
จัดระเบียบเหล้า(คน)
จัดระเบียบเหล้า(คน) : วิถียุติธรรม โดยชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ
ข่าวความพยายามออกคำสั่งห้ามการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณทางเท้าอยู่ในความสนใจและการวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย โดยตั้งใจให้มีการสื่อสารเรื่องนี้ออกมาในช่วงเทศกาลฉลองปีใหม่ ทำให้เข้าใจกันได้ว่า การออกกฎหมายมีเป้าหมายหวังให้สถิติการเสียชีวิต บาดเจ็บ หรือสูญเสียทรัพย์สินลดลง และเชื่อมโยงให้สังคมตระหนักและเข้าใจว่า การดื่มแอลกอฮอล์อาจเป็นสาเหตุของความสูญเสียหรือความเสียหายได้
เรื่องนี้ต้องมองกันหลายๆ มุม ทั้งในเชิงหลักการและทางปฏิบัติ แล้วค่อยตัดสินใจกันจริงจัง เมื่อมั่นใจว่าถี่ถ้วนดีแล้ว เพราะหากมองในแง่ของวิถียุติธรรม ขอบอกก่อนว่า ต้องมีผลในทางปฏิบัติได้จริง หากไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ต้องใกล้เคียงให้มากที่สุด ด้วยเหตุที่ว่า หากคิดผิวเผินว่าไม่ใช่กฎหมายที่มีโทษหนักหนาสากรรจ์ แต่เท่านี้ก็เป็นกระจกเงาสะท้อนความเป็นนิติรัฐได้
ทุกสังคมมุ่งให้สังคมมีความสงบสุขและเป็นธรรม การประคับประคองสังคมให้ไปถึงเป้าหมายนี้อาจวัดกันที่ประสิทธิภาพของการบังคับใช้กฎหมายที่ใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันหรือวิถีชีวิตของชาวบ้านเป็นหลัก เมื่อสังคมมีความหลากหลายในทุกด้าน การออกกฎหมายที่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันไม่ว่าจะมองเห็นในแง่บวกหรือแง่ลบก็ต้องทำเป็นกระบวนทางสังคม
การกำหนดนโยบายการบังคับใช้กฎหมายที่มีผลเป็นการบังคับโทษทางอาญาต้องถือว่าเป็นการกำหนดนโยบายสาธารณะ เพราะต้องยอมรับความเห็นที่ว่า กฎหมายไม่ใช่คำสั่งที่อิงอยู่กับอำนาจแต่เพียงเรื่องเดียว แต่ปัจจัยสำคัญมีอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของปัญหาที่จำเป็นต้องมีกฎหมายกำกับเพื่อการจัดระเบียบกับการซื้อ-ขาย และการบริโภคแอลกอฮอล์ในบริเวณที่กำหนด หรือแม้กระทั่งการเตรียมมาตรการต่างๆ เพื่อให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ได้จริง
เมื่อเป็นเช่นนี้ กระบวนการในการออกกฎหมายที่ถือว่าเป็นนโยบายสาธารณะ จึงควรให้ทุกฝ่ายมองเห็นความสำคัญของเรื่องเสียก่อน (เว้นแต่จะตะแบงไปแล้วไม่ฟัง) จากนั้นจึงหันไปมองถึงการทำให้เนื้อหาของกฎหมายและวิธีการในการบังคับใช้กฎหมายมีความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายเมื่อนำไปใช้ในสังคม ต่อจากนั้นน่าจะทำความเข้าใจกันอีกว่า กฎหมายมีการปรับแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้ หากนำไปใช้แล้วไม่เกิดผลตามเป้าหมายที่วางไว้และกระบวนการในการปรับเปลี่ยนกฎหมายจะต้องยืดหยุ่นและไม่ซับซ้อนเสียเวลามากนัก
สำหรับเรื่องนี้ เห็นว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่แต่ละฝ่ายจะออกมาสร้างวาทกรรมเพื่อประโยชน์ของตนเอง แต่สังคมโดยรวมจะต้องรับรู้และไม่ปล่อยให้เรื่องผ่านเลยไปแบบธุระไม่ใช่ หากเห็นว่าตัวเองไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรง จึงขอย้ำตรงนี้ว่า ไม่มีเรื่องไหนที่สมาชิกแต่ละคนในสังคมไม่ได้รับผลกระทบตามไปด้วย
เรื่องของการบังคับใช้กฎหมายแต่ละฉบับในสังคม ถือว่าเป็นการกำหนดนโยบายสาธารณะที่มีความสำคัญและส่งผลกระทบแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรต้องเข้าใจว่า ทุกเรื่องเชื่อมโยงถึงตัวเราทั้งสิ้น ส่วนจะมากจะน้อยก็ต้องแตกต่างกันไป
เป็นเรื่องธรรมดาอีกเช่นกันที่ต้องมีคนกลุ่มหนึ่งมีวิธีคิดและสื่อสารเรื่องที่ตนเองเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อตัวเองและส่วนรวม และต้องพยายามผลักดันให้สิ่งที่ตนเองคิดเกิดมรรคผล หากมีเสียงที่ไม่เห็นด้วยตามมา ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้ที่กุมกลไกรัฐจะต้องจัดหรือสร้างบรรยากาศให้แต่ละฝ่ายได้ใช้ปัญญาในการหาทิศทางที่ดีที่เหมาะสมที่สุดในห้วงเวลานั้น
จะสร้างวิถียุติธรรมต้องสร้างกระบวนการทางสังคม เพราะกฎหมายที่ดีคือกฎหมายที่ทุกคนรู้แล้วอยากใช้



