
'อุดมเดช'เสนอถามปชช.แก้'รธน.'
'อุดมเดช' เสนอให้ถามปชช. 'ไม่เห็นด้วยกับการแก้รธน.หรือไม่' หวังแก้เกม'ปชป.'ที่ปลุกคนไม่ใช้สิทธิ์
เมื่อเวลา 13.30 น. นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานวิปรัฐบาล กล่าวภายหลังการประชุมวิปรัฐบาลที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ถึงการหารือในที่ประชุมถึงแนวทางการทำประชามติว่า วันนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันชัดเจนแต่มีการพูดถึงรายงานของคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลที่ตั้งมา 11 คน ที่ระบุว่า ให้ทำประชามติ ดังนั้นในส่วนของวิปฯ ต้องรอฟังคณะทำงานในส่วนที่รัฐบาลตั้งขึ้นและมีการนัดหมายเพื่อประชุม ที่คาดว่า จะมีการลงละเอียดในการดำเนินการ ส่วนความเห็นที่มีความแตกต่างภายในพรรคเพื่อไทยนั้น ก็เป็นเรื่องธรรมดาของการอยู่ในสังคมใหญ่ แต่คิดว่าถ้ามีโอกาสหารือกันในพรรคแล้ว ถ้ามติเป็นอย่างไรก็คงเป็นไปตามนั้น
“ดังนั้นความเห็นที่วันนี้หลายคนออกมาให้ความเห็นส่วนตัวว่า จะให้ลงมติวาระ 3 บางคนบอกว่าต้องทำประชามติ บางคนบอกว่าทำประชามติก็ควรทำแบบนั้นแบบนี้ นั่นคือ ความเห็นส่วนตัวทั้งสิ้น แต่เรายังไม่ได้มีการประชุมพรรคกัน แต่วันที่ 25 ธ.ค.นี้ ที่ประชุมพรรคเพื่อไทยเป็นการประชุมนัดแรกหลังจากมีพระราชกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุมสภาฯ ที่ประชุมคงจะหยิบเรื่องเหล่านี้มาพูดคุยกันถึงข้อดี ข้อจำกัดและคัดค้านกัน ซึ่งถือว่าความเห็นที่แตกต่างเป็นเรื่องปกติ” นายอุดมเดช กล่าว
ส่วนการมีส่วนร่วมของวิปรัฐบาลในการทำประชามติ นายอุดมเดช กล่าวว่า ในส่วนของรัฐบาลหากมอบหมายหน่วยงานใดทำก็ทำไป แต่ในส่วนของพรรคการเมืองที่มี สส.และสมาชิกพรรค หากพรรคมีมติให้ช่วย สส. ก็จะช่วยทำความเข้าใจกับประชาชนเพื่อให้ออกมาใช้สิทธิ์
สำหรับประเด็นข้อกังวลเรื่องจำนวน 23 ล้านเสียง ที่จะต้องออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนประชามตินั้น นายอุดมเดช กล่าวว่า หากทำแบบตรงไปตรงมา ตนคิดว่า น่าจะผ่าน แต่ถ้ามีฝ่ายใดตั้งเป้าว่า จะคัดค้านก็อาจจะทำให้ลำบากอยู่บ้าง เพราะจะต่างจากการเลือกตั้ง สส. ที่ทุกคนจะเชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตัวเอง แต่ปรากฏว่า รัฐธรรมนูญเขียนวางกับดักเอาไว้ว่า การลงประชามติจะมีผลก็ต่อเมื่อผู้มีสิทธ์ในการเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิ์เกินกึ่งหนึ่ง นั่นหมายความว่า คนไม่เห็นด้วยก็จะใช้เทคนิคตรงนี้ในการรณรงค์ให้ประชาชนอยู่เฉยๆ
เมื่อถามว่า แล้วการทำประชามติจะเคลื่อนต่อไปอย่างไร เพราะ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. ก็บอกให้โหวตวาระ 3 ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็บอกว่าให้ทำประชามติ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า นั่นก็เป็นความเห็นส่วนตัวของนายจตุพร ที่คงเห็นว่ามันน่าจะเดินหน้าได้แล้ว ซึ่งในคณะทำงานพรรคร่วมใน 11 คน ก็มีบางคนบอกว่าให้โหวตวาระ 3 เพื่อเดินหน้าได้ แล้วก็ใช้เวลาในการทำความเข้าใจกับประชาชน แต่บางคนก็บอกว่า ถ้ามีเวลาในการทำความเข้าใจกับประชาชนน่าจะ 2 เดือน ก็ควรทำประชามติดีกว่า ส่วนอีกคนก็บอกว่า ถ้าทำประชามติก็จะติดเงื่อนไขเรื่องจำนวนเสียงว่าจะผ่านหรือไม่
เมื่อถามว่า ดังนั้นตอนนี้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวนเสียง แต่อยู่ที่การออกแบบคำถาม นายอุดมเดช กล่าวว่า จำนวนเสียงก็เป็นปัญหาอยู่ แต่การออกแบบจะให้คนออกมาลงประชามติ ถ้าถามว่า “เห็นด้วยหรือไม่กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ถ้าถามแบบนี้คนเห็นด้วยก็ออกมา คนไม่เห็นด้วยก็อยู่เฉยๆ ซึ่งบางทีคนเห็นด้วยแต่ไม่ออกมาก็จะกลายเป็นคะแนนของคนไม่เห็นด้วย แต่ถ้าถามกลับกัน แทนที่จะไปถามคำถามว่า เห็นด้วยหรือไม่ ต้องถามว่าเห็นด้วยกับคนที่จะคัดค้านหรือไม่ เพราะการแก้ไขมันเดินหน้าผ่านวาระ1 วาระ 2 มาแล้ว เพื่อให้คนที่ไม่มาใช้สิทธิ์ถูกนำไปเป็นข้ออ้างว่า ไม่เห็นด้วย ก็ฝั่งนู้นเห็นอย่างนี้ ทำไมผมจะเห็นตรงข้ามกับฝั่งนู้นไม่ได้ เพราะฝั่งนู้นกำลังจะใช้คนที่ไม่ออกมาใช้สิทธิ์ไปเหมารวมกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
“นายจาตรุนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย บอกว่า ใช้แต่เสียงส่วนใหญ่เอาหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องบอกว่าเกินกึ่งหนึ่ง เพราะมันมีกระบวนการให้คนไม่มาใช้สิทธิ์ ถ้าจะลงคะแนนวันอาทิตย์ให้อยู่บ้านดูช่อง7 ดูเจ้าหญิงแตงอ่อนดีกว่า ดังนั้นต้องการปิดประเด็นเพื่อป้องคนที่จะหยิบเรื่องนี้มาเป็นประโยชน์ทางการเมือง เพราะถ้าถามความเห็นว่า เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฝ่ายค้านก็จะบอกว่า คนที่ไม่ออกมาคือ คนไม่เห็นด้วย ถ้าผมถามกลับกันว่า เห็นด้วยกับการที่จะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ คนที่ไม่ออกมาก็จะเป็นคนที่เห็นด้วยกับการแก้ไข ส่วนจะเสนอให้กับคณะทำงานชุดของนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯหรือไม่นั้น ผมขอเสนอผ่านสื่อก็พอ” นายอุดมเดช กล่าว
เมื่อถามถึงข้อเสนอของนายวรชัย เหมะ ที่เสนอให้มีการทำโพลล์มีการหารือในที่ประชุมวิปหรือไม่ นายอุดมเดช กล่าวว่า นายวรชัย เสนอว่าให้ถามโพลล์ก่อนว่าจะทำประชามติหรือไม่ ไม่ได้หมายความว่าทำแค่โพลล์แล้วเดินหน้าต่อได้เลย เพราะผลโพลล์เองก็ไม่ตอบโจทย์ว่าจะเป็นไปตามคำแนะนำของศาลหรือไม่



