ข่าว

'แม้ว'เคลียร์'ตู่'ลุยทำประชามติ

'แม้ว'เคลียร์'ตู่'ลุยทำประชามติ

25 ธ.ค. 2555

พท.เดินหน้าทำประชามติ สั่งใช้กลไกอำนาจรัฐทั้งหมด เผย 'แม้ว' เคลียร์ 'ตู่' มอบตั้งเวทีกล่อมแดงทั่วประเทศ เปิด 3 กลุ่ม พท. เห็นต่าง

                25ธ.ค.2555 ภายหลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินมายังเวทีกลุ่มคนเสื้อแดงที่โบนันซ่า เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา เมื่อคืนวันที่ 22 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยแสดงความมั่นใจเรื่องการทำประชามติว่า ตัวเลข 24.3 ล้านคน ที่จะออกมาใช้สิทธิ สามารถทำได้หมูๆ ไม่ยากเกินความสามารถนั้น ล่าสุดมีรายงานว่า พรรคเพื่อไทยได้ข้อสรุปเป็นการภายในแล้วว่า จะเดินหน้าทำประชามติแน่นอน สอดรับกับที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาโฟนอินดังกล่าว

                แหล่งข่าวพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า กรณีมีผู้ไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะมีคนออกมาใช้สิทธิไม่เกินครึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดนั้น กลุ่มดังกล่าวเป็นเสียงข้างน้อย แต่ตอนนี้เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าต้องทำประชามติ

                "การทำประชามติจะเป็นใบเบิกทางที่ดีในการแก้รัฐธรรมนูญ หากผ่านประชามติได้หนทางข้างหน้าก็จะมีปัญหาน้อยลง เพราะเท่ากับประชาชนเห็นชอบแล้ว ต่อไปใครก็จะมาขัดขวางอีกไม่ได้ เรียกว่าทำงานครั้งเดียว ถ้าผ่านก็ผ่านยาวเลย" แหล่งข่าวกล่าว

                สำหรับเรื่องตัวเลขผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งนั้น ทางพรรคมั่นใจว่าจะมีเกินครึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดแน่นอน โดยจะใช้กลไกอำนาจรัฐทั้งหมดที่มีอยู่ ทั้งกระทรวงมหาดไทย ทหาร และหน่วยงานราชการต่างๆ ไปช่วยทำให้คนออกมาใช้สิทธิ รวมทั้ง ส.ส.ของพรรคก็จะเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ต้องทำงานอย่างเข้มข้น โดยอาจจะต้องมีการตั้งเป้าเลยว่าแต่ละหมู่บ้านจะต้องมีคนออกไปใช้สิทธิเท่าไหร่ และอาจต้องมีมาตรการจูงใจให้คนออกไปใช้สิทธิด้วย

                แหล่งข่าวกล่าวว่า เท่าที่ดูในส่วนของภาคใต้อาจจะมีคนออกไปใช้สิทธิไม่ถึงครึ่ง แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะสามารถหาจากพื้นที่อื่น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานมาทดแทนได้

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดนั้น หากเทียบตามรายภาคแล้ว ภาคอีสานจะมีมากที่สุด คือ ประมาณ 35% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด รองลงมาคือ ภาคกลาง ภาคเหนือ ส่วนภาคใต้จะมีสัดส่วนผู้มีสิทธิเลือกตั้งน้อยที่สุด คือไม่ถึง 15%

                แหล่งข่าวอีกคนจากพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในส่วนของนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง ที่ประกาศบนเวทีคนเสื้อแดงที่โบนันซ่า เขาใหญ่ ว่า คนเสื้อแดงสนับสนุนให้พรรคเดินหน้าโหวตวาระ 3 โดยไม่ต้องทำประชามตินั้น ล่าสุด พ.ต.ท.ทักษิณได้ทำความเข้าใจกับนายจตุพรแล้ว และมอบหมายให้นายจตุพรจัดเวทีคนเสื้อแดงทั่วประเทศ เพื่อรณรงค์เกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิให้มากขึ้นอีกทางหนึ่ง ซึ่งจะไม่เกี่ยวกับหน่วยงานราชการ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะขัดกฎหมายประชามติ ที่ห้ามหน่วยงานของรัฐให้ข้อมูลที่เป็นการชี้นำกับประชาชน
 

เปิดสามกลุ่มพท.เห็นต่างทางเดินแก้รธน.


                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ขณะนี้ในพรรคเพื่อไทยยังคงมีความเห็นแตกออกเป็น 3 กลุ่มคือ 1.กลุ่มที่เห็นว่าควรเดินหน้าโหวตวาระ 3 ไปเลย เนื่องจากเห็นว่าเป็นอำนาจหน้าที่ ของ ส.ส. ที่ไม่ขัตดต่อต่อรัฐธรรมนูญ รวมทั้งไม่กลัวว่าจะถูกศาลรัฐธรรมนูญเล่นงาน เนื่องจากมองว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจในการรับเรื่องตั้งแต่ครั้งแรก  อีกทั้งยังถือเป็นสัญญา ที่เคยให้ไว้เมื่อครั้งเลือกตั้ง ดังนั้นเมื่อได้เป็นรับบาลจึงต้องเดินหน้าในทันที โดกลุ่มที่สนับสนุนแนวทางนี้ จะเป็น รัฐมนตรี และ  ส.ส. ของพรรคที่เป็นแกนนำคนเสื้อแดง  รวมไปถึงนายจาตุรนต์ ฉายแสง ที่แสดงจุดยืนชัดเจนว่าต้องการให้โหวตสาระสามในทันทีและไม่มีความจำเป็นต้องทำประชามติ     อย่างไรก็ตามในกลุ่มนี้หากพรรคตัดสินใจจะเดินหน้าทำประชามติจริงก็ต้องส่งแกนนำพรรคมาหารือเพื่อขอให้ไปอธิบายกับคนเสื้อแดง ซึ่ง กลุ่มนี้ก็คงยอมรับและบอกว่าต้องเคารพมติส่วนใหญ่

                สำหรับ กลุ่มที่ 2. เป็นกลุ่มที่เห็นว่าควรทำประชามติก่อนที่จะเดินหน้าโหวตวาระ 3 เนื่องจากมองว่าแนวทางนี้น่าจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดสำหรับรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย ซึ่งกลุ่มนี้ประกอบด้วย ส.ส. ส่วนใหญ่ ของพรรคเห็นตามคณะกรรมการพรรคร่วมรัฐบาลและและคณะกรรมการประชาติ แต่ที่สำคัญที่สุดคือท่าทีของ พ.ต.ท.ทักษิณที่โฟนอินเข้ามาพูดคุยกับคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ที่ผ่านมาและแสดงความต้องการที่จะให้เดินหน้าทำประชามติ  ซึ่งแนวทางนี้มีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุด

                ขณะที่กลุ่มที่ 3 เห็นว่าควรจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ซึ่งกลุ่มนี้มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นแกนหลัก รวมทั้งส.ส.อีสานอีกประมาณ 10 คนส่วนสาเหตุที่มองเช่นนี้นั้น เนื่องจากเห็นว่าการทำประชามตินั้นเป็นไปได้ยากที่รัฐบาลจะได้เสียงตามที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากต้องใช้เสียงของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเป็นจำนวนมาก ซึ่งเรื่องนี้เป็นความเห็นทางการเมืองของ ร.ต.อ.เฉลิม  แต่ขณะนี้มีความเป็นไปได้สูงว่า แนวทางดังกล่าวจะตกไปและอาจจะไม่ถูกนำขึ้นมาหารือในที่ประชุมพรรคอีก ทั้งนี้ก็เนื่องจากท่าทีของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั่นเอง