ข่าว

คุก7ปี6เดือน!'ผู้รับเหมา'ทุบหัวเสี่ยยัดถัง

คุก7ปี6เดือน!'ผู้รับเหมา'ทุบหัวเสี่ยยัดถัง

24 ธ.ค. 2555

คุก 7 ปี 6 เดือน! 'ผู้รับเหมา' ทุบหัวเสี่ยยัดถังน้ำมันทิ้งเขากำแพงเพชร ปี 54 ก่อนลักรถกระบะตระเวนขาย ขณะที่'ชาวลาว'เจอคุก 7 ปี 9 เดือน

               เมื่อเวลา 10.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.309/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายศักดา บุญบำรุง อายุ 34 ปี ผู้รับเหมางานปูน และนายปอง เกตุแก้ว อายุ 21 ปี สัญชาติลาว เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย , ร่วมกันซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพเพื่อปิดบังสาเหตุการตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ป.อาญา มาตรา 199 , 340 และเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พรบ. คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และ พรบ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551

               โดยคำฟ้องอัยการโจทก์เมื่อวันที่ 7 ก.พ.55 บรรยายความผิดสรุปว่า เมื่อต้นเดือน ม.ค- 22 ม.ค.54 จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นคนสัญชาติลาวไม่มีหนังสือเดินทางได้เข้ามาในราชอาณาจักรทางตำบลและอำเภอใดไม่ปรากฏชัด จ.อุบลราชธานี โดยไม่ผ่านการตรวจอนุญาตและอยู่ในราชอาณาจักร โดยทำงานเป็นกรรมกรก่อสร้าง ที่อาคารเลขที่ 909/30 เขตดุสิต โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจำเลยที่ 1-2 ร่วมกับนายวันศรี ชาวลาว อายุ 26 ปี ได้ปล้นรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมกซ์ ทะเบียน ตพ - 2109 กทม.ราคา 350,000 บาท ของนายบุญช่วย ช่วยนา อายุ 49 ปี ผู้รับเหมาระบบไฟฟ้าไป โดยใช้ค้อนและไม้หน้าสามตีนายบุญช่วย จนถึงแก่ความตาย แล้วซ่อนเร้นและย้ายศพโดยใช้เชือกมัดมือ-เท้าศพ ใส่ถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร ไปทิ้งที่เชิงเขาริมถนนสายคลองลาน-ลาดยาว อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร เหตุเกิดที่ตำบลและอำเภอใดไม่ปรากฎชัด จ.อุบลราชธานี ,แขวง ถ.นครไชยศรี เขตดุสิต กทม. และ ต.หินดาด อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ

               ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ ประกอบคำรับสารภาพแล้ว เห็นว่า ได้ความจากนายอนุรักษ์ บุตรชายของนายบุญช่วย ผู้ตาย เบิกความว่า เมื่อวันที่ 22 ม.ค.54 นายบุญช่วยได้ขับรถกระบะอีซูซุ ไปส่งที่เมืองทองธานี ก่อนที่นายบุญช่วย ได้เดินทางไปตรวจดูงานก่อสร้างที่ ถ.นครไชยศรี กทม. โดยหลังจากเวลาเที่ยงที่ได้โทรศัพท์ติดต่อคุยกันก็ไม่พบนายบุญช่วยอีก เมื่อนายบุญช่วยหายตัวไปเมื่อวันที่ 24 ม.ค.54 จึงได้เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน นอกจากนี้โจทก์ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับแจ้งความ รวมทั้งคนงานก่อสร้างที่เห็นเหตุการณ์ ซึ่งคนงานก่อสร้าง 2 ปากที่เห็นเหตุการณ์ เบิกความทำนองเดียวกันว่า เห็นนายบุญช่วยเมื่อตรวจระบบไฟฟ้าที่งานก่อสร้างโดยขับรถกระบะมาจอดไว้ และเห็นชาย 2 คนวิ่งไล่ตามกันขึ้นไป ก่อนจะได้ยินเสียงคนพูดคุยกันว่า

               “ มึงจะเอายังไง ” และได้ยินเสียงค้อนปอนด์ทุบที่พื้น แล้วเสียงดังก็เงียบไป หลังจากนั้นเห็นจำเลยที่ 1- 2 ขนถังนำมันขนาดใหญ่ลงมาใส่ที่ท้ายกระบะ ก่อนที่จำเลยที่ 2 จะขับรถออกไปโดยมีผู้ชายนั่งอยู่ด้วย ขณะที่เมื่อถูกจับกุมแล้วจำเลยทั้งสองก็ให้การรับสารภาพว่า นำศพผู้ตายไปทิ้งที่ริมถนน จ.กำแพงเพชร เมื่อได้ติดตามนำศพมาตรวจพิสูจน์ นายอนุรักษ์ บุตรชายของผู้ตายก็จดจำได้ว่า เป็นนายบุญช่วย รวมทั้งการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอก็ตรงกันกับผู้ตาย ส่วนรถกระบะ พวกจำเลยนำไปตระเวนขาย

               อีกทั้ง เห็นว่า พยานโจทก์ดังกล่าวไม่เคยรู้จัก และไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับพวกจำเลยมาก่อน และเบิกความสอดคล้องกันในรายละเอียด จึงเชื่อได้ว่า พยานเบิกความตามที่ได้พบเห็นมา รวมทั้งนายวัน ที่ร่วมกับจำเลยทั้งสอง ยังให้การว่า จำเลยที่ 1 ให้ไปฆ่าผู้ตาย และนายวันยังเป็นผู้นำชี้จุดที่เกิดเหตุ

               อย่างไรก็ตาม พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย , ซ่อนเร้นทำลายศพ และลักทรัพย์ ตามมาตรา 199 , 290 , 335 ให้จำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 15 ปี และให้จำคุกจำเลยที่ 2 ฐานกระทำผิดฐานเป็นคนต่างด้าวเข้ามาโดยไม่รับอนุญาตด้วยอีก 6 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 2 ทั้งสิ้น 15 ปี 6 เดือน แต่คำรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาเห็นควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 7 ปี 6 เดือน และจำคุกจำเลยที่ 2 เป็นเวลา 7 ปี 9 เดือน