ข่าว

เมื่อทัพมังกรเริ่มปราบคอร์รัปชั่น(2)

เมื่อทัพมังกรเริ่มปราบคอร์รัปชั่น(2)

26 ธ.ค. 2555

นอกบ้านผ่านเมือง : เมื่อกองทัพมังกรเริ่มต้นปราบคอร์รัปชั่น (2) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

                           นอกจากนายหลี่ ชุนเฉิง จะถูกปลดฟ้าผ่าจากตำแหน่งรองเลขาธิการพรรคประจำมณฑลเสฉวน ด้วยข้อหาทำผิดวินัยพรรคอย่างร้ายแรง เชื่อว่าอีกไม่นานคงจะถูกปลดจากตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการกลาง ทั้งๆ ที่เพิ่งได้รับเลือกเข้าไปนั่งในตำแหน่งอันทรงอิทธิพลระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนจะถูกนำตัวขึ้นศาลเพื่อพิจารณาความผิด เหมือนกับอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคหลายคนที่ประสบชะตากรรมเดียวกัน รวมไปถึงนายป๋อ ซีไหล อดีตเลขาธิการพรรคประจำนครฉงชิ่งที่ถูกถอดหัวโขนปานสายฟ้าแลบจากกรณีใช้อำนาจปกปิดคดีฆาตกรรมของภรรยา

                           หรือที่เลวร้ายที่สุดอาจต้องเดินตามรอยอดีตนายกเทศมนตรีเมืองเศรษฐกิจพิเศษแห่งเซินเจิ้นที่ศาลตัดสินเมื่อกลางปีที่แล้วให้ประหารชีวิต โทษฐานใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ฉ้อฉล รับสินบน มูลค่ากว่า 33 ล้านหยวน เป็นต้น

                           จากสถิติของทางการที่เผยเมื่อปี 2553 ชี้ว่าพรรคได้ดำเนินการสอบสวนคดีการละเมิดวินัยของเจ้าหน้าที่มากกว่า 139,000 คดี และได้ลงโทษสมาชิกพรรคกว่า 146,000 คน

                           ขณะที่หัวมังกรจีนกำลังส่ายไปมาเพื่อผลักดันนโยบายปราบข้าราชการกังฉินขี้ฉ้อให้หมดสิ้นไป ประเทศสังคมนิยมอีกประเทศหนึ่งก็เร่งดำเนินนโยบายเพื่อผ่อนคลายความไม่พอใจของประชาชนกรณีปล่อยให้นักการเมืองและข้าราชการใหญ่น้อยต่างทุจริตคอร์รัปชั่น และเรื่องที่รัฐผลาญภาษีของประชาชนด้วยการผุดโครงการที่เต็มไปด้วยความสิ้นเปลือง ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจในประเทศยังย่ำแย่อ่อนแออยู่เช่นนี้

                           หนึ่งในมาตรการล่าสุดที่รัฐบาลเพิ่งประกาศใช้ก็คือการจัดระเบียบใหม่ว่าด้วยการจัดงานศพ ซึ่งนับวันยิ่งกลายเป็นเรื่องของ "คนตายขายคนเป็น" มากขึ้นทุกที ด้วยการสั่งจำกัดพวงหรีดให้อยู่ระหว่าง 5-30 พวง ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของเจ้าภาพ

                           รวมทั้งงดจัดงานกงเต๊กซึ่งเหมือนกับการเผาเงินด่องโดยใช่เหตุ จากค่านิยมที่ว่าการจัดงานกงเต๊กสะท้อนถึงความมั่งคั่งหรือสถานะของเจ้าของงาน ในคำสั่งนี้ซึ่งมีผลบังคับใช้กับข้าราชการ นักการเมือง เจ้าหน้าที่พรรค พนักงานรัฐวิสาหกิจ และบุคคลที่ได้รับเงินเดือนจากรัฐ และยังห้ามข้าราชการใช้โลงที่มีฝาโลงด้านบนเป็นกระจกเพื่อให้แขกที่มาร่วมงานได้เห็นผู้เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้ายด้วย

                           นายเหงียน เติ๋น เดิ๋ง นายกรัฐมนตรี ซึ่งช่วงหลังคะแนนนิยมมีแต่ลดต่ำลงเมื่อไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้ผงกหัวขึ้นได้ย้ำว่า "งานศพต้องเป็นพิธีการเคร่งขรึม เป็นอารยะและประหยัด เข้ากับสถานการณ์ทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ เราต้องจำกัดและกำจัดธรรมเนียมปฏิบัติที่ล้าหลังและฟุ่มเฟือย"

 

 

--------------------

(นอกบ้านผ่านเมือง : เมื่อกองทัพมังกรเริ่มต้นปราบคอร์รัปชั่น (2) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)