมแก้รธน.

25 ธ.ค. 2555

'นายกฯ' ปัดขัดแย้งปมแก้รธน. โต้ทำเพื่อ 'แม้ว' ไม่หวั่นหากเสียงประชามติไม่ผ่าน จ่อแก้รายมาตรา ย้ำไม่เร่งรัดหาข้อสรุป

                       25 ธ.ค.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการจัดทำประชามติเพื่อแก้ปัญหาโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 โดยเฉพาะสมาชิกพรรคเพื่อไทยยังมีความเห็นขัดแย้งกันว่า ต้องเรียกว่าเป็นความเห็นที่มีความคิดต่าง ไม่ได้หมายความว่าเป็นความขัดแย้ง จริงๆแล้วเป็นปกติที่เราอยากให้เห็นกระบวนการการมีส่วนร่วม ซึ่งวันนี้มีหลายแนวทาง ส่วนตัวแล้วคิดว่าเรายังถกกันในเรื่องของวิธีการ จริงๆแล้วเรายังไม่ได้ถกกันเลยว่า จะทำอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นความเห็นของหลายๆคนที่อยากจะแก้เรื่องของรายมาตรา อยากให้มีการคุยกันในรายละเอียดว่าแก้เรื่องอะไร ที่สำคัญประชาชนได้ประโยชน์อะไร การทำประชามติหัวข้ออะไร ซึ่งเป็นหน้าที่ของคณะทำงานที่ต้องลงไปทำความเข้าใจและติดตามข้อคิดเห็นแต่ละส่วนก่อน แต่เราไม่ได้เร่งรัดเพราะอยากให้กระบวนการการมีส่วนร่วมได้แสดงออกที่สร้างสรรค์นั้นเป็นประโยชน์และเป็นทางออกของประเทศให้ดีที่สุด

                       ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายฝ่ายยังระแวงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเป็นการแก้เพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "เป็นสิ่งที่ดิฉันเรียนว่า เราคุยกันแต่วิธีการ ก็เลยทำให้อาจจะเกิดการคาดการณ์ต่างๆนานา อยากให้คณะทำงานน่าจะคุยในรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญก่อน เพื่อให้ประชาชนสบายใจว่าการที่แก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเป็นวิธีไหน สิ่งไหน ประชาชนจะได้อะไร แล้วจะมีรูปแบบต่างๆ อยากให้เห็นตรงนี้บ้างก่อน"

                       เมื่อถามย้ำว่า นายกฯจะพูดให้ชัดได้หรือไม่ว่าการแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่แก้เพื่อพ.ต.ท.ทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวยืนยันว่า "ค่ะ ใช่ค่ะ การแก้รัฐธรรมนูญนี้เพื่อประชาชน เราอยากให้รัฐธรรมนูญเป็นฉบับที่มาจากประชาชนและเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ดิฉันจึงต้องถามไปว่า ในรายละเอียดนั้นคณะทำงานควรจะให้ความกระจ่างกับประชาชนว่า การแก้ไขพี่น้องประชาชนและส่วนรวมได้ประโยชน์อะไร"

                       เมื่อถามว่า ถ้าจำเป็นต้องโหวตประชามติ นายกฯมั่นใจเสียงที่จะได้ 24 กว่าล้านเสียงหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องเรียนว่าส่วนหนึ่งหน้าที่รัฐบาลกลับมาเหมือนเดิม หน้าที่รัฐบาลในการที่ทำอย่างไรให้กระบวนการมีส่วนร่วมนั้นเป็นที่ยอมรับ เราไม่ได้มองไปว่าการที่เสียงครบหรือไม่ครบ นั่นคือกระบวนการ และส่วนหนึ่งเองถึงวันนี้ยังเดินหน้าไม่ได้เพราะมีคำสั่งจากศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องข้อวินิจฉัย ในการแนะนำว่าในเรื่องการแก้ไขรายมาตราหรือประชามติ ซึ่งมีกติกาต่างๆ ตรงนี้ต้องมาดูทางออกว่าถ้ามีข้อท้วงติงแบบนี้แล้วจะเดินแบบไหนมากกว่าเราจะไปถึงตอนที่ว่า ผลสำเร็จหรือไม่สำเร็จเพราะอันนี้เป็นข้อแนะนำที่จริงๆแล้วมีทางออกอยู่ 2 ทาง ระหว่างการทำประชามติหรือการแก้รายมาตรา

                       ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯได้คุยกับร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่ไม่เห็นด้วยกับการทำประชามติบ้างหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "ได้คุยค่ะ ยังเรียนท่านเลยว่า อยากให้ท่านเล่าความคิดเห็นของท่าน แล้วพวกเราจะได้มีส่วนร่วมในการรับฟัง และช่วยกันคิดพิจารณา เพราะจริงๆแล้วคงจะไม่ได้มองแค่ส่วนของพรรคเพื่อไทยหรือพรรคร่วมรัฐบาล ต้องให้ประชาชนได้รับรู้ด้วยเป็นสิ่งสำคัญ ก็จะใช้เวลาช่วงนี้พูดคุยกัน" เมื่อถามว่า ข้อห่วงใยของ ร.ต.อ.เฉลิม ฟังขึ้นหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า คงยังไม่ได้มีข้อสรุป ทั้งนี้ก็ไม่แน่ใจในส่วนของพรรคเพื่อไทย ซึ่งคงจะเปิดให้สมาชิกพรรคได้มีการถกแถลงกันอย่างกว้างขวาง

                       เมื่อถามย้ำว่าข้อห่วงใยของ ร.ต.อ.เฉลิมที่เป็นห่วงว่าคนจะออกมาใช้สิทธิ์ประชามติไม่เกินกึ่งหนึ่ง ฟังขึ้นหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า จริงๆแล้วถ้าไม่เกินกึ่งหนึ่ง ทางออกก็กลับไปใช้แก้รายมาตรา จริงๆมันมีข้อกำหนดคือว่า ถ้าเสียงไม่ครบเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ์ก็สามารถกลับไปใช้รายมาตราได้ เมื่อถามว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจะไม่ถือว่าการทำประชามติของรัฐบาลล้มเหลวหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า "อันนี้มันไม่ใช่นโยบายของรัฐบาลที่มาตั้งแต่วันแรก อันนี้เป็นข้อแนะนำของศาลรัฐธรรมนูญที่อยากขอให้มีกระบวนการ เช่น เรื่องของโหวตรายมาตราหรือประชามติ ซึ่งเรื่องนี้หน่วยงานทุกหน่วยงานที่ต้องคุยกัน รัฐบาลมีหน้าที่ให้การสนับสนุน"

 

'ปู' สั่งปภ.ลงพื้นที่ดูแลน้ำท่วมภาคใต้

 

                       นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะจ.พัทลุง ว่า ตนได้มีการแจ้งในที่ประชุมครม.แล้ว โดยได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย ในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้ลงพื้นที่ดูแลประชาชน อีกทั้งได้สั่งการคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ในการที่จะนำวิธีการต่างๆไปดูใหม่ เนื่องจากสภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นวิธีการอาจจะไม่ใช่แบบเดิมแล้ว   ซึ่งแนวโน้มนั้นจะเห็นว่าโดยรวมในปีนี้นั้นปริมาณน้ำฝนไม่มาก แต่กลับไปมากในพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร และมีแนวโน้มนั้นลงไปทางภาคใต้มากขึ้น  ซึ่งก็คงต้องมีการเตรียมตัวในปีหน้าในเรื่องของการรองรับโดยเฉพาะพื้นที่กลางน้ำที่ต้องการการบูรณะในเรื่องของแหล่งน้ำต่างๆให้มากขึ้น ซึ่งก็ได้มีการเร่งรัดทางกบอ.และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการเตรียมตัวนี้ด้วย

                      ผู้สื่อข่าวถามว่า มองดูแล้วสถานการณ์ไม่น่าจะมีอะไรน่าเป็นห่วงใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้ได้ให้ทีมงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในการติดตามปริมาณน้ำฝนและการเตรียมตัวล่วงหน้าที่จะลงไปในพื้นที่ รวมถึงช่วงนี้ใกล้เข้าสู่เทศกาลปีใหม่ก็ได้สั่งการให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องเตรียมตัวที่จะดูแลพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสัญจรต่างๆ การลดอุบัติเหตุรวมทั้งการดูแลความมั่นคงด้วย

 

'ปู'อยากเห็นปชช.ฉลองปีใหม่อย่างมีความสุข แนะขับขี่ระมัดระวัง

 

                      น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวถึงการดูแลความปลอดภัยประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า "ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง โดยรวมแล้วทุกอย่างยังอยู่ในแผน โดยเฉพาะเรื่องการดูแลการจราจรต่างๆ ซึ่งจะมีการตั้งด่านดูแลความปลอดภัย โดยในเรื่องของเจ้าหน้าที่นั้นภายใน 1- 2 วันนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี จะประชุมฝ่ายความมั่นคงอีกครั้งเพื่อที่จะเตรียมการในการดูแลประชาชน ดิฉันอยากเห็นประชาชนฉลองเทศกาลปีใหม่อย่างมีความสุข อย่างไรก็ตามต้องฝากความห่วงใยว่า ขับรถก็อยากให้ระวัง และในเรื่องของการเดินทางนั้น การฝากบ้านไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะเป็นการดี เพราะว่าหน่วยงานเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เตรียมพร้อมในการดูแลในเรื่องของบ้านเรือนและความปลอดภัย"

 

'ยิ่งลักษณ์' สั่งคุมเข้มความปลอดภัยช่วงปีใหม่

 

                    พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการดูแลความปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายในที่ประชุมครม. โดยให้มีการดูแลรักษาความปลอดภัยทั่วประเทศ รวมถึงเรื่องเส้นทางการจราจร โดยเฉพาะในกรุงเทพฯและจังหวัดชายแดนภาคใต้

                    ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีการข่าวหรือสถานการณ์ที่น่าหนักใจในช่วงเทศกาลปีใหม่หรือไม่ เลขาธิการสมช. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีอะไรน่าหนักใจ และมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะเรามีมาตรการที่เข้มขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงวันคริสต์มาสไปจนถึงช่วงปีใหม่ ในวันที่ 5 มกราคม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานความมั่นคง รวมทั้งพลเรือนและทหาร โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นทำงานอย่างไม่หยุดพัก เช่นเดียวกับในกรุงเทพฯ แต่อย่างไรก็ตาม การดูแลสถานการณ์ทางภาคใต้ยังคงต้องควบคุมดูแลอย่างต่อเนื่อง

                    ส่วนสถานการณ์ความรุนแรงล่าสุดที่เกิดขึ้นใน อ.สายบุรีนั้น พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา เนื่องจากการระวังป้องกันยังมีช่องว่างอยู่ เพราะกำลังเจ้าหน้าที่ไม่สามารถคุมได้ทั้งพื้นที่ ซึ่งกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบก็พยายามหาช่องว่างให้เกิดสถานการณ์ ขณะนี้ยุทธศาสตร์ของฝ่ายตรงข้ามจะเน้นความรุนแรงเพื่อต้องการยกระดับ แต่สิ่งที่น่ากลัวคือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบไม่สนว่าจะเป็นชาวไทยพุทธ ไทยมุสลิม หรือใคร ส่วนการลอบวางเพลิงที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลบาเจาะ จ.นราธิวาส ขณะนี้มีสถานการณ์ 2 เรื่องซ้อนกัน คือเรื่องการคอรัปชั่นที่มีมูลเกิดขึ้นจริง ประกอบกับเกิดสถานการณ์ความไม่สงบซ้อนอยู่ด้วย

                    เลขาธิการสมช. กล่าวถึงการเดินทางไปประเทศมาเลเซียของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศปก.กปต. ว่า เป็นการไปหารือทำความเข้าใจกับประเทศเพื่อนบ้านในเรื่องสถานการณ์ความไม่สงบ โดยจะเดินทางไปช่วงปลายเดือนมกราคม ซึ่งตนอาจจะร่วมเดินทางไปด้วย