
ไฟไหม้!คลังน้ำมันโตโยต้าวอดยับ
เพลิงเผาวอด!คลังน้ำมันศูนย์อะไหล่โตโยต้าบ้านโพธิ์ยับ ด้าน'ผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา'เผยเหตุเพลิงไหม้เสียหายประมาณ 10 ล้านบาท
เมื่อ เวลา 19.00 น.ของวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.จักภัทร ดาราพงษ์ สารวัตรสอบสวน สภ.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ หลังรับแจ้งเกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ตัวอาคารโรงงาน ภายในอาณาเขตรั้วล้อมรอบของโรงงานผลิตรถยนต์โตโยต้า (บ้านโพธิ์) บนเนื้อที่กว่า 1,600 ไร่ ตั้งอยู่เลขที่ 99 ม.2 ต.ลาดขวาง อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมรายงานให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงทราบเหตุ
ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุเป็นตัวอาคารโรงงานปลูกสร้างด้วยคอนกรีต โครงหลังคาเป็นโลหะ มุงและบุข้างด้วยสังกะสีลอนใหญ่ แบบที่ใช้ในการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป ซึ่งเป็นส่วนที่แยกตัวออกมาทางด้านหลังโรงงานผลิตรถยนต์หลักที่ตั้งอยู่ริมถนนสาย 314 ฉะเชิงเทรา-บางปะกง ห่างออกมาประมาณ 800 เมตร เป็นอาคารจำนวน 2 หลัง บนเนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ โดยส่วนที่ถูกไฟโหมลุกไหม้อย่างหนักนั้น เป็นส่วนของตัวอาคารด้านหน้า ขนาดกว้างประมาณ 40 เมตร ยาวประมาณ 200 เมตร ซึ่งใช้เป็นสถานที่เก็บถังน้ำมันหล่อลื่น จารบี และน้ำมันไฮดอลิก พร้อมเคมีภัณฑ์อื่นๆ
ขณะที่ ตัวอาคารหลังใหญ่ที่อยู่ห่างถัดออกไปยังด้านหลังประมาณ 40 เมตร ซึ่งใช้เป็นส่วนที่เก็บชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ประจำภูมิภาค ในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของ บริษัทโตโยต้านั้น ไม่ได้ถูกเพลิงไหม้ โดยขณะเกิดเหตุนั้น ได้มีเสียงถังน้ำมันระเบิดดังออกมาจากในกองเพลิงเป็นระยะ พร้อมมีเปลวเพลิงลุกขึ้นสูงท่วมหลังคาตัวโรงเรือน คลังเก็บน้ำมันดังกล่าว โดยเพลิงได้ลุกโหมสูงอยู่เป็นเวลานานประมาณ 1 ชม.เศษ จึงได้เริ่มลดระดับลง มาลุกไหม้ยังที่พื้นด้านล่าง และโครงเหล็กของตัวอาคารได้เริ่มอ่อนตัวและทรุดพังทลายลงมา พร้อมยังมีเปลวเพลิงลุกลามอยู่ที่ด้านใต้เศษของตัวอาคารอยู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปยังด้านในที่เกิดเหตุ
นอกจากนี้ ยังได้มีการประสานหน่วยกู้ภัย หน่วยบรรเทาสาธารณะภัย พร้อมรถน้ำ รถโฟม รถดับเพลิง เดินทางเข้ามาจากในที่เกิดเหตุเป็นจำนวนมาก จากท้องที่ต่างๆ ทั้งจากใน กทม. ชลบุรี ระยอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายในจังหวัดฉะเชิงเทราเอง ที่ต่างมุ่งหน้าเดินทางเข้ายังที่เกิดเหตุหลายร้อยคัน โดยมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครประมาณ 400-500 คนเดินทางมายังในที่เกิดเหตุด้วย แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปยังภายในบริเวณพื้นที่ศูนย์อะไหล่เช่นเดียวกัน ขณะที่เพลิงยังคงลุกไหม้อยู่อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
โดยในพื้นที่เกิดเหตุนั้น มีเส้นทางเข้าออกที่คับแคบ โดยต้องขับรถวนอ้อมไปยังด้านหลังของโรงงานผลิตรถยนต์ ซึ่งเป็นเส้นทางที่คดเคี้ยวไปตามขอบพื้นที่ เป็นระยะทางไกลกว่า 2 กม. จึงจะเข้าถึงจุดเกิดเหตุ จึงทำให้การเข้าออกพื้นที่ยากลำบาก และยังคงมีรถน้ำ และอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมาออกันอยู่ที่ด้านหน้าเรียงรายเป็นแถวยาวนับพันเมตร โดยรถดับเพลิงที่เดินทางเข้ามาสามารถใช้น้ำฉีดเลี้ยงกองเพลิงอยู่ที่ด้านนอกได้ในระยะไกล มีเพียงรถโฟมบางส่วน และรถน้ำจำนวนหนึ่งเท่านั้น ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปยังภายในได้ แต่ก็ไม่สามารถที่จะควบคุมเพลิงให้สงบลงได้อย่างทันท่วงที จึงทำให้ นายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องระดับสูงของจังหวัด ได้สั่งการ ให้มีการจัดระเบียบโดยให้แยกทีมชุดผจญเพลิงที่มายังในที่เกิดเหตุ ให้เข้าไปทำการดับเพลิงทีละชุด โดยให้ส่วนที่เหลือไปรออยู่ยังด้านนอกที่ลานจอดรถบัสรับส่งพนักงาน ซึ่งเบื้องต้นยังไม่มีผู้บริหารระดับสูงของทางบริษัทผลิตรถยนต์ดังกล่าว ที่เดินทางเข้ามาจากทั้งในกรุงเทพฯ และโรงงานสำโรง สมุทรปราการ โรงงานเกตุเวย์ และโรงงานบ้านโพธิ์เอง ออกมาแถลงหรือให้ข่าวถึงสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ และมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น
ขณะที่ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง เล่าว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายครั้งตั้งแต่เมื่อช่วงเวลาประมาณ 18.30 น. จึงได้ออกไปดู โดยพบเจ้าหน้าที่ภายในได้พยายามที่จะควบคุมเพลิงเองก่อน โดยที่ไม่ได้แจ้งขอความช่วยเหลือมายังภายนอก แต่หลังจากเอาไม่อยู่ควบคุมเพลิงเองไม่ได้ จึงได้แจ้งขอความช่วยเหลือมายังภายนอก ซึ่งเพลิงได้ลุกโหมสูงแล้ว จึงได้เริ่มมีรถน้ำจาก อบต. และเทศบาลใกล้เคียงมุ่งหน้าเข้ามา แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำการควบคุมสถานการณ์ได้เช่นเดียวกัน
จากการสอบถาม พ.ต.ท.จักภัทร ดาราพงษ์ สารวัตรสอบสวน และพ.ต.ท.ชิดผล ยืนยาว รอง ผกก.ป. สภ.แสนภูดาษ กล่าว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถเข้าตรวจในที่เกิดเหตุได้ จึงยังไม่ทราบสาเหตุ และมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องรอให้สถานการณ์สงบลงก่อนจึงจะเข้าไปทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุได้ เบื้องต้นทราบว่าจุดเกิดเหตุนั้นเป็นคลังเก็บน้ำมันหล่อลื่น และเคมีภัณฑ์ ที่ใช้ในการผลิตรถยนต์ เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม จากการประเมินความเสียหายจากสภาพของตัวอาคารที่ทรุดตัวลง และมูลค่าของสภาพพื้นที่ ในที่เกิดเหตุของผู้สื่อข่าวเองนั้น เชื่อว่ามูลค่าความเสียหายน่าจะไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังไม่มีการออกมาเปิดเผยถึงจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตในที่เกิดเหตุเช่นเดียวกัน
"ผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา"เผยเหตุเพลิงไหม้เบื้องต้นเพลิงเผาศูนย์อะไหล่เอเชียแปซิฟิกโตโยต้าประมาณ 10 ล้านบาท
วันที่ 24 ธ.ค.55 เวลา 00.10 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาเที่ยงคืนที่ผ่านมา นายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราพร้อมด้วยคณะผู้บริหารของบริษัทโตโยต้ามอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัดได้ออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนบางส่วนที่ยังคงเฝ้ารอทำข่าวเพลิงไหม้ที่บริเวณด้านหน้าประตูที่ 2 ของศูนย์อะไหล่รถยนต์โตโยต้าประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถึงเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นภายในคลังเก็บน้ำมันหล่อลื่นตั้งแต่เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมาว่า
เบื้องต้นทางคณะผู้บริหารของทางโรงงานได้ประเมินความเสียหายไว้เป็นมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท
"ซึ่งในวันพรุ่งนี้ 24 ธ.ค.จะได้ประสานไปยังหน่วยงานควบคุมมลพิษให้เข้ามาทำการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบข้างว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ได้ก่อให้เกิดมลพิษขึ้นในพื้นที่รอบข้างอย่างไรบ้าง เบื้องต้นนั้นเชื่อว่า ไม่น่าจะก่อให้เกิดมลพิษมากนักเนื่องจากสิ่งที่ถูกเพลิงไหม้เป็นเพียงคลังเก็บน้ำมันเครื่องซึ่งไม่ใช่สารเคมีอันตรายใดๆ และไม่ได้รั่วไหลออกไปยังภายนอกพื้นที่มากนักขณะเดียวกันก็จะได้ประสานไปยังหน่วยงานด้านสาธารณสุขให้เข้ามาตรวจสอบหามลพิษทางอากาศด้วยว่าหลังจากเกิดเพลิงไหม้แล้วมีฝุ่นควันที่เกิดขึ้นได้ไปก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศอย่างไรบ้างนอกจากนี้ตนเองจะได้เข้าตรวจสอบยังที่เกิดเหตุด้วยตนเองอีกครั้ง"นายเริงศักดิ์ กล่าว



