
'โอ๊ค'แนะดัดหลัง'หัวหมอ'เลี่ยงบาลี!
'โอ๊ค' โพสต์จดหมายเปิดผนึก ฉบับที่ 5 แนะทางออกของ 'การแก้ไขรัฐธรรมนูญ' ฉบับพานทองแท้ ดัดหลังพวก "หัวหมอ เลี่ยงบาลี"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.17 น. วันที่ 24 ธ.ค. 55 โอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ "จดหมายเปิดผนึก ฉบับที่ 5" บนเฟซบุ๊กส่วนตัว Oak Panthongtae Shinawatra แนะทางออกของ 'การแก้ไขรัฐธรรมนูญ' ฉบับพานทองแท้ ดัดหลังพวก "หัวหมอ เลี่ยงบาลี" ดังนี้
จดหมายเปิดผนึก ฉบับที่ 5 ชื่อว่า ทางออกของ "การแก้ไขรัฐธรรมนูญ" ฉบับพานทองแท้ครับ
กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ มิได้มีกฎหมายใดกำหนดว่าจำเป็นต้องทำประชามติครับ ปัญหาที่วุ่นวายที่เกิดขึ้นนี้ ก็เนื่องมาจากตอนจะแก้ครั้งที่แล้ว มีคนส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพื่อชี้ขาดในข้อกฎหมายว่าแก้ได้หรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิเคราะห์แล้ว แทนที่จะชี้ขาดเป็นคำตอบไปเลยว่า ได้/ไม่ได้ กลับตอบมาเป็นความคิดเห็นว่า ถ้าจะแก้ทั้งฉบับควรจะทำประชามติก่อน มาครั้งนี้รัฐบาลก็เลย...เอ้า!!...ประชามติก็ประชามติ
การที่เราจะทำประชามติในครั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา 165(1) ของรัฐธรรมนูญปัจจุบันครับ ซึ่งถือว่าเป็นการทำประชามติในกรณีที่รัฐบาลเห็นว่า เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ได้เสียของประเทศชาติหรือประชาชน มิใช่เป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ "ต้อง" ทำประชามติตามมาตรา 165(2) ดังนั้น ตามข้อกฎหมายแล้วมิได้บังคับให้ต้องทำครับ รัฐจะทำหรือไม่ทำก็ได้
กติกาของการทำประชามติ ก็อย่างที่ทราบกันครับ กฎหมายกำหนดให้
1. คนต้องออกมาใช้สิทธิเกินครึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ เช่น มีสิทธิ 48 ล้านคน ก็ต้องออกมาใช้สิทธิเกิน 24 ล้านคน
2. ประชามติเรื่องใดจะผ่านได้ ต้องได้คะแนนโหวตมากกว่าครึ่งหนึ่ง ของผู้ที่ออกมาใช้สิทธิ เช่น ออกมาใช้สิทธิ 26 ล้านคน ต้องได้คะแนนเกิน 13 ล้านเสียง เป็นต้น
ซึ่งเมื่อดูจากกติกาแล้วจะพบว่า กฎหมายประชามตินี้มีกับดักอยู่หลายจุดครับ
กับดักเล็กๆ ก็เช่น ถ้าคนออกมาลงคะแนนเกินครึ่งของผู้มีสิทธิ และคะแนนโหวตเห็นด้วยมากกว่าไม่เห็นด้วย แต่ไม่ถึงครึ่งของผู้มาใช้สิทธิ เนื่องจากมีบัตรเสียมาก ประชามตินี้ก็ต้องไม่ผ่านตามที่กำหนด แต่ก็จะมีข้อถกเถียงว่า ควรจะให้ผ่านเพราะคนส่วนใหญ่เห็นชอบ และออกมาใช้สิทธิเกินครึ่ง
กับดักใหญ่ก็ คือ คนหัวหมอโดยเฉพาะพวกที่แพ้ซ้ำซาก เมื่อรู้ว่าโหวตไปตัวเองก็แพ้แน่นอน ก็จะใช้ช่องว่างของกฎหมายได้ง่ายเลยครับ ทำประชามติแบบนี้ที่ใครไม่ออกมาโหวต ก็ไม่ได้เสียสิทธิอะไร ต่อให้ทุกพรรคฯทุกภาคส่วนช่วยกันรณรงค์เต็มที่ คนออกมาใช้สิทธิเต็มที่ก็แค่ 50 กว่าเปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 26 ล้านคนครับ พวกหัวหมอแทนที่จะระดมคนออกมาลงคะแนนสู้ว่าไม่เห็นด้วย ก็จะใช้วิธี คือ สะกิดพวกตัวเองไม่ให้ออกมาใช้สิทธิครับ ทำให้ได้ซัก 2-3 ล้านคน คนออกมาใช้สิทธิก็ต่ำกว่าครึ่งแล้วครับ
ผมขอเสนอทางออกเพื่อดัดหลังพวกหัวหมอ ที่หลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ด้วยการไม่ลงแข่ง ด้วยการให้รัฐบาลเดินหน้าทำประชามติต่อไปครับ โดยรัฐบาลต้องชี้ชัดด้วยว่า เพื่อ "แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ" อย่างที่บอกว่าประชามติในครั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา 165(1) ไม่ใช่กรณีที่กำหนดว่า "ต้องทำประชามติ" เราจึงสามารถให้มีทางออกในการพิจารณาผลของประชามติ ดังนี้
1. หากคนมาใช้สิทธิเกินครึ่งแล้ว พบว่าคนไม่เห็นด้วยเกินครึ่งของผู้ที่มาใช้สิทธิ ก็ยังไม่ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะถึงแม้รธน.50 จะสืบทอดอำนาจเผด็จการฯ แต่ในระบอบประชาธิปไตยต้องยึดถือเสียงส่วนใหญ่เป็นหลัก เมื่อเสียงส่วนใหญ่เลือกแบบนี้ ฝ่ายรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ต้องแสดงสปิริตเพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์จำเป็นแบบอย่าง
2. หากคนมาใช้สิทธิเกินครึ่งแล้ว พบว่าคนเห็นด้วยเกินครึ่งของผู้ที่มาใช้สิทธิ ก็ให้ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับตามขั้นตอนต่อไปโดยไม่ชักช้า
3. หากคนมาใช้สิทธิไม่เกินครึ่งของผู้มีสิทธิ แสดงว่า ประชาชนไม่เห็นด้วยกับ "การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ" แต่ก็ต้องเปิดหีบเพื่อนับคะแนนต่อไป โดยให้พิจารณาผลของคะแนนเพื่อให้ทราบความต้องการที่แท้จริงของพี่น้องประชาชนดังนี้
3.1 หากนับคะแนนในหีบแล้วพบว่า คนไม่เห็นด้วยมากกว่าคนเห็นด้วย แสดงว่าพี่น้องประชาชนไม่เห็นด้วยที่จะแก้รัฐธรรมนูญ ก็ไม่ควรดำเนินการแก้ไขไม่ว่าจะด้วยวิธีใดทั้งสิ้น
3.2 หากนับคะแนนในหีบแล้วพบว่า คนเห็นด้วยมากกว่าคนไม่เห็นด้วย แสดงว่าพี่น้องประชาชนต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่สามารถแก้ทั้งฉบับได้ เพราะคนออกมาใช้สิทธิน้อยกว่าครึ่ง ก็ควรตอบสนองความต้องการ ด้วยการแก้รัฐธรรมนูญโดยวิธีอื่น
3.3 หากนับคะแนนในหีบแล้วพบว่า คนเห็นด้วยมากกว่าคนไม่เห็นด้วย เป็นจำนวนที่แตกต่างกันอย่างมาก แสดงว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญ แต่มีพวกหัวหมอที่เล่นแต่เกมการเมืองมากกว่าผลประโยชน์ชาติ แอบชี้นำให้กองเชียร์นอนหลับทับสิทธิ์ กรณีนี้นอกจากควรจะรีบดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามความต้องการของประชาชนแล้ว ถ้ารู้ตัวว่าใครเป็นตัวถ่วงประชาธิปไตยของไทย ให้ถอยหลังลงคลอง ก็ควรจะประณามให้เข็ดหลาบด้วย
ไม่ทำแบบนี้ ประเทศเราจะก็จะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของนักกฎหมายประเภท "หัวหมอ เลี่ยงบาลี" โดยตลอดครับ เดี๋ยวก็บอยคอตเลือกตั้ง ประชุมเมื่อรู้ว่าโหวตแพ้ก็วอร์คเอาท์ คราวนี้จะแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย อุตส่าห์ให้ทำประชามติ ทั้งๆ ที่ไม่ต้องทำก็ได้ ยังจะมาเจอวิชามารอีก เฮ้ออออ....!!



