ข่าว

'มาร์ค'จับตา'ปู'แก้รธน.ตามใบสั่ง'แม้ว'

'มาร์ค'จับตา'ปู'แก้รธน.ตามใบสั่ง'แม้ว'

24 ธ.ค. 2555

'มาร์ค' แนะจับตา 'ปู' แก้รธน.ตามใบสั่ง 'แม้ว' เชื่อมีวาระซ่อนเร้นแก้ ม.309 เปิดประตูสู่การนิรโทษฯ-ล้มคำพิพากษา

                        24 ธ.ค.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มายังเวทีกลุ่มคนเสื้อแดง ที่โบนันซ่าเขาใหญ่ เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะแก้ปัญหาทุกอย่างให้กับประเทศชาติได้ว่า เป็นการวนกลับมาประเด็นเดิม คือ เลือกพูดครึ่งเดียว ไม่พูดความจริงทั้งหมด เพราะไม่ว่าใครก็อยากให้บ้านเมืองมีความก้าวหน้าในการพัฒนาประชาธิปไตย แต่สิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ พูดสวนทางกับที่เคยพูดมาก่อนหน้านี้ว่า บ้านเมืองมีความเป็นประชาธิปไตยแล้ว อีกทั้งในขณะนี้รัฐธรรมนูญก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคของบ้านเมืองและการแก้ปัญหาประชาชน โดยเฉพาะประเด็นที่พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการแก้เป็นเรื่องส่วนตัวทั้งสิ้น

                        ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า การส่งสัญญาณของพ.ต.ท.ทักษิณว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นภารกิจของรัฐบาลก่อนการแก้ปัญหาประเทศชาติด้านอื่นนั้น จะเป็นบทพิสูจน์ รัฐบาลและส.ส.ว่าจะเอาเรื่องของประชาชนเป็นตัวตั้งหรือยึดเรื่องพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งตนยังรอว่ารัฐบาลจะมีข้อยุติ ในเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญและการทำประชามติอย่างไร แต่ขอให้ทำอย่างตรงไปตรงมา เพราะมีความพยายามกล่าวหาว่า พรรคประชาธิปัตย์เบี่ยงเบนประเด็นเรื่องรัฐธรรมนูญ มาตรา 309 ตนขอยืนยันว่าไม่มีการเบี่ยงเบนประเด็น เพราะเราเคยขอแปรญัตติในส่วนที่ไม่ให้กระทบกระเทือนสถาบันพระมหากษัตริย์ ตุลาการ องค์กรอิสระ และลบล้างคดีคำพิพากษาของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่รัฐบาลไม่ยอม จึงบ่งชี้เจตนาที่ชักเจนว่ารัฐบาลต้องการแก้ไขประเด็นเหล่านี้

                        “ผมเชื่อว่าสุดท้ายการตัดสินใจของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีคงจะปฏิบัติตามคำชี้นำของ พ.ต.ท.ทักษิณ คงเดินไปตามนั้น แต่อยากเตือนว่าเชื่อคุณทักษิณแล้ว ถึงเวลาเกิดปัญหาขึ้นต้องรับผิดชอบเอง คุณทักษิณจะไม่รับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองเสนอ หรือยุยงให้คนทำ เหมือนเหตุการณ์ในปี2552 และ 2553 ที่ยุยงให้คนเคลื่อนไหวแล้วอ้างว่าจะรับผิดชอบแต่ก็ไม่เคยรับผิดชอบ หากเดินหน้าไปอย่างนี้ก็ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่นายกฯเคยหาเสียงและให้คำมั่นสัญญาไว้กับประชาชน ดังนั้นหากนายกฯยืนยันว่าต้องการเห็นความสงบสุขในบ้านเมือง ต้องไม่ตามใจคุณทักษิณ ต้องเลือกเอา” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                        หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีที่รัฐบาลเตรียมแผน 2 หากประชามติไม่ผ่านด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราว่า เรื่องนี้มีความขัดแย้งกันเองกับนโยบายที่เคยแถลงไว้ต่อรัฐสภาว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะมีส.ส.ร.เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งพรรคชี้ให้เห็นแล้วว่ารัฐบาลใช้คำสวยหรูว่า แก้ไขไม่แก้แค้น แต่สภาพบ้านเมืองปีกว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้น และเห็นว่าประชาชนจำนวนมากทราบแล้วว่า รัฐบาลมีวัตถุประสงค์อะไรในการทำเรื่องนี้ และมีคนจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วย จึงอยู่ที่รัฐบาลจะตัดสินใจว่าจะนำพาประเทศเข้าสู่ความขัดแย้งในเรื่องนี้หรือไม่

                        ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่าการทำประชามติให้ได้ 24.3 ล้านเสียงเป็นเรื่องหมู ๆ จะสะท้อนถึงการใช้อำนาจรัฐที่ไม่ถูกต้องด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สะท้อนว่าพ.ต.ท.ทักษิณขี้โม้มากกว่า แต่ตนไม่ขอประเมินว่า การใช้จำนวนเสียงตามกฎหมายประชามติเป็นเรื่องยากหรือง่าย แต่ พ.ต.ท.ทักษิณก็เป็นคนขี้โม้ไปเรื่อย พร้อกับยืนยันว่าตนไม่ได้อุ้มเผด็จการตามที่พรรคเพื่อไทยกล่าวหา และตนขอถามพรรคเพื่อไทยว่า ตรงส่วนไหนของรัฐธรรมนูญที่อยากให้เป็นประชาธิปไตยแล้วตนไปขัดขวาง เพราะสิ่งที่ตนยืนยันขัดขวางคือ การล้มคดีทุจริตที่ศาลตัดสินไปแล้ว ไม่ใช่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ตัดสิน ด้วยการล้มมาตรา309  ล้มงาน คตส.หวังผลให้มีการล้มคำพิพากษาล้มคดี จึงไม่ใช่เรื่องประชาธิปไตย แต่เป็นเรื่องจะช่วยคนโกง และส่วนที่อยากให้เป็นประชาธิปไตยเพิ่มขึ้นก็ให้เสนอมาว่าอยากทำอะไร เลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาหรืออะไร ก็ไม่มีมีแต่ได้ยินว่าจะแก้มาตรา 309 เพื่อให้งานคตส.เป็นโมฆะ

                        ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 309 เกี่ยวพันกับการออก พ.ร.บ.ปรองดอง เพื่อนิรโทษกรรมให้พ.ต.ท.ทักษิณพ้นผิดในทุกคดี เพราะมีความเห็นในทางกฎหมายว่า ถ้ากฎหมายล้างผิดไปกระทบกระเทือนในบางคดี แล้วขัดกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญก็จะบังคับใช้ไม่ได้ ตนจึงบอกว่าถ้าห่วงว่าจะมีการอุ้มเผด็จการ ก็ตอบให้ได้ว่าที่จะแก้ไขให้เป็นประชาธิปไตยผลในทางปฏิบัติคืออะไร และถ้ายืนยันว่าไม่เกี่ยวกับคดีก็ประกาศเลยว่าการแก้ไขทั้งหมด ต้องไม่มีผลต่อคดีความที่ตัดสินไปแล้ว เพราะมีการวิเคราะห์จากฝ่ายรัฐบาลเองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 309 จะเป็นประตูบานแรกที่จะนำไปสู่การนิรโทษกรรมพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งนายโภคิน พลกุล ประธานคณะทำงานศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาล ก็ยอมรับว่าต้องแก้ไขมาตรานี้ จึงต้องถามว่าแก้แล้วเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นอย่างเดียว นอกจากทำให้ผลการทำงานของ คตส.ใช้ไม่ได้ ซึ่งหากรัฐบาลยังเดินหน้าก็จะนำไปสู่ความขัดแย้ง จึงอยากให้นำการศึกษาของฝ่ายต่าง ๆ มาดูว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหาอุปสรรคเรื่องนี้อย่างไรแล้วก็แก้ไขส่วนนั้น ก็จะไม่ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องที่รัฐบาลพยายามจะแก้อยู่ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีจะโยนให้เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของรัฐสภาไม่ได้ เพราะรัฐบาลเป็นผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเอง อีกทั้งความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองก็ขัดกับนโยบายของรัฐบาลเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นองค์กรที่จะต้องตัดสินใจเรื่องการทำประชามติ ดังนั้นนายกต้องรับผิดชอบเต็มๆ ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายจะลอยตัวไม่ได้

                        “ความจริงแล้วไม่ควรมีการแก้กฎหมายประชามติ เพื่อลดจำนวนเสียงการลงประชามติ เพราะถ้าทำยิ่งบ่งชัดว่าสุดท้ายไม่พร้อมที่จะทำกติกา ในเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่าหมู ๆจะไปแก้ทำไม” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว